bg-single

ปราจีนฯ ไม่เอา ‘อีอีซี’

30.08.2026

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

การรวมตัวคัดค้านรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ของชาวปราจีนบุรีเมื่อไม่กี่วันก่อนเป็นปรากฏการณ์บอกให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่า ชาวปราจีนฯ ยกระดับการตื่นตัวเพื่อปกป้องวิถีชุมชนและสิ่งแวดล้อม และอีอีซีกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของชาวปราจีนฯ ไปโดยปริยาย

ชาวปราจีนฯ ไม่เอาอีอีซีเพราะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทั้งทางตรงทางอ้อมมาตั้งแต่มีโครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ดในยุครัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี 2524 และกลายพันธุ์มาเป็นอีอีซีในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากกว่าการมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดมีเป้าหมายให้ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทราเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อปลุกเศรษฐกิจไทยให้โชติช่วงชัชวาลเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่หรือนิก (newly industrialized country)

ช่วง 40 กว่าปี อีสเทิร์นซีบอร์ด เปิดพื้นที่ 3 จังหวัดให้โรงงานอุตสาหกรรมผุดสร้างมโหฬาร ในเวลานั้น รัฐบาลคุยโม้ว่าเศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยจากพื้นที่เกษตร เขตประมงและท่องเที่ยวเป็นเมืองอุตสาหกรรม

แต่ในห้วงเวลาเดียวกัน อีสเทิร์นซีบอร์ดเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกับชุมชนอย่างรุนแรง ควันและก๊าซพิษจากปล่องโรงงานทำให้ชาวบ้านเจ็บป่วยเรื้อรัง ชาวระยองเป็นโรคร้ายอย่างมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคทางเดินหายใจสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย

ผืนดินที่เขียวชอุ่มของภาคตะวันออกกลายเป็นจุดลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมและน้ำเสีย มูลนิธิบูรณะนิเวศเป็นองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมเก็บสถิติแค่ 9 ปี ระหว่างปี 2560-2569 พบว่า 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และปราจีนบุรี มีการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมและน้ำเสียถึง 150 ครั้ง ระยองมากสุด 46 ครั้ง

มูลนิธิบูรณะนิเวศบอกว่า สถิติดังกล่าวมาจากการรวบรวมข่าวที่สื่อนำมาเผยแพร่เท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก

เมื่อไม่นานมานี้ เกิดเหตุโรงงานในพื้นที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ลักลอบทิ้งกากแคดเมียม เป็นสารพิษอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ที่น่าสงสัยคือ โรงงานแห่งนี้มีเนื้อที่ 88 ไร่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เกษตรได้อย่างไร

ส่วนเหตุที่มีการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมกันมากมายเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของนักธุรกิจ ต้องการลดต้นทุนค่าบำบัดของเสียอันตราย การบังคับใช้กฎหมายของรัฐอ่อนยวบ แถมยังเปิดประตูบ้านให้ต่างประเทศนำเข้าขยะพิษ อนุญาตโรงงานแปรรูปขยะอันตรายเกลื่อนเมือง

ชายฝั่งทะเลตะวันออกเคยใสสะอาด ปลาชุกชุม เดี๋ยวนี้ปนเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน คราบของเสีย สถิติอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลมากกว่า 200 ครั้ง ช่วงระหว่าง 30 ปีมีเหตุการณ์น้ำมันรั่วเกิน 2 หมื่นลิตรขึ้นไปมากกว่า 10 ครั้ง นำไปสู่วิกฤตสิ่งแวดล้อมทางทะเล กว่าจะฟื้นฟูระบบนิเวศและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต้องใช้เวลานาน

เหตุการณ์น้ำมันดิบ 400,000 ลิตรของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด รั่วไหลในจุดขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เมื่อเดือนมกราคม 2565 เป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่ามีผลกระทบร้ายแรงทั้งสิ่งแวดล้อม ชุมชนประมงพื้นบ้าน และธุรกิจการท่องเที่ยว

เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีความเรียกค่าเสียหายมากถึง 5,000 ล้านบาท แม้ศาลชั้นต้นระยองพิพากษาให้ยกฟ้องเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ฝ่ายชาวประมงและกลุ่มธุรกิจในพื้นที่ขออุทธรณ์สู้คดีต่อ

นอกเหนือจากน้ำมันรั่วลงทะเล ในประเด็นการขยายตัวทางอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ผนวกกับการทำประมงอย่างไม่ยั้งมือส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประมงและพื้นที่ปะการัง แหล่งพักอาศัย และที่หากินของบรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเล ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างน่าใจหาย

เมื่อ 4 ทศวรรษ ชาวประมงเคยจับปลาและสัตว์น้ำได้ราว 50-80 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เวลานี้เหลือเพียง 6-10 กิโลกรัมต่อชั่วโมงเท่านั้น และตั้งแต่มีอีสเทิร์นซีบอร์ด จำนวนชาวประมงพื้นบ้านในภาคตะวันออกลดลงไปกว่า 50-70 เปอร์เซ็นต์

ในประเด็นการใช้น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกได้กลายเป็นวิกฤตเรื้อรั้ง เนื่องจากความต้องการใช้น้ำของโรงงานอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย และการเกษตรมีสูงมาก เฉพาะในจังหวัดระยอง ต้องการใช้น้ำมากถึง 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ชลบุรี 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน

หากรัฐบาล “อนุทิน” เปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปตั้งศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ในอีอีซี ความต้องการใช้น้ำจะยิ่งพุ่งสูงมากเป็นทวีคูณ เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ใช้น้ำเพื่อระบายความร้อนเครื่องเซิร์ฟเวอร์

ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดกลางใช้น้ำวันละ 19,000 ลบ.ม. หรือเท่ากับความต้องการใช้น้ำของประชากร 5 หมื่นคน

ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลมาจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดต่อเนื่องถึงโครงการอีอีซีในปัจจุบัน ชาวปราจีนฯ มีประสบการณ์ร่วมมานานแล้ว

ดังนั้น การรวมตัวคัดค้านการขยายพื้นที่อีอีซีมายังจังหวัดปราจีนฯ เป็นเรื่องที่รัฐบาล “อนุทิน” ควรรับฟังเสียงเรียกร้องให้ปรับโฉม “ปราจีนบุรี” เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และป่าต้นน้ำน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

กลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่เข้าร่วมประท้วงหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอสว่า มลพิษที่ปนเปื้อนทั้งผืนดิน ผืนน้ำ และอากาศไม่สามารถเอากลับคืนได้ จึงไม่เห็นด้วยกับการขยายเขตอีอีซีมายังปราจีนบุรี

จังหวัดปราจีนบุรีมียุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตร พืชผักผลไม้ปลอดภัยและเมืองสมุนไพร เมื่อชาวปราจีนฯ เรียนรู้ถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากน้ำเน่าเสีย อากาศเป็นพิษในเขตอีอีซี จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา

ผู้ประท้วงไม่ต้องการให้บทเรียนนั้นเกิดซ้ำในปราจีนบุรี

ไทยพีบีเอสรายงานถึงความกังวลของชาวสวนส้มโอ อำเภอศรีมหาโพธิ หากขยายอีอีซีเข้ามายังปราจีนบุรี เพราะไม่เพียงส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย อากาศพิษเท่านั้น แต่ปัจจุบัน พื้นที่สวนส้มโอลดลงเนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมรุกคืบเข้ามาแล้ว สวนส้มโอที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของปราจีนฯ เคยมีกว่า 400 ไร่ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เหลือแค่ 120 ไร่ ในอนาคตถ้าเป็นเขตอุตสาหกรรมอีอีซี ชาวสวนส้มโออาจไม่หลงเหลือ

เช่นเดียวกับชาวสวนทุเรียนกังวลกับอนาคต เนื่องจากปลูกทุเรียนในพื้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือจีไอ (geographical indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีลักษณะพิเศษ เนื้อและหนามทุเรียน เนื้อดินที่ปลูก

ก่อนขื้นทะเบียนจีไอ ชาวสวนทุเรียนต้องผ่านมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือจีเอพี (good agricultural practices) เช่น ต้องใช้น้ำสะอาด ปลอดสารพิษหรือเชื้อโรคปนเปื้อน พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารเคมีหรือสารอันตรายตกค้างในดิน

ชาวสวนทุเรียนจีไอต้องใช้ยาป้องกันศัตรูพืชที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย และงดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยวตามระยะเวลา ชาวสวนต้องมีสุขอนามัยและรักษาความสะอาด ต้องจดบันทึกขั้นตอนการปลูก การเก็บเกี่ยว การใช้สารอันตราย และปริมาณผลผลิต เพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อเกิดปัญหา ถ้าผ่านเกณฑ์จีเอพีจะได้รับใบรับรองมีอายุ 3 ปี นำตราจีเอพีไปโชว์บนผลทุเรียนได้

ชาวสวนทุเรียนบอกว่า ถ้าขยายอีอีซีมายังปราจีนฯ โรงงานอุตสาหกรรมมาตั้งใกล้ๆ สวนแล้วปล่อยของเสีย สารพิษ สวนทุเรียนได้รับผลกระทบแน่นอน อาจถึงขั้นโดนถอดถอนใบรับรองจีเอพีเลยก็เป็นไปได้

ไทยพีบีเอสยังรายงานอีกว่า ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่ถึง 9 ตำบล จาก 14 ตำบล ปลูกพืชสมุนไพรและผักผลไม้ สมุนไพรส่งให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

เกษตรกรเหล่านี้มีรายได้เดือนละ 3 หมื่นบาท ชาวสวนเกษตรอินทรีย์มองว่าการขยายอีอีซีดูย้อนแย้งกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ถึงบรรทัดนี้ก็ต้องขอบคุณ “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เดินทางไปรับฟังข้อกังวลและข้อเสนอของกลุ่มผู้ประท้วงหน้าศาลากลางปราจีนบุรีพร้อมกับคำยืนยันว่า จังหวัดปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผนที่อีอีซี

คุณสุชาติอธิบายเพิ่มเติมว่า การพิจารณาพัฒนาพื้นที่ใดๆ รัฐบาลจะต้องประเมินความพร้อม ผลกระทบ รวมถึงความเหมาะสมด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความต้องการของประชาชนควบคู่กันไป

“ปราจีนบุรีมีทั้งภาคการเกษตร แหล่งน้ำ พื้นที่ป่า และชุมชน การรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด”

สุดท้าย คุณสุชาติยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี ทั้งเรื่องการลักลอบทิ้งกากของเสียในอำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอกบินทร์บุรี ปัญหามลพิษทางอากาศ กรณีกลิ่นเหม็นและเขม่าควันจากโรงหลอมในอำเภอศรีมหาโพธิ และปัญหาน้ำเสียในคลองบุญเลิศ อำเภอกบินทร์บุรี

“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมั่นใจว่า ปราจีนบุรีจะต้องพัฒนาไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่อย่างจริงจัง ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นว่า การพัฒนาและการลงทุนจะต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่”

คุณสุชาติให้คำมั่นผ่านสื่อ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
ขอฝนของประชาชน เป็นสงกรานต์-เมษายน
พระแม่ราธา เทพีแห่งความรัก ผู้เป็นชายาของพระกฤษณะ อวตารสำคัญของพระแม่ลักษมี
‘แกร่ง’
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก (3) ergot
บ้านจัดสรรให้เช่า
เพื่อนสนิท มิตรรัก
กางแผนยุบ ร.ร.เล็ก โจทย์ใหญ่ปลดล็อกการศึกษา
มีเซ็กซ์เพียงครั้ง ปรับทั้งภูมิคุ้มกัน
หมอมือเทวดา (2) : เมื่อพ่อแม่ตาย
ร้อยชั่ง
ไซออน คลาร์ก ยอดนักกีฬาครึ่งตัว