bg-single

สีสัน บทวิจารณ์ ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ มีกลิ่น ตะวันตก

04.08.2026

บทความพิเศษ

สีสัน บทวิจารณ์

ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์

มีกลิ่น ตะวันตก

ในความเห็นของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ผ่านหนังสือ “การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475” อันมีรากฐานจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขา

นี่เป็นบทความวิจารณ์การเมืองอันสะท้อนความรู้สึกของคนชั้นกลาง

เหมือนที่ปรากฏผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ในขณะนั้นไม่ว่าจะเป็น “ราษฎร” ฉบับวันที่ 9 มกราคม 2471 ในชื่อว่า

“เห็นว่าเจ้าเป็นลูกตุ้มถ่วงความเจริญ”

หรือที่ปรากฏผ่านหนังสือพิมพ์ “ไทยหนุ่ม” ฉบับประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2472 ที่ว่า

“สยามไม่ใช่คอกควาย”

เพียงแต่ว่าภาษาเขียนและการอ้างอิงต่างๆ ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ใกล้เคียงไปในทางบทวิจารณ์การเมืองแบบตะวันตก

ขอให้อ่าน

แนวโน้ม กุหลาบ สายประดิษฐ์

ผลึกความคิด ใน มนุษยภาพ

เขากล่าวว่า การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นมาถึงจุดที่หมดความชอบธรรมแล้ว

และด้วยความเชื่อมั่นของเขาในหลัก “สิทธิ” ของมนุษย์ที่พึงมีชีวิตอยู่อย่างเท่าเทียมกันภายในกรอบของนิติธรรม เขาเห็นว่า คนชั้นสูงในเวลานั้นได้ทำการปกครอง อย่าง “โกหกตอแหล” ไปวันๆ

ไม่ยอมสู้หน้ากับความจริง

และเห็นว่า คนชั้นสูงของสยามนั้นกำลังหลงผิดคิดว่ามีอำนาจแล้วจะทำอะไรถูกหมด

เขากล่าวว่า เวลาที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงได้มาถึงแล้ว

และถ้าคนชั้นสูงยอมรับความจริงก็จะแลเห็นและนำการเปลี่ยนแปลงไปได้ มิฉะนั้น ก็จะมีการรวมหมู่เป็นคณะเหมือนดังที่เกิดในที่อื่นๆ และใช้กำลังบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่ง

(คือรัฐบาล) ไม่โกหกตัวเอง ไม่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง และบังคับให้สู้หน้ากับความเป็นจริง

อาจกล่าวได้ว่า นี่คือคำประกาศของคนชั้นกลางให้มีการเปลี่ยนระบอบการปกครองที่ชัดเจน

และเผยแพร่ก่อนที่จะมีประกาศของคณะราษฎรในอีก 6 เดือนถัดมา

จาก นครินทร์ เมฆไตรรัตน์

มาสู่ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ

เมื่อเขียนบทความพิเศษเรื่อง “มนุษยภาพ” หรือ ปรัชญาการเมืองของความเป็นมนุษย์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2548

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ สรุปความเห็นของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และตั้งข้อสังเกตใหญ่ๆ 3 ประการ

ประการแรก ในบทความครั้งหลัง (3 ตอนในหนังสือพิมพ์ศรีกรุง 10, 16 และ 21 มกราคม 2474 (ตามปฏิทินเก่า) กุหลาบได้เพิ่มเติมข้อความสำคัญในส่วนนำของบทความซึ่งกล่าวถึงเจตนาของผู้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า

เขาเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อ “ปรับฐานะของมนุษย์ให้ได้ระดับอันทุกคนควรจะเป็นได้”

ประการที่สอง กุหลาบใส่ชื่อจริง นามสกุลจริง ในการตีพิมพ์ครั้งหลังด้วย

ในขณะที่การพิมพ์ครั้งแรก (ไทยใหม่ 8 และ 11 ธันวาคม 2474) ไม่ได้ใส่ชื่อ ทั้งนี้ เป็นการแสดงความกล้าหาญและความรับผิดชอบของกุหลาบเองต่อปฏิกิริยา และผลที่จะเกิดอันอาจตามมา

จากการที่หนังสือพิมพ์ตีพิมพ์บทความนี้

ประการที่สาม แสดงว่า “ในขณะนั้น หนังสือพิมพ์ ปัญญาชน ผู้นำราษฎรทั้งหลาย ได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปสู่ระบอบใหม่ที่เชื่อว่าก้าวหน้ามากกว่าระบอบเก่า”

จากนั้น ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ก็ขับเคลื่อนบทความเข้าสู่พื้นที่แห่ง “มนุษยภาพ” เต็มพิกัด

จำเป็นต้องอ่าน

เริ่มจาก นิยาม มนุษยภาพ

สอดสวม กับ ความเป็นจริง

กุหลาบ สายประดิษฐ์ เกริ่นนำ “มนุษยภาพ” ด้วยข้อความ ดังต่อไปนี้

“มนุษยภาพ หรือ ความเป็นมนุษย์ หรือ ความเป็นคน ควรวางอยู่บนลักษณะอย่างไร

ชาวโลกทั้งหลายแม้ที่ได้บรรลุอารยธรรมแล้วก็ยังมีความเห็นแตกต่างไม่ลงรอยกัน ที่จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมาก เพราะพลโลกทุกคนย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่อย่างครบครัน

ในต่างประเทศเขามีความสนใจนัก ประหลาดที่ในบ้านเราเกือบจะไม่มีการนำพากันเสียเลย

ตัวเราเป็นใคร เรามีสิทธิอะไรบ้าง และควรใช้สิทธินั้นได้ภายในขอบเขตต์เท่าใดที่นิติธรรมของประเทศอนุญาตให้

พวกเราโดยมากไม่ทราบ และไม่พยายามที่จะทราบ

ข้าพเจ้าเข้าใจไม่ได้เลยว่า เหตุใดพลเมืองสยามจึ่งพาความสนใจของเขาข้ามแดนปัญหาสำคัญอย่างอุกฤษฐ์นี้ไปเสีย บางทีก็จะเป็นด้วยเขามัวเป็นห่วงท้องของเขามากเกินไป

ถ้าเป็นจริงดังนี้ก็จะน่าอนาถใจเหลือเกิน” (ไทยใหม่, 8 ธันวาคม 2474 สะกดคงตามต้นฉบับเดิม)

เป็นการวิพากษ์ภูมิปัญญาสังคมไทยที่เป็นอยู่ในขณะนั้นอย่างถึงแก่นและก็ยังไม่ล้าสมัย

แม้ในสมัยของโลกยุคโลกาภิวัตน์และรัฐบาลประชานิยมแห่ง พ.ศ.2548

ความคิด วิทยาศาสตร์

วิเคราะห์ สังคมสยาม

ในประเด็นต่อมา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้นำเอาความคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มาเป็นกรอบในการอภิปรายปัญหาและวิเคราะห์สังคม

โดยแสดงให้เห็นว่า มนุษย์นั้นควรจะมีที่มาหรือกำเนิดอันเดียวกัน

ถ้าเราเชื่อว่าคนในสังคมของเรามีกำเนิดมาจากลิง ทุกคนตั้งแต่ชนชั้นนำลงมาถึงไพร่กระยาจกก็ต้องมาจากลิงเหมือนกัน

ลองอ่านข้อเขียนตัวจริงดูให้ได้สัมผัสความรู้สึกอันหนักแน่นของผู้เขียนเองดังนี้

“การเขียนเรื่องมนุษยภาพโดยตั้งใจให้ค่อนข้างละเอียดถี่ถ้วนในยามนี้จะได้ชื่อว่าเป็นกาลัญญูหรือไม่ยังสงสัย

แต่ก็ช่างเถอะ

ข้าพเจ้าไม่ตั้งต้นเรื่องนี้โดยพิจารณาถึงการสืบกำเนิดของมนุษย์ซึ่งตามมติของดาวินว่ามาจากลิง และตามคัมภีร์ศาสนาคริสเตียนว่ามนุษย์คือสิ่งที่พระเจ้าได้สร้างขึ้น

แรกเริ่มทีเดียว มนุษย์จะมาจากอะไร หรือใครเป็นผู้สร้าง ย่อมไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

ความสำคัญอยู่ที่ถ้าเราเชื่อว่าลิงเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ เราก็ต้องเชื่อต่อไปว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีลิงเป็นบรรพบุรุษ ไม่ใช่ว่าครอบครัวของนาย ก.มีลิงเป็นบรรพบุรุษ แต่ครอบครัวของ นาย ข.มีกิ้งกือ ไส้เดือนเป็นบรรพบุรุษ หามิได้

หรือถ้าเราเชื่อว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์ พระเจ้าก็ต้องสร้างมนุษย์ทุกคน เปนอันยุตติกันได้ในชั้นนี้ว่ามนุษย์จะมีที่มาจากที่ใดก็ตาม

ได้มาจากทางเดียวกันหมด”

โปรดอย่ารอ แต่จงติดตาม

“มนุษยภาพ” ด้วยความระทึก

ความจริง บทความของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ได้ยกข้อเขียนของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ มาให้อ่านอีกหลาย

พร้อมกับความเห็นต่อแต่ละพารากราฟ

แม้กระทั่งพารากราฟที่เพิ่งอ้างอิงและยกมาให้อ่านเมื่อครู่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถสมัยใหม่ ใหญ่เกินไปหรือเปล่า
เมื่อพม่าชนอาเซียนที่กรุงเทพฯ แล้วไทยจะยืนอย่างไร!
วัคซีน AI เข็มแรกของโลก!
สีสัน บทวิจารณ์ ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ มีกลิ่น ตะวันตก
E-DUANG | การผนึกพลัง ทาง การเมือง เบื้องหน้า กระแส “โกงส.ว.”
ถอดรหัสความสำเร็จ ‘นักบริหาร-มือปราบ’ จากทฤษฎีสู่นวัตกรรมผลงานประจักษ์แจ้ง
‘วิจัยทิพย์’ คอร์รัปชั่นวิชาการ ระเบิดเวลาอุดมศึกษาไทย
“อนุทิน” ย้ำไทยไม่ยอมรับรายงานผู้รายงานพิเศษ UN ชี้รับฟังข้อมูลฝ่ายเดียว เผย “สีหศักดิ์” เตรียมแจงข้อเท็จจริง พร้อมย้ำไม่มีใครบังคับไทยได้ ปมกัมพูชาเตรียมยื่น UN อ้างแผนที่ 1:200,000
‘จริยธรรมกับธุรกิจ’
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (16)
ราชปรารภ ราชประสงค์ พลเรือน พลีชีพ สังเวยกระสุน สามเหลี่ยมดินแดง ราชปรารภ
ถึงเวลาปฏิรูปกองทุนเงินทดแทนไทย : เมื่อโลกของการทำงานเปลี่ยนไป ระบบการคุ้มครองแรงงานก็ควรเปลี่ยนตาม