โดย อภิวัฒน์ รัตนวราหะ

เมื่อไม่นานมานี้ คลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าบีทีเอสกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ผู้โดยสารคนไทยขอให้นักเรียนชาวอิตาลีกลุ่มหนึ่งลดเสียงพูดลง เหตุการณ์บานปลายจนเกิดการโต้เถียงบนรถไฟฟ้า ก่อนขยายไปสู่โลกออนไลน์และการขอโทษจากผู้เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า รถไฟฟ้าเป็นพื้นที่สาธารณะไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ที่คนจำนวนมากคาดหวังความเงียบ

เมื่อประตูรถเปิดรับผู้โดยสาร คนที่ก้าวเข้าไปก็เหมือนได้เข้าสู่พื้นที่พักหูชั่วคราว แม้ว่าจะมีเสียงโฆษณาดังอยู่บ้าง

ส่วนคนที่เดินออกมาก็กลับเข้าสู่สมรภูมิเมืองที่ต้องต่อสู้กับเสียงเครื่องยนต์ มอเตอร์ไซค์แต่งท่อ แตรรถยนต์ งานก่อสร้าง ลำโพงหน้าร้าน และเสียงโฆษณาที่ดังซ้ำไปมา

บนรถไฟฟ้า ความเงียบถือเป็นมารยาทสำคัญ

แต่บนท้องถนน เรากลับยอมรับเสียงดังจนคุยกันแทบไม่ได้มานาน

กรุงเทพฯ เป็นเมืองเสียงดังจริง ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษชี้ว่า พื้นที่สาธารณะหลายแห่งมีระดับเสียงเฉลี่ยแตะหรือเกินเกณฑ์มาตรฐาน

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Traffy Fondue ในปี 2568 มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงมากกว่า 18,000 ครั้ง กระจายอยู่ในหลายเขตที่มีกิจกรรมหนาแน่น

ตัวเลขเหล่านี้อาจไม่สะท้อนปัญหาทั้งหมด แต่ก็เพียงพอจะยืนยันว่าเสียงรบกวนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเกิดขึ้นเฉพาะบางจุด

มลพิษทางเสียงต่างจากฝุ่นตรงที่เรามองไม่เห็น เมื่อรถบรรทุกผ่านไปหรือการตอกเสาเข็มหยุดลง พื้นที่กายภาพดูเหมือนกลับเป็นปกติ แต่ร่างกายคนเราไม่ได้เริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง ผลกระทบต่อสุขภาพสะสมตามความดังและระยะเวลาที่ได้รับ เสียงรบกวนการนอน ทำให้สื่อสารยาก ลดสมาธิ และเพิ่มความเครียด

องค์การอนามัยโลกเคยเสนอว่า ห้องนอนควรมีเสียงต่ำกว่า 30 เดซิเบล ส่วนห้องเรียนควรต่ำกว่า 35 เดซิเบล

ตัวเลขเหล่านี้ห่างไกลจากชีวิตจริงของคนที่อาศัยริมถนนสายหลักหรือห้างร้านในเมืองไทยมาก

ผลกระทบจากเสียงไม่ได้ตกกับทุกคนเท่ากัน เด็กต้องอาศัยเสียงที่ชัดเจนเพื่อเรียนรู้ภาษาและฟังคำอธิบายของครู

เมื่อเสียงจราจรหรือเสียงสะท้อนในห้องเรียนดังขึ้น เด็กต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อแยกคำพูดออกจากเสียงรอบข้าง

คนหูตึงและผู้สูงอายุอาจได้ยินว่ามีคนพูด แต่จับคำไม่ได้เมื่อมีเสียงอื่นปะปนอยู่

การออกแบบเมืองโดยถือว่าทุกคนได้ยินเหมือนกันจึงไม่ต่างจากการสร้างบันไดโดยลืมคนใช้รถเข็น

ประเทศไทยมีผู้ขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการทางการได้ยินหลายแสนคน งานศึกษาเด็กอายุ 7-9 ปีในกรุงเทพฯ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลพบภาวะสูญเสียการได้ยินร้อยละ 6.1

ตัวเลขนี้ไม่ได้ชี้ว่าเสียงเมืองเป็นสาเหตุของทุกกรณี แต่แสดงให้เห็นว่า คนจำนวนหนึ่งมีความสามารถในการได้ยินแตกต่างจากคนทั่วไป และเสียงรอบข้างที่ดังทำให้การเรียนรู้กับการสื่อสารยากขึ้น

ปัญหาเสียงจึงเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วย

ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารราคาย่อมเยาหลายแห่งวางโต๊ะชิดกัน พื้นเป็นกระเบื้อง ผนังเป็นกระจก ฝ้าเพดานเป็นพื้นผิวแข็ง เสียงจาน เพลง และบทสนทนาสะท้อนไปทั่วห้อง เมื่อลูกค้าโต๊ะหนึ่งพูดดังขึ้น โต๊ะข้างเคียงก็ต้องเพิ่มเสียงตาม ร้านทั้งร้านจึงเข้าสู่วงจรที่เสียงสร้างเสียงเพิ่มขึ้นเอง

ส่วนร้านราคาแพงมักมีระยะห่างระหว่างโต๊ะ มีห้องย่อย เก้าอี้บุผ้า ม่านหนา และวัสดุดูดซับเสียง ลูกค้าไม่ได้จ่ายเฉพาะค่าอาหาร แต่จ่ายค่าความเงียบจากเสียงรอบข้างเพื่อให้ได้ยินคนที่นั่งตรงหน้าด้วย

บ้านพักอาศัยก็ประสบปัญหาคล้ายกัน คอนโดมิเนียมราคาแพงขายความสงบผ่านห้องที่อยู่สูง หันเข้าสวน หรือใช้กระจกสองชั้นและสามชั้น บ้านราคาแพงในหมู่บ้านจัดสรรล้อมรั้วก็มักสร้างห่างจากถนนใหญ่ แต่หอพักกับห้องแถวราคาถูกริมถนนมักมีหน้าต่างบางและต้องเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ คนที่มีรายได้สูงจ่ายค่ากระจกกันเสียงกับค่าเครื่องปรับอากาศได้

ส่วนคนที่มีรายได้น้อยต้องเลือกระหว่างความร้อนกับเสียงรบกวน

ความเงียบจึงกลายเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง การพัฒนาเมืองที่ผ่านมาทำให้เสียงดังกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วขายความเงียบคืนให้เราในราคาแพง

เสียงยังเป็นวิธีครอบครองพื้นที่สาธารณะที่ไม่ต้องสร้างรั้ว คนหนึ่งคนสามารถยึดพื้นที่การได้ยินของคนทั้งถนนได้ด้วยลำโพงเพียงตัวเดียว รถยนต์แต่งท่อเพียงคันเดียวก็ส่งเสียงเข้าไปในบ้านหลายสิบหลัง ผู้รับเสียงปิดประตูหนีได้บ้าง แต่ไม่สามารถผลักเสียงกลับไปยังเจ้าของได้

ผู้สร้างเสียงขนาดใหญ่บางรายเป็นศูนย์การค้าและอาคารพาณิชย์ หน้าห้างหลายแห่งเปิดเพลงหรือโฆษณาผ่านลำโพงกำลังสูง ภายในมีเวทีกิจกรรม เสียงพิธีกร และสื่อประชาสัมพันธ์ที่ส่งเสียงแข่งกัน โถงกระจก หิน และพื้นผิวแข็งยิ่งขยายเสียงไปทั่วอาคาร

เสียงเหล่านี้มักได้รับการเรียกว่าบรรยากาศหรือความคึกคัก ทั้งที่พนักงาน คนเดินผ่าน คนขับรถรับจ้าง และชุมชนรอบข้างไม่ได้เลือกฟัง

ร้านเล็กที่เปิดเพลงดังอาจถูกร้องเรียนได้ง่าย แต่กิจกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่กลับได้รับการยอมรับมากกว่า ความดังจึงสัมพันธ์กับอำนาจด้วย

หูฟังตัดเสียงรบกวนเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุด หูฟังชนิดนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบพกพา คล้ายกระจกสองชั้นที่เราสวมไว้บนศีรษะ ผู้ใช้สร้างห้องส่วนตัวขนาดเล็กขึ้นมาระหว่างนั่งรถไฟฟ้า ทำงานในร้านกาแฟ หรือเดินริมถนน คนหลายร้อยคนอาจอยู่ในขบวนเดียวกัน แต่ผู้สวมหูฟังเดินทางอยู่ในโลกเสียงของตนเอง

เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ แต่ไม่ได้ทำให้เมืองเงียบลง เพียงช่วยให้คนที่มีกำลังซื้อหลบจากเสียงชั่วคราว

หูฟังยังสร้างปัญหาอีกด้านหนึ่ง เมื่อเสียงรอบตัวดัง คนมักเพิ่มระดับเสียงเพลงเพื่อกลบเสียงภายนอก เราหนีจากเสียงรถยนต์เข้าไปหาเสียงที่ส่งตรงถึงแก้วหู ระยะเวลาที่หูรับเสียงได้อย่างปลอดภัยจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อระดับเสียงเพิ่มขึ้น

การป้องกันเสียงภายนอกจึงมักลงเอยด้วยการเปิดเสียงในหูให้ดังยิ่งกว่าเดิม

สิทธิ์ในการปิดหูก็ไม่ได้กระจายเท่ากัน พนักงานออฟฟิศอาจสวมหูฟังระหว่างทำงานได้ แต่พนักงานร้านอาหารต้องฟังเสียงลูกค้าและเสียงจานตลอดกะ

คนขายของริมถนนเผชิญเสียงจราจรวันละหลายชั่วโมง

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องคอยฟังสิ่งผิดปกติ

พี่วินมอเตอร์ไซค์ต้องได้ยินรถรอบตัว เมืองจึงจัดสรรทั้งความเงียบและภาระในการรับฟังตามอาชีพและรายได้

การแก้ปัญหาไม่ควรผลักให้แต่ละคนซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัวเอง

อาคารที่อยู่ติดถนนอาจวางบันได ห้องน้ำ หรือพื้นที่บริการไว้ด้านรับเสียง แล้ววางห้องนอนกับห้องเรียนไว้ด้านใน

ร้านอาหารอาจใช้วัสดุดูดซับเสียงแทนการตกแต่งด้วยพื้นผิวแข็งทุกด้าน

กระจกสองชั้นช่วยได้ แต่ต้องออกแบบประตู วงกบ ผนัง และระบบระบายอากาศร่วมกัน เพราะเสียงลอดผ่านช่องเล็กได้ง่าย

ผังเมืองและการออกแบบถนนก็สำคัญ โรงเรียน โรงพยาบาล และบ้านพักผู้สูงอายุไม่ควรตั้งชิดถนนใหญ่โดยไม่มีพื้นที่กันชน การลดความเร็วรถ ใช้ผิวถนนที่เรียบ และลดปริมาณรถช่วยลดเสียงได้โดยตรง แนวอาคาร ระยะห่างจากถนน และรูปทรงของพื้นที่ว่างก็เปลี่ยนทางเดินของเสียงได้

จากที่ผู้เขียนเคยทำงานวิจัยเรื่องแผนที่เสียงในกรุงเทพฯ พบว่า การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องพิจารณาแหล่งกำเนิด ทางผ่านของเสียง และตำแหน่งของผู้รับเสียงร่วมกัน

เมืองใหญ่ควรมีแผนที่เสียงที่ประชาชนเปิดดูได้เหมือนแผนที่ฝุ่น เพื่อเห็นว่าพื้นที่ใดมีปัญหาในช่วงเวลาใด

ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษมีแอป Sound24Thai และเว็บไซต์ Noise4Thai.net สำหรับรายงานข้อมูลระดับเสียงแบบเรียลไทม์

แต่การควบคุมมลพิษทางเสียงไม่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว ประชาชนสามารถช่วยวัดเสียง บันทึกเวลาและแหล่งกำเนิด แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเติมช่องว่างในตรอก ซอย และชุมชนที่สถานีตรวจวัดของรัฐเข้าไม่ถึง พร้อมเปลี่ยนความรำคาญส่วนตัวให้กลายเป็นหลักฐานสาธารณะที่ใช้ผลักดันการแก้ปัญหาได้จริง

แน่นอนว่า เป้าหมายในเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเมืองที่เงียบสนิท เสียงเด็กเล่น เสียงคนในตลาด เสียงดนตรี และเสียงสนทนาบนที่สาธารณะล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเสียงของคนกลุ่มหนึ่งครอบครองและกดทับพื้นที่การได้ยินของคนอื่นเป็นเวลานาน โดยผู้รับเสียงไม่มีทางหลบและไม่มีอำนาจต่อรอง

เมืองที่เป็นธรรมควรทำให้คนพักหูได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะเมื่อเมืองหนวกหูไปนานๆ ความรำคาญจะค่อยๆ กลายเป็นความเสียหายต่อสุขภาพ และคนในเมืองอาจค่อยๆ หูตึงจนหูหนวก โดยไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเตือนของร่างกายตนเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

MatiTalk : ‘พิธา’ กับ 2 ปี ยุบก้าวไกล ความหวัง กำลังใจ และสิ่งอยากฝากคน Gen Z
เจ้าฟ้าและสามัญชน | นายพุ่มคลุ้มคลั่ง
เมืองหนวกหู คนหูหนวก
เส้นบางๆ ระหว่างการใช้เอไอที่ดีกับไม่ดี
ศ.ดร.สุชาติ ชี้ ไทยไม่ควรปูพรมแดงให้ผู้นำที่ยึดอำนาจและเข่นฆ่าประชาชน เราจำเป็นต้องเจรจา แต่ไม่จำเป็นต้องเชิดชู
คุยกับทูต | อิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี โอมาน : สะพานแห่งสันติภาพ สู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน (3)
สำรวจตัวเอง เป็นคนใช้ AI ประเภทไหน
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (17)
ราชปรารภ ราชประสงค์ เจ้าหน้าที่ ‘กู้ชีพ’ จาก วชิรพยาบาล ‘เป้า’ สังหาร โดยกระสุน ‘สไนเปอร์’
จรรยาแพทย์ : เมตตากรุณา ความสามารถและอัตตาณัติ
Songs in the Key of Life : ขบวนการกวนประสาท
สะพัด กฎใหม่ ‘2 ปีอัพ’ ตั้ง ผบ.เหล่าทัพ กระทบแผน ‘บิ๊กปู’ ดัน บิ๊กเต้ จับตา ตท.26 ทบ.-ทร. สู้ ตท.28-29 หายใจรดต้นคอ