ฝ่ายค้านล็อกเป้าปมร้อน ‘ฮั้ว ส.ว.-โกงสอบท้องถิ่น-TH-AI Passport’ ยื่นซักฟอก ‘รบ.อนุทิน’
ในประเทศ
ต้องยอมรับว่าประเด็นร้อนทางการเมือง ณ เวลานี้ที่กำลังถูกพูดถึงมากอีกหนึ่งเรื่อง ย่อมหนีไม่พ้นการที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะแกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
แม้ว่ารัฐบาลจะเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศได้แค่เพียง 6 เดือน แต่ทางพรรคฝ่ายค้านก็ประกาศยืนยันชัดเจนว่าในสมัยประชุมหน้านี้ พรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้ายื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลอนุทินอย่างแน่นอน
โดยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต้องใช้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เข้าชื่อร่วมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา
ซึ่งการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจสามารถทำได้ปีละ 1 ครั้ง
ฉะนั้น คงต้องรอดูว่าหลังเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดหารือร่วมกันเกี่ยวกับกรอบแนวทางการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร
สําหรับประเด็นที่จะยื่นซักฟอกรัฐบาล ก่อนหน้านี้ทางพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาเปิดประเด็นคร่าวๆ ว่าเตรียมล็อกเป้าเชือดรัฐบาลอนุทิน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ผิดพลาดหรือมีข้อครหาเรื่องการทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นคดีโกง ส.ว. โกงการสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI Passport และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งขณะนี้ทางพรรคประชาชน (ปชน.) ก็ได้มอบโจทย์ให้ ส.ส.ไปหาข้อมูลเพื่อเสนอประเด็นที่คิดว่าสมควรที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมายืนยันว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเป็นในสมัยประชุมหน้านี้แน่นอน แต่จะเป็นช่วงไหนนั้นเนื่องจากเป็นจังหวะทางการเมือง มีเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาได้ หลังจากที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ดังนั้น การเปิดเผยไทม์ไลน์ที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะขัดกับเรื่องของการเมืองเล็กน้อย ฉะนั้น จึงไม่สามารถที่จะบอกในส่วนนี้ได้ แต่จะเป็นในสมัยประชุมหน้าแน่นอน
ส่วนอะไรจะเป็นแผลที่ไปตีรัฐบาล นายณัฐพงษ์ระบุว่า จริงๆ เยอะแยะเต็มไปหมดในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ ซึ่งคิดว่าประชาชนเห็นภาพขึ้นทุกวัน ว่าตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศ ใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน และต้องเรียกว่าบิลทุกใบที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉล บริหารประเทศผิดพลาด เราเก็บไว้หมด
และทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ขณะที่ทางรัฐบาล นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมาระบุว่า เราก็ทราบอยู่แล้วว่าในสมัยประชุมสภา ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาได้ปีละ 1 ครั้ง ดังนั้น ต้องเคารพสิทธิและหน้าที่ที่ผู้นำฝ่ายค้านต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำจะเอาผลงานที่ไหน
“รัฐบาลทำงานทุกวัน รัฐมนตรีทำงานทุกวัน ฉะนั้น ใครถามอะไรมาก็ไม่ต้องเตรียม เมื่อถูกซักถาม ก็ต้องตอบได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอซักฟอก” นายกรัฐมนตรีระบุ
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังเปิดสมัยประชุมสภาว่า ต้องดูว่าฝ่ายค้านจะตกลงกันว่าจะยื่นเปิดอภิปรายตามมาตรา 151 เมื่อใด หรือจะยื่นตามมาตรา 152 ซึ่งขณะนี้เองก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงต้องรอดูความชัดเจนจากฝ่ายค้านก่อน
ส่วนที่มีการพยายามนำเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภราดรมองว่า นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศนี้ปี 2569 ส่วนรัฐบาลอนุทิน 1 ก็ปี 2568 แต่คดีฮั้ว ส.ว.เกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะอภิปรายในประเด็นต้องดูหลักการและเหตุผลในญัตติก่อน
ส่วนที่ฝ่ายค้านจั่วว่าประเด็นการทุจริตจะเป็นประเด็นหลักอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภราดรระบุว่า รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าทุจริต เช่น การสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นก็เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการ ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องหลายครั้งที่มีการสอบ ตั้งแต่ปี 2562
ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล ) ระบุถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากอภิปรายเรื่องฮั้ว ส.ว.สามารถอภิปรายได้หรือไม่ เพราะเหตุการณ์เกิดก่อนรัฐบาลเข้ามาบริหารว่า ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้เข้ามาหรืออย่างไรก็แล้วแต่ คนที่เป็นรัฐบาลในปัจจุบันต้องเข้ามาแก้ปัญหา แต่เรื่องการฮั้ว ส.ว.อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ รัฐบาลต้องทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด
หากฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องนี้มาอภิปรายก็เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่สามารถทำได้ แต่ต้องดูประเด็นว่าสิ่งที่อภิปรายนำมาเชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างไร
ไม่ใช่แค่เป็นกระแสในสังคมแล้วเอามาอภิปราย ต้องมีประเด็นว่าเกี่ยวกับนายกฯ หรือรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไร ต้องมีหลักฐานไม่ใช่คำกล่าวหาลอยๆ ทางการเมือง
หากมีหลักฐานมาก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน มั่นใจว่า ครม.ชุดนี้สามารถตอบได้ทุกคน
สําหรับประเด็นอื่นๆ ที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ บอกว่าเก็บไว้ทุกบิลนั้น เห็นด้วยขอให้ตรวจสอบให้เต็มที่ มีข้อสงสัยก็ถาม มีหลักฐานก็เอาแสดง รัฐบาลมีหน้าที่ตอบให้ชัดเจน รัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ แต่อยากเห็นการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ มีหลักฐานชี้ให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น หรือมีหลักฐานโยงว่ารัฐมนตรีคนไหนกระทำผิด เพราะเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เวทีที่เอาข้อกล่าวหาลอยๆ มาโจมตีทางการเมือง และบิลที่จะเอามาวางนั้นรัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจงฝ่ายค้านและตอบคำถามต่อประชาชนให้คลายสงสัยให้ได้
“ส่วนตัวมองว่าบิลสำคัญที่สุดไม่ใช่บิลจากฝ่ายค้านแต่เป็นบิลที่ประชาชนต้องจ่าย เราต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลลดภาระและรายจ่ายให้ประชาชน ทำให้บิลของประชาชนถูกลง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลไม่ใช่แค่ตอบคำถามฝ่ายค้าน แต่คือการสร้างผลงานให้ประชาชนสัมผัสได้” นายกรวีร์ระบุ
อย่างไรก็ดี สำหรับเวทีซักฟอกหากดูตามไทม์ไลน์คงยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากสภามีวาระสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างน้อยๆ 2 เรื่อง นั่นคือ พ.ร.ก.กู้เงิน รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระ 2-3
ฉะนั้น ระหว่างรอคิวเวทีซักฟอกคงได้เห็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลออกมาซ้อมย่อยเชือดเฉือนกันไม่มากก็น้อย
ส่วนเวทีซักฟอกเนื้อหาจะเข้มข้น ดุเดือด มีหมัดเด็ดแค่ไหนอย่างไร คงต้องรอติดตามดูกัน
