bg-single

E-DUANG | การเมือง แห่ง ความหวานชื่น ในยุค ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย

29.07.2026

E-DUANG

สายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง พี่น้อง”3 ป.” แห่ง”บูรพาพยัคฆ์”สร้างความประทับใจเป็นอย่างสูง ภายใต้บรรยากาศ

       “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน”

       อันเคยเป็นสโลแกนในยุคแห่ง Honor System ระบบ เกียรติยศ อันได้มาจาก Wespoint ภายใน “รั้วแดง กำแพง เหลือง”

       ชวนให้นึกถึง”ตำนาน” การเมือง การทหาร ซึ่งมาพร้อมกับรัฐประหารเดือนพฤศจิกายน 2490 เพื่อล้ม รัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

       โดยกำลังสำคัญมาจาก พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์

       ประสานกับกำลังของนายทหารนอกราชการ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ

       เพื่อดึง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้หวนคืนสู้”อำนาจ”

       แม้จะนำเอา พ.ต.ควง อภัยวงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์มาขัดตาทัพ แต่เมื่อถึงเดือนเมษายน 2491 ก็เกิดรัฐประหารซ้ำ

       นายกรัฐมนตรีเป็นของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม

การดำรงอยู่ในอำนาจของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นับแต่รัฐประ หารเดือนพฤศจิกายน 2490 เป็นต้นมาอยู่บนแกนหลัก 3 เส้า

       เส้าหนึ่ง คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม

       เส้าหนึ่ง คือ พล.ท.ผินชุณหะวัณ เส้าหนึ่ง คือ พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์

       ต่อมา อำนาจการเมืองในมือ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ก็ผ่องถ่ายให้กับ พ.อ.เผ่า ศรียานนท์ ผ่านเข้าไปในกรมตำรวจและกระทรวงมหาดไทย

       ขณะที่ พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เติบใหญ่ในกองทัพบกจนเบียด ขับ จอมพลผิน ชุณหะวัณ

       การเมืองในขณะนั้นจึงเป็นการเมืองที่รับรู้กันว่า จอมพล ป.พิบูลสงคราม อยู่บนหลังเสือแห่งอำนาจ 2 ตัว นั่นคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นั่นคือ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์

       แรกทีเดียวไม่มีใคร”มโน”ได้ว่าจะเกิดความร้าวแยกแตกตัวให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

       รัฐประหารเดือนกันยายน 2500 คือ คำตอบ

ไม่ว่าความสัมพันธ์บนฐานแห่งอำนาจของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ว่าความสัมพันธ์บนฐานแห่งอำนาจของ พี่น้อง”3 ป.”

       ล้วนเคยหวานชื่นเหมือนกับ Crème brule

      ขณะเดียวกัน ก็สามารถแหลกเหลวไม่ต่างอะไรไปจากที่เคย เห็น Eton mess

      จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็เคยลั่นวาจาถึงระนาบว่าไม่เคยคิดที่จะ”วัดรอยเท้า” จอมพล ป.พิบูลสงคราม มาแล้ว

       พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็พูดแล้วพูดอีกทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงในทางการเมืองว่า ภายใน”พี่น้อง 3 ป.”ไม่มีแยกและแตกร้าวเพราะรู้จักกันตั้งแต่ยังเป็น”ร้อยตรี”

       จึงล้วนที่เคยอยู่ในบรรยากาศ”ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย”ภายใต้ระบบ Honor System

       แล้วรัฐประหารเดือนกันยายน 2500 ก็เป็นคำตอบ

       แล้วยุทธการเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ก็ยืนยันอย่างเป็นรูป

ธรรมให้เห็นการพลิกผัน แปรเปลี่ยน

ยอมรับเถิดว่าภาพแห่งความหวานชื่น ปรองดอง ล้วนมีรากฐานมาจากสภาพการณ์เดียวกันทางการเมือง

       ภายใต้บรรยากาศ”ข่าวลือ” และ”ข่าวปล่อย”

       ไม่ว่าจะเป็นยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ว่าจะเป็นยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

       แม้กระทั่งในยุคแห่ง Crème brule



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | การเมือง แห่ง ความหวานชื่น ในยุค ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย
เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า หรือเปลี่ยนสนามการค้า เป็นสนามรบ!
ความคิด สำนวน กระบวนการ ‘หนังสือพิมพ์’ ก่อนมิถุนายน 2475
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (186)
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (24)
โรงพยาบาลอานันทมหิดล (1) สถาปัตยกรรมประจำรัชกาลที่ 8 และโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของไทย
เชลยศึกสงครามลาว (41)
E-DUANG | รุก และ รับ ทาง การเมือง จาก กรณี “ฮั้ว-โกง” ส.ว.
อาศิรวาท
รศ.ดร.ปิติ เปิดร่างข้อเสนอกฎหมาย-นโยบาย เจรจาแก้ไขยุติสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
พินิจนัย 2 ท่าที ปมน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักข้ามแดน ผ่านถ้อยแถลง ของ ‘จีน’ และ ‘ประชาสังคมไทย’
World Cup 2026 ขับเคลื่อนด้วย AI