bg-single

ธงทอง จันทรางศุ | หอประชุมกองทัพบก ‘ช้างเผือก’ ที่จำทน ‘เลี้ยง’

31.07.2026

คอลัมน์ หลังลับแล มีอรุณรุ่ง

ในยุคสมัยที่ผมเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยหรือเพิ่งเริ่มเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยได้ใหม่ๆ ในพื้นที่ของแต่ละคณะ นอกจากอาคารเรียนทั้งหลายแล้ว คณะในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยุคนั้นยังนิยมที่จะมีสนามบาสเกตบอลเป็นของตัวเอง เพราะเป็นกีฬาที่เล่นได้หลายคนและได้รับความนิยมมากพอสมควร อีกทั้งใช้พื้นที่ “ไม่มากนัก” เมื่อเปรียบกับกีฬากลางแจ้งอีกบางอย่าง เช่น ฟุตบอล เป็นต้น

เพราะฉะนั้นเมื่อคณะนิติศาสตร์ย้ายที่ทำการจากที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐศาสตร์ ออกมาอยู่ทางฝั่งตลาดสามย่าน ใกล้กันกับอาคารสามย่านมิตรทาวน์ทุกวันนี้ ในปีพุทธศักราช 2517 ความปรารถนาของอาจารย์และนิสิตหลายคนจึงมุ่งเป้าไปที่การมีสนามบาสเกตบอลเป็นของตัวเอง

ในเมื่องบประมาณหลวงไม่มีให้ เราก็เรี่ยไรจัดหาและช่วยกันจัดสร้างขึ้นเองในระหว่างบรรดานิสิตด้วยกัน สำเร็จประโยชน์เป็นสนามบาสเกตบอลที่ได้ใช้งานต่อเนื่องมาอีกหลายสิบปี

จนกระทั่งมีการทุบอาคารหลังเก่าของคณะซึ่งหมดอายุการใช้งานและไม่สามารถตอบโจทย์ภารกิจการเรียนการสอนที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ ผังการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณนั้นจึงเปลี่ยนแปลงไป

และไม่มี “สนามบาสเกตบอลของคณะนิติศาสตร์” ปรากฏให้เห็นอีกต่อไป

พูดกันตามข้อเท็จจริงที่เป็นปัจจุบัน การที่มหาวิทยาลัยที่อยู่ในเมืองอย่าง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะยินยอมให้มีสนามบาสเกตบอลของคณะต่างๆ คณะละหนึ่งสนาม ต้องถือว่าเป็นการใช้ที่ดินที่ไม่สมประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

ภารกิจเกี่ยวกับการเรียนการสอน การวิจัย การบริการสังคม และเรื่องอื่นๆ ที่ปรับเปลี่ยนไปทำให้อาคารสถานที่ทั้งหลายต้องปรับรูปแบบและการบริหารจัดการไปด้วย แทนที่แต่ละคณะจะมีสถานที่สำหรับเล่นกีฬาเป็นของตัวเอง

ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยจัดให้มีพื้นที่กลางสำหรับใช้ประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง สนามกีฬาในร่ม สระว่ายน้ำ หรืออะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างไปอยู่ร่วมกันและบริหารร่วมกันหมด

อาคารที่ชื่อ “ราชสุดากีฬาสถาน” มีฐานะเป็นสนามกีฬาในร่มใช้ประโยชน์ปรับเปลี่ยนได้สำหรับการเล่นกีฬานานาชนิด มีพื้นที่กว้างขวางพอใช้งาน และสามารถทำอะไรต่ออะไรได้อีกหลายอย่างเมื่อมีความจำเป็นเกิดขึ้น

เมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อาคารหลังนี้ได้ใช้ประโยชน์เพื่อรองรับผู้ที่จำเป็นต้องหลบลี้หนีภัยน้ำท่วมมาพักอาศัย

มีอยู่ปีหนึ่งที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปิดซ่อมแซมการใหญ่ พิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรก็มาจากที่อาคารหลังนี้

เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์กันคุ้มค่า และในเวลาปกติก็ใช้เพื่อการกีฬาต่างๆ สมดังชื่อของอาคาร

ที่ผมกล่าวความเบื้องต้นมายืดยาวในทำนองขี่ม้าเลียบค่ายเช่นนี้ สงสัยใช่ไหมครับว่าผมตั้งใจจะพูดถึงอะไร

เฉลยเลยครับว่า ผมตั้งใจจะพูดถึงการสร้างหอประชุมของกองทัพบกที่เป็นข่าวอยู่ในเวลานี้

โดยเป็นหอประชุมที่สร้างอยู่แถวย่านถนนพระราม 9 โน่น ด้วยวงเงินงบประมาณกว่า 3,400 ล้านบาท

และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว การใช้งานก็ไม่สมกับเงินที่ลงทุนไป

ผู้บัญชาการทหารบกซึ่งไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรก็ยอมรับความจริงข้อนี้ พร้อมแถลงด้วยว่า ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก็หนักหนาเหลือเกิน กำลังคิดอ่านปรึกษากับหน่วยงานทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงการคลัง ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไรดี

ปัญหาอย่างนี้ทำให้ผมนึกถึงสำนวนไทยโบราณว่า เปรียบเหมือนการได้ช้างเผือกมาหนึ่งเชือก ช้างเผือกนี้ใช้งานถูไถไม่ได้นะครับเพราะเป็นช้างเกียรติยศคู่บ้านคู่เมือง

แต่ข้อสำคัญคือช้างหนึ่งเชือกนั้นกินจุเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นช้างธรรมดาหรือช้างเผือกก็กินอาหารปริมาณเท่ากัน

เรื่องหอประชุมกองทัพบกที่เกิดขึ้นคราวนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แต่ตรรกะหรือวิธีคิดก็คือสนามบาสเกตบอลของคณะนิติศาสตร์นั่นเอง

แต่ละหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนหรือฝ่ายไหนไหนก็ตาม ต่างมีความฝันที่จะมีห้องหับอาคารสถานที่ ไปจนถึงรถราม้าใช้เป็นของตัวเอง จะได้ไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ แถมยังแลดูเป็นศรีสง่าสมฐานะความสำคัญของหน่วยงานของเราเสียด้วย

ห้องประชุมขนาดใหญ่ของหน่วยจึงเป็นหนึ่งในรายการก่อสร้างที่พบเห็นอยู่เสมอ

ตอนคิดจะสร้างจะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นล้วนแต่คิดแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น

แต่เรามาคิดต่อไปอีกสองสามข้อนะครับ เป็นต้นว่า งบประมาณที่ว่านั้นเป็นเงินแผ่นดินที่มีรายจ่ายที่จำเป็นรอจ่ายอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เราเคยคิดกันอย่างจริงจังหรือไม่ว่า การจัดลำดับค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นก่อนหลังเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามไปได้

ข้อถัดไป คือถ้าสร้างเสร็จหรือมีไว้ใช้งานแล้ว ประโยชน์ของการใช้สอย จำนวนครั้ง จำนวนคนที่เกี่ยวข้อง มีความคุ้มค่าหรือไม่หรือต้องปิดไว้ปีละ 11 เดือนกับสามสัปดาห์ เพื่อเปิดใช้งานเพียงแค่ปีละหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แบบนี้ก็ไม่ไหวครับ

และข้อสุดท้าย คือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ไม่ว่าจะเปิดใช้งานหรือปิดเก็บไว้ ตัวเลขค่าใช้จ่ายเดินไม่เคยหยุด ถ้าวันไหนเปิดใช้งานก็จ่ายมากหน่อย แต่ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เปิดใช้งาน อย่างไรเสียก็มีค่าน้ำค่าไฟเกิดขึ้น ไหนจะค่าทำความสะอาดและสารพัดค่าอื่นๆ อีกจิปาถะ เคยคิดกันบ้างหรือไม่

วิธีคิดที่น่าตกใจมากที่สุด คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของงบประมาณแผ่นดินที่ต้องจัดหามาให้หน่วยของเราใช้ หน่วยเรามีความสำคัญสูงสุดในโลกนี้ จะมองข้ามไปได้อย่างไร ฮา!

วิธีคิดอย่างนี้จะเปลี่ยนไปตรงกันข้าม ถ้าหากว่าเป็นเรื่องการใช้จ่ายเงินจากกระเป๋าของเราเอง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมจะสร้างบ้านสักหนึ่งหลัง ถามว่าผมจะสร้างห้องประชุมที่มีความจุคนสักห้าสิบคนไว้ในบ้านผมไหมครับ “เผื่อว่า” วันหนึ่งจะต้องใช้งานขึ้นมา

เช่น ปีหน้าผมจะอายุครบหกรอบแล้ว อยากจะเลี้ยงข้าวญาติมิตรเพื่อนฝูงสัก 50 คน ผมควรมีห้องประชุมซึ่งอยู่ในบ้านของเราเองที่สามารถนั่งกินข้าวได้พร้อมหน้ากัน 50 คนเตรียมไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจให้เสียศักดิ์ศรี

แบบนี้จะดีไหมครับ

พอเป็นเงินส่วนตัวของเราเองแล้วจะพบว่า ไม่มีใครคิดจ่ายเงินแบบนั้นเลยเว้นเสียแต่มีเงินมากจนกระทั่งไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง

เพราะฉะนั้นบ้านของผมจึงไม่สมควรมีห้องประชุมขนาดความจุ 50 คน มีแค่ห้องนอนห้องน้ำห้องครัวก็พอถมเถไปแล้ว

ถ้าวันไหนนึกครึ้มขึ้นมาอยากจะชวนคน 50 คนมากินข้าวด้วยกัน ผมก็ควรไปหาสถานที่อื่นที่มีความเหมาะสม

เช่น ไปเช่าสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ นี่พอได้ลดราคาอยู่ เพราะเป็นสมาชิกสมาคมของเขา

หรือจะไปเลือกหาร้านอาหาร โรงแรม ที่รับจัดงานแบบนี้ก็มีให้เลือกอีกมาก

เวลาไปตามสถานที่เหล่านั้น โต๊ะเก้าอี้จานชามช้อนส้อม อุปกรณ์ด้านเครื่องเสียง จอ คาราโอเกะ และอะไรอื่นๆ ก็มีครบครัน ถ้าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มก็ว่ากันไปตามกติกา ไม่ต้องซื้อหามาเป็นของเราเองให้ตกรุ่นหรือต้องเสียค่าซ่อมเมื่อใช้งานไปนานปี

ผู้เป็นเจ้าของสถานที่หรือกิจการเหล่านั้นเขาคำนวณแล้วครับว่ามีความคุ้มค่าที่จะมีห้องประชุมขนาดใหญ่ขนาดน้อยไว้ให้ผู้ใช้บริการได้เรื่อง มีอุปกรณ์ประกอบการการใช้งานซึ่งเขาลงทุนและเก็บสตางค์ค่าเช่าค่าใช้ได้สมกับเงินที่ควักออกไปจากกระเป๋า

จําได้ไหมครับว่าต้นปีที่แล้ว เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่พม่าและตึก สตง. ที่กำลังก่อสร้างอยู่เกิดถล่มลงมา เราจึงได้รู้ว่าตึกดังกล่าวมีห้องประชุมหรูหราที่มีความจุหลายร้อยคน การตกแต่งและเครื่องใช้สอยไม่แพ้โรงหนังชั้นดีตามศูนย์การค้าทั้งหลายเลย

นี่ถ้าเป็นเงินส่วนตัวของผู้บริหารหน่วยงานนั้นจะไม่มีใครว่าอะไรเลย แต่เรื่องมันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ เพราะเป็นเงินของคนทั้งประเทศที่แต่ละวันก็ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้วช่วยกันมาจ่ายภาษีรวมเข้าเป็นกองกลางเพื่อจับจ่ายใช้สอยในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับส่วนรวม

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่จะผิดถูกอย่างไรฝากให้ช่วยกันคิดเพิ่มเติมขึ้น คือ หน่วยงานที่ ” มีคนเกรงใจ” มาก มักมีแนวโน้มที่จะตั้งงบประมาณขอค่าใช้จ่ายประเภทนี้บ่อยกว่าหน่วยงานเล็กๆ น้อยๆ อื่นที่ไม่ค่อยมีใครเกรงใจ

และเมื่อหน่วยงานที่มีคนเกรงใจมากตั้งงบประมาณแบบนี้ไปแล้ว ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำไปยันปลายน้ำก็มักจะนิ่งเงียบเสีย เพราะ “เกรงใจ” อย่างไรเล่า

แถมถ้าเป็นยุคสมัยที่เครือข่ายของหน่วยงานเช่นว่านั้นกำลังมีวาสนาบารมี เช่น ในยุคที่เรามีรัฐบาลมาจากการทำรัฐประหาร หน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังที่ว่าก็พลอยได้อานิสงส์ด้วย จะตั้งงบประมาณอย่างไรก็ไม่มีใครอยากจะถามอะไรมาก ประเดี๋ยวความจะทราบไปถึงคนใหญ่คนโตเข้า

คนมีหน้าที่ถามเขาย่อมเกรงว่าภัยจะมาถึงตัวเขาบ้างเหมือนกัน เพราะฉะนั้นนิ่งไว้เสียดีกว่า

ขอขอบพระคุณการรายงานข่าวเรื่องนี้ และการตอบคำถามของท่านผู้บัญชาการทหารบกเกี่ยวกับเรื่องหอประชุมที่มีลักษณะเป็นช้างเผือกเชือกนี้ ที่ทำให้เราได้เห็นความจริงของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาว่าไม่ควรให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

เขียนย่อหน้าก่อนหน้าจบแล้ว ผมกลับไปย้อนอ่านอีกทีหนึ่ง อดไม่ได้เลยที่จะบอกกับตัวเองว่า ผมช่างคิดอะไรเพ้อเจ้อเสียจริงๆ อย่างไรเสีย กรณีศึกษาใหม่เรื่องอื่นแต่มีสาระหลักทำนองเดียวกันแบบนี้คงเกิดขึ้นให้เราได้ศึกษาอีกมากในวันข้างหน้า

ศึกษากันเยอะๆ ดีครับ จะได้ช่วยกันเรียนรู้และฉลาดเสียที



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ถอดรหัสหลุมพรางไฟใต้ ถล่มด่านฆ่าทหาร 5 ศพ ยั่วรัฐตอบโต้กลับรุนแรง! ยิ่งปราบ-ก่อการร้ายยิ่งโต
เหยี่ยวถลาลม | ไม้ซีกงัดไม้ซุง
ถอดรหัสความสำเร็จ ‘นักบริหาร-มือปราบ’ จากทฤษฎีสู่นวัตกรรมผลงานประจักษ์แจ้ง
ธงทอง จันทรางศุ | หอประชุมกองทัพบก ‘ช้างเผือก’ ที่จำทน ‘เลี้ยง’
ผ่าตัดตำรวจครั้งใหญ่! เลิกเดินตามทหาร ต้องคิดปฏิรูปองค์กร ชาวบ้านจะต้องไม่ไปร้องไห้ออกทีวี
เจ้าฟ้าและสามัญชน : สมรสลับ
‘ภคมน’ ตั้งข้อสังเกต หลังโกงสอบท้องถิ่นผ่าน 40 วันไม่คืบหน้า ชวนย้อนไทม์ไลน์จะพบว่า เป็นการ ‘สั่งตั้งแต่เมื่อวาน’ ฮั้วกันตั้งแต่เริ่มต้น ?
อนุทินกับเรื่องที่ดังกว่า เพลงเถียน มี่ มี่
โครงการแลนด์บริดจ์ให้บทเรียนอะไรกับไทย?
AI เพื่อมนุษยชาติ : ยุทธศาสตร์ AI จากภาวะขาดแคลน
คดีโกงเลือก ส.ว. ภาค 2 กดดันใส่… รัฐบาล… กกต. และขบวนการยุติธรรม
โอ้..อนาถ วาสนา ข้า ราด ชะ กาน | กวีกระวาด : เมธี วงศ์ครุฑ