bg-single

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (21)

14.09.2026

บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

520 วันบันทึกของคำจากลา

ในโลกหลังกำแพง (21)

สร้างความเป็นไทย

ผมครุ่นคิดอยู่นานว่าจะเขียนอย่างไรดี เพราะ “มันยากจะจำ แต่ไม่อาจลืม” กลิ่นสาบมนุษย์ที่คละคลุ้ง ความดิบเถื่อนที่คนจะมีต่อกันได้ มิจฉาชีพในคราบนักบุญ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นพร้อมในแดน 6 ทั้งจิตใจที่บอบช้ำและความย้ำคิดย้ำทำที่ไม่มีที่สิ้นสุดของผม ถึงวันนี้ผมยังคงประหลาดใจกับตัวเองว่าผ่านมาได้อย่างไร

ทั้งนี้ เรื่องราวหลายส่วนที่เกิดขึ้น ผมไม่อาจเขียนได้ทั้งหมด เพราะผมไม่อยากกลับเข้าไปเป็นครั้งที่ 3

ถึงอย่างนั้น ผมยังคงซื่อตรงต่อเรื่องราวที่ตนเองเผชิญและยังจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา แต่ต้องไม่กระทบต่อบุคคลหรือเพื่อนของผมที่ยังคงถูกคุมขังอยู่

หวังจะไม่ต้องมีใครต้องติดคุกเพราะกฎหมายที่บิดเบี้ยวของประเทศนี้อีกนะครับ

“กริ๊งงงงงง” เสียงกริ่งดังขึ้น เหล่าผู้คนบริเวณโดยรอบต่างเก็บของอย่างรวดเร็ว แล้วเดินไปที่สนามอย่างพร้อมเพรียง

เราที่กำลังยืนงงกลางดงฝูงคนอยู่ พี่ก้องก็เดินมาเรียกให้ไปเข้าแถว ‘มาเร็วๆ’ เราที่ไร้ประสาก็เดินตามไป แต่ข้างหลังถัดออกไป เราเห็นจ่าชุดดำ เดินต้อนคนออกมาตามมุมต่างๆ ‘ไอเหี้ย ไปเข้าแถว’ ‘เร็ว มึงออกไปให้หมด’ เราจึงเร่งฝีเท้าให้ไวกว่าเดิม

“เดี๋ยวขนุนไปมุมซ้ายสุดนะ ตรงนั้นที่ของห้อง 1 เดี๋ยวเสร็จแล้วมาเจอกันที่ห้องสมุดนะ” พี่ก้องว่า

แม้จะงงๆ แต่เราก็ถามคนนั้นที คนนี้ที จนเดินไปถึงห้องของเรา (ส่วนหนึ่งจำหน้าหัวหน้าห้องได้)

“น้องๆ มายืนตรงนี้ ตามความสูง” พี่เอ็มหันมาเรียก เราก็ยืนตามที่แกว่า ใจหนึ่งก็เกรงๆ หันซ้ายที หันขวาที ดูรอบๆ ว่าเขาทำอะไรกัน

“อะไรวะเนี่ย ทำไมทุกคนใส่เสื้อฟ้าหมดเลย เอาไงดีวะเนี่ย” เราคิดในใจ พร้อมกับหันหลังไปเห็นพี่แม็กที่ยืนมองหันไปหันมาไม่ต่างอะไรจากเรา

“ทั้งหมดนั่ง ไหนคนใหม่ที่เพิ่งย้ายแดนมา ยกมือหน่อย” เสียงจ่าชุดดำตะโกนดังขึ้น เราที่ได้ยินเลยรีบยกมือในทันที

“รอดตายแล้ว” เราคิด แค่นี้เราก็ดูแปลกแยกจากชาวบ้านแล้ว

“ปุ๊ก! รีบใส่เลยก่อนพ่อมา” จ่าพูดขึ้น พร้อมโยนชุดมาทางเรา มันเป็นเสื้อสีฟ้า กางเกงสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นผ้าดิบยังดูใหม่ๆ เลย เราไม่ได้พิจารณาอะไรมาก เพราะต้องรีบใส่ทับด้วยความกลัวว่าจะเป็นแกะดำ ท่ามกลางสายตาที่หันมามองพวกเรา พร้อมกับเสียงซุบซิบที่ดังขึ้น

“เดี๋ยวต่อไปเขาจะเช็กยอด ดูข้างๆ นะ ถ้าเขานับถึงไหน นับต่อแล้วหันไปอีกทาง” พี่เอ็มแนะนำ พอเราหันมองตามก็เห็นว่าแต่ละห้องเข้าแถวตอนเรียงสามลึกลงไป ซึ่งเราอยู่แถวหน้าๆ เลยเพราะตัวสูง

เสียงตึ้งของประตูหน้าที่ทำการแดนดังขึ้น พร้อมกับผู้คุมหลายคนที่เดินออกมา คนหนึ่งที่ดูตัวเล็กแต่กำยำเดินมาหยุดที่หน้าห้อง 1 พร้อมเรียก ‘หัวหน้าห้อง เช็กยอด’

“ห้องหนึ่ง หัวแถวนับ” เมื่อนั้นหัวหน้าห้องก็ยืนขึ้นสั่งนับยอด

“1 2 3…” เสียงนับไล่เรียงตัวเลขเรื่อยมาจนถึงเรา ’14’ แล้วเราก็หันซ้ายเป็นสัญญาณบอกลำดับคนถัดไป ซึ่งก็เหมือนกับการเช็กยอดในห้องเลย

การเช็กยอดในเรือนจำนั้นสำคัญมาก หากคนหายอย่างเช่นตอนนี้ ห้องเรามีคนหายไปคนหนึ่งเพราะทำงาน ‘การศึกษา’ หัวหน้าห้องต้องเป็นผู้แจงยอดว่าไปไหน

เมื่อแล้วเสร็จ ผู้คุมก็เดินไปนับห้องถัดไป วนไปแบบนี้จนครบทั้ง 12 ห้อง จนเมื่อเพลง ‘สดุดีจอมราชา’ ดังขึ้นจากสายกลาง

“ทั้งหมดลุก แถวตรง ตามระเบียบพัก” จ่าที่อยู่หน้าเสาธงตะโกนขึ้นอีกครั้ง

มีจ่ากลุ่มหนึ่งเหมือนถือพานที่วางธงชาติอยู่ เดินเป็นแถวเชิญธงชาติมาผูกไว้ที่เสาธง พร้อมกับประโยค ‘เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย’ จนเสียงสิ้นสุดลง

“ทั้งหมดแถวตรง” จ่าสั่งอีกครั้ง ‘ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย…’ เพลงชาติดังขึ้น

บรรยากาศนี้ราวกับย้อนไปอยู่ในสมัยมัธยม ที่เราเองก็เคยเป็นพิธีกรหน้าเสาธง กล่าวนำร้องเช่นเดียวกับภาพที่เห็นตอนนี้ แต่ตอนนั้นทุกคนต่างอิดออดกับการถูกครูบังคับ ต้องคอยพูดย้ำซ้ำๆ ว่า ‘ร้องเสียงให้ดังสิ’ แต่ในคุกนี้ ทุกคนร้องเสียงดังสุดชีวิต เราไม่รู้ว่าเขาร้องด้วยใจ หรือเกรงต่อบทลงโทษกันแน่

ถึงตอนนี้เรายังคงตั้งคำถามอยู่

เมื่อเพลงจบลงก็ตามด้วยบทสวดมนต์ ก่อนปิดท้ายด้วยเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ เราที่คิดว่าทุกอย่างจะจบแล้วเลยจะก้าวขาไปห้องสมุด แต่ไม่ทันจะก้าวออกไปไกล เสียงนกหวีดก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ปรี๊ดดด… ปรี๊ดดด… ปรี๊ดดดดด… เข้าแถวตามกองงาน” เสียงดังขึ้นจากที่ทำการแดน ทำเอาเรางง ‘อะไรนะ กองงานไรวะ’

แต่ไม่ทันได้งงอะไรมาก เราก็ถูกพี่เอ็มดึงตัวมายืนอีกจุดหนึ่งแบบงงๆ

“น้องมาใหม่ น้องต้องอยู่กองงานคนใหม่ เดี๋ยวค่อยอธิบาย ยืนไปก่อน” พี่เอ็มว่า พร้อมกับพี่แม็กที่คงโดนดึงมาเหมือนกัน

“ขนุน คือไรวะ” พี่แม็กถาม

“ผมก็ติดคุกครั้งแรกพี่ ผมต้องถามพี่สิ” เราตอบกลับไป

แล้วผู้คุมกับจ่าก็เดินมาที่หน้าแถวที่ดูไร้ระเบียบ พร้อมสั่ง ‘ทั้งหมด จัดแถว’

“เห้” เสียงดังตอบกลับโดยทันที เมื่อเป็นแถวผู้คุมก็สั่งนับในทันที

“หัวแถวนับ” ผู้คุมสั่ง ‘1 2 3…’ เสียงนับนี้ไล่ไปไกลกว่าครั้งไหน จำนวนคนหลักร้อยคนกำลังนับ พร้อมกับนั่งอย่างกับคลื่นมนุษย์ที่ไหลมาจนใกล้เรา

“67” เราพูด พร้อมกับนั่งลงไปในทันที ตามด้วยพี่แม็ก จนเสียงสุดท้ายดับลง ‘126 126 คนครับ’

“ทั้งหมดเลิกแถว” ผู้คุมสั่ง ‘ขอบคุณครับ’

เรางงมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น นับแล้ว จะนับอีกทำไม? เราเก็บคำถามนี้มารอถามต่อกับพี่ก้องและบั๊ก เรายังมีคำถามอีกมากมายที่อยากจะรู้เกี่ยวกับแดนนี้ เราจึงจ้ำอ้าวไปห้องสมุดอย่างรวดเร็ว

แต่เราไม่ทันจะไปถึง พี่ก้องก็มาสะกิดหลังเรา ‘เปงไงบ้างขนุน เดี๋ยวอยู่ไปจะค่อยๆ เข้าใจนะว่าต้องทำยังไง’

“พี่ก้อง ผมต้องทำอะไรต่ออะ จะมีเช็กยอดอีกมั้ย” เราถาม

“มีสิ เดี๋ยวตอนเที่ยงก็มีอีกรอบ แต่เป็นเช็กตามกองงานอย่างเดียว แล้วตอนขึ้นห้องก็จะเช็กก่อนขึ้นเรือนนอน และในเรือนนอนอีกที” พี่ก้องตอบ

“เช็กห่าไรเยอะขนาดนี้เนี่ยพี่” เราไม่เข้าใจ

“อั้วก็ไม่ลู้เหมือนกัน แต่เดี๋ยวเข้ามานั่งในห้องสมุดก่อน มารู้จักทุกคนได้มีเวลาคุยกัน” พี่ก้องว่า

เราจึงเดินเข้าไปในห้องสมุดต่อ พร้อมกับเริ่มกลับย้อนคิดถึงเรื่องข้างนอก คนนั้นจะเป็นอย่างไร ที่บ้านจะทำยังไง แล้วประกันไปถึงไหนแล้ว จะมีใครมาเยี่ยมมั้ย นั้นเองก็เริ่มกลับไปซึมอีกครั้ง

“เปงไรขนุน เพิ่งเข้ามานิ ข้างนอกเปงยังไงบ้าง” พี่ก้องหันมาถามอีกครั้ง

“ข้างนอกเหรอครับ สถานการณ์แย่มาก รัฐบาลก็ไม่ได้สนใจอะไรพวกเรา ไหนจะกระแสฝ่ายขวาที่ขึ้นสูง หลังเลือกตั้งมาพวกเราก็มีความหวังกัน พี่ก็น่าจะทันช่วงนั้น แต่พอมาตอนนี้ทุกอย่างแย่ไปหมดเลย” เราบ่นให้แกฟัง

พี่ก้องที่นั่งกอดอก พยักหน้าหงึกๆ รับฟังเรื่องราวที่เราเล่า แกก็พูดมาคำหนึ่ง

“พวกเราอยู่ในนี้ ก็ต้องไม่เสียเวลา ต้องพัฒนาตัวเองให้พร้อมที่จะกลับออกไป” พี่ก้องพูดพร้อมเดินๆ ไปหยิบหนังสือ ‘หนังสือพวกนี้ช่วยได้เยอะเวลาอยู่ข้างในนี้ ลองอ่านๆ ดู ถ้าสนใจเล่มไหนบอก เดี๋ยวยืมให้ อั้วเป็นผู้ช่วยห้องสมุดตอนนี้’ ก่อนแกจะพาไปแนะนำพี่แต่ละคนที่อยู่ในห้องสมุดนี้

ก่อนบั๊กจะเข้ามาพร้อมเรียกเรา “ขนุนอยู่ไหน มีบุ๊กยัง ไปต่อแถวซื้อของก่อน” เรามีแต่ของที่ป๊าแม่ซื้อให้ คิดว่าคงยังไม่น่าพอ ไหนจะเสื้อผ้า ขนมอีก งั้นเดี๋ยวไปซื้อมาเติมก่อนแล้วกัน

เราเลยเดินออกไป พร้อมเห็นท้องฟ้าที่สดใสอยู่ตรงหน้าประตู “อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องติดในห้องแดน 2 ละวะ” เราคิด แม้มันจะเป็นข้ออ้างเล็กๆ ให้แดนที่เราอยู่ตอนนี้ แต่อีกไม่นานเราจะจมดิ่งลงไปในห้วงคิด และอีกนานกว่าจะกลับขึ้นมาได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

6 เดือน อเมริกายิงจรวดถล่ม เด็กนักเรียนประถมอิหร่านตาย 168 คน ยังไร้ความรับผิดชอบใดๆ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (21)
มหากาพย์ ‘ทางด่วนพระราม 2’ สร้างแล้วสร้างอีก จบจริงหรือยัง?
กรรณิการ์ ปู่จินะ สมาพันธ์คนไร้บ้านฯ ย้อนฉากจำขึ้นใจ จัดระเบียบวันนี้ ‘เหมือนย้อนยุค 20 ปี’
‘ปิยบุตร’ วิเคราะห์การเมืองไทย จาก ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ สู่ ‘รัฐอำนาจนิยมแบบถาวร’
ศึกเมืองนนท์ เดิมพันมากกว่าเก้าอี้นายก อบจ. ‘ผึ้งหลวง’ ต้องพิสูจน์ว่ามรดกเดิมยังอยู่ ‘สีส้ม’ ต้องพิสูจน์คะแนนพรรคเป็นคะแนนคน
พันธมิตรชนชั้นนำ กับการเมืองที่ ‘ไร้ยางอาย’
ความอ่อนไหว ในแผงแกร่ง ตท.26 หลัง ‘บิ๊กปู’ เซอร์ไพรส์ กว่า ‘บิ๊กใหญ่’ จะ ‘ไฟนอล’ ‘บิ๊กกอล์ฟ’ ในอ้อมอก ตท.26 ทัพ 1 ซีรีส์ 3 เริ่ม ทัพฟ้า ชัด ‘เสธ.แจ๊ค’ จ่อ
E-DUANG | จับตา เลือกตั้ง นนทบุรี และ บอร์ด ประกันสังคม
ภูเขาสถิตของผีบรรพชน (1) : ผีด้ำบรรพชนไทอาหม สถิตอยู่ที่ดอยผี คือเนินดินของผีด้ำ
เมื่อสามีอุด ชู้จึงงัด : สงครามจุกอุดแห่งวิวัฒนาการ
เบื้องหลัง วอลเลย์บอลไทยไปโอลิมปิก