bg-single

มหากาพย์ ‘ทางด่วนพระราม 2’ สร้างแล้วสร้างอีก จบจริงหรือยัง?

14.09.2026

เศรษฐกิจ

มหากาพย์ ‘ทางด่วนพระราม 2’

สร้างแล้วสร้างอีก

จบจริงหรือยัง?

ตลอดเวลากว่า 50 ปีที่การก่อสร้างโครงการทางด่วนและทางพิเศษบนถนนพระราม 2 หรือ ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ เดินหน้ามาอย่างยาวนาน ท่ามกลางสารพัดอุปสรรคที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นถนนที่ผู้ใช้ทางคุ้นเคยกับภาพการก่อสร้าง รถติด และการเบี่ยงช่องจราจร และทำให้ประชาชนถึงกับ “เบื่อหน่ายและหวาดกลัว” ทุกครั้งที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางสายนี้

มาถึงวันนี้ ความหวังบนเส้นทางสายมหากาพย์อย่างถนนพระราม 2 กำลังเดินทางมาถึงบทสรุปครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อกระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศเปิดทดลองวิ่งทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 หรือ M82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 25 กิโลเมตรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา

พร้อมเตรียมนับถอยหลังปิดตำนาน ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ ที่ผูกติดกับวิถีชีวิตชาวพระราม 2 และคนเดินทางลงใต้มาอย่างยาวนาน

สิ่งที่ประชาชนจับตาและกังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่อง “ความปลอดภัย” ดังนั้น ก่อนเปิดทดลองให้บริการ กรมทางหลวง หน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 จึงต้องตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียด

โดยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 กรมทางหลวงร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ตรวจสอบทางยกระดับและทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุก หรือ Load Test การทดสอบอ้างอิงมาตรฐาน AASHTO ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในงานออกแบบ ก่อสร้าง และทดสอบโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล รวมถึงใช้อุปกรณ์ตรวจวัดด้วยเลเซอร์ความละเอียดสูง เทคโนโลยี 3D Scanning และเครื่องมือวัดค่าความถี่ธรรมชาติของโครงสร้าง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า การตอบสนองของโครงสร้างอยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด และมีความพร้อมสำหรับการเปิดทดลองให้บริการ

ต่อมาในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 รองนายกฯ พิพัฒน์ พร้อมด้วยปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมอีกครั้ง ตั้งแต่โครงสร้าง ผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ ป้ายและเครื่องหมายจราจร ไปจนถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย

จุดสำคัญที่เข้าตรวจสอบประกอบด้วยบริเวณทางลงด่านสมุทรสาคร 1 สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน และด่านบ้านแพ้ว โดยฝ่ายคมนาคมยืนยันว่าทั้ง 3 จุดมีความพร้อม และผลการทดสอบโครงสร้างและสะพานไม่พบปัญหา และให้ความมั่นใจว่า M82 พร้อมสำหรับการเปิดทดลองใช้บริการ 100%

ทั้งนี้ พิพัฒน์ตั้งเป้าว่า การเปิดใช้ทางยกระดับจะช่วยลดภาระถนนพระราม 2 ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณรถมากกว่า 200,000 คันต่อวัน ลดเวลาเดินทางได้ไม่น้อยกว่า 40 นาที รวมถึงลดการใช้น้ำมัน และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่พื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้

อย่างไรก็ตาม การเปิด M82 ไม่ได้หมายความว่าปัญหาพระราม 2 จะจบลงในทันที

ในทางกลับกัน นี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากบางส่วนของโครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและติดตั้งระบบ ทำให้กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงต้องกำหนดข้อจำกัดด้านความเร็ว โดยรถยนต์ 4 ล้อใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถบรรทุกและรถโดยสารไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเดียวกัน รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ทุกขนาดเครื่องยนต์ รถสามล้อ คนเดินเท้า และรถล้อเลื่อนทุกประเภทไม่สามารถใช้ทางยกระดับ M82 ได้ และยังต้องใช้ถนนพระราม 2 ด้านล่างตามปกติ

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังจัดเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมระบบรองรับเหตุฉุกเฉินและบริหารจัดการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพราะบทเรียนจากพระราม 2 ตลอดหลายสิบปีบอกชัดว่า การมีโครงสร้างที่ใหญ่และใหม่ไม่ได้แปลว่าปัญหาจะหมดไป หากระบบบริหารจัดการและความปลอดภัยยังตามไม่ทัน

ที่สำคัญ M82 ยังต้องรอการเชื่อมต่อกับโครงข่ายอื่น ทั้งโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และโครงการทางด่วนสองชั้น หรือ Double Deck ช่วงพระราม 3-ดาวคะนอง ซึ่งมีกำหนดทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2570

ดังนั้น การ ‘ปิดตำนานพระราม 2’ จึงไม่อาจวัดจากการเปิด M82 เพียงวันเดียว แต่ต้องวัดจากวันที่โครงข่ายทั้งหมดเชื่อมต่อกันและทำงานเป็นระบบเดียว

ซึ่งหลังจากการทดลองเปิดใช้เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม้จะเรียกเสียงฮือฮาด้วยตัวเลขปริมาณรถกว่า 76,000 คันในสามวันแรกที่แห่ขึ้นไปวิ่งบนทางยกระดับจนรถบนพื้นราบโล่งลงเกือบหนึ่งในสี่ แต่ภาพความจริงที่ปรากฏตามมาก็คือปัญหาคอขวดบริเวณทางลงบ้านแพ้วที่ลามไปถึงโรงพยาบาลวิภาราม

สะท้อนชัดเจนว่า การแก้ปัญหาทางด่วนไม่ได้จบลงแค่การสร้างสะพานเสร็จ แต่ยังต้องลุ้นกับการจัดการจราจรและวินัยการขับขี่ภายใต้ข้อจำกัดความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ก้าวใหญ่ครั้งสำคัญบนถนนสายมหากาพย์นี้คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ภาครัฐยังต้องพิสูจน์ให้เห็นในระยะยาว เพราะแม้ตัวโครงสร้างทางยกระดับจะช่วยดึงปริมาณรถออกไปจากพื้นราบได้ในช่วงแรก

แต่ความท้าทายที่แท้จริงอีกเรื่อง คือการบริหารจัดการรอยต่อและการระบายรถบริเวณจุดขึ้น-ลงไม่ให้กลายเป็นคอขวดแห่งใหม่ รวมถึงการควบคุมงานก่อสร้างในส่วนที่ยังเหลือให้เดินหน้าอย่างราบรื่นและปลอดภัย ไม่เกิดเหตุซ้ำรอย ซึ่งจะต้องอาศัยการบูรณาการทั้งระบบความปลอดภัย การควบคุมความเร็ว และการเชื่อมโยงโครงข่ายให้ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

ความตั้งใจที่จะสะสางปัญหาเรื้อรังมาหลายทศวรรษจะสำเร็จลุล่วงและลบภาพจำความเหนื่อยหน่ายของประชาชนได้สนิทใจหรือไม่ คงต้องฝากความหวังไว้ที่การติดตามงานอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลาทดลองให้บริการนี้

เพื่อให้ถนนพระราม 2 กลับมาเป็นเส้นทางสัญจรลงใต้ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ที่สมกับการรอคอยมามากกว่า 50 ปี!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

6 เดือน อเมริกายิงจรวดถล่ม เด็กนักเรียนประถมอิหร่านตาย 168 คน ยังไร้ความรับผิดชอบใดๆ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (21)
มหากาพย์ ‘ทางด่วนพระราม 2’ สร้างแล้วสร้างอีก จบจริงหรือยัง?
กรรณิการ์ ปู่จินะ สมาพันธ์คนไร้บ้านฯ ย้อนฉากจำขึ้นใจ จัดระเบียบวันนี้ ‘เหมือนย้อนยุค 20 ปี’
‘ปิยบุตร’ วิเคราะห์การเมืองไทย จาก ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ สู่ ‘รัฐอำนาจนิยมแบบถาวร’
ศึกเมืองนนท์ เดิมพันมากกว่าเก้าอี้นายก อบจ. ‘ผึ้งหลวง’ ต้องพิสูจน์ว่ามรดกเดิมยังอยู่ ‘สีส้ม’ ต้องพิสูจน์คะแนนพรรคเป็นคะแนนคน
พันธมิตรชนชั้นนำ กับการเมืองที่ ‘ไร้ยางอาย’
ความอ่อนไหว ในแผงแกร่ง ตท.26 หลัง ‘บิ๊กปู’ เซอร์ไพรส์ กว่า ‘บิ๊กใหญ่’ จะ ‘ไฟนอล’ ‘บิ๊กกอล์ฟ’ ในอ้อมอก ตท.26 ทัพ 1 ซีรีส์ 3 เริ่ม ทัพฟ้า ชัด ‘เสธ.แจ๊ค’ จ่อ
E-DUANG | จับตา เลือกตั้ง นนทบุรี และ บอร์ด ประกันสังคม
ภูเขาสถิตของผีบรรพชน (1) : ผีด้ำบรรพชนไทอาหม สถิตอยู่ที่ดอยผี คือเนินดินของผีด้ำ
เมื่อสามีอุด ชู้จึงงัด : สงครามจุกอุดแห่งวิวัฒนาการ
เบื้องหลัง วอลเลย์บอลไทยไปโอลิมปิก