bg-single

กางแผนยุบ ร.ร.เล็ก โจทย์ใหญ่ปลดล็อกการศึกษา

30.08.2026

| การศึกษา

หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กลับไปจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นรูปธรรม มีเป้าหมาย และมีกรอบเวลาชัดเจนว่าในปีงบประมาณ 2570, 2571 และปีต่อๆ ไปจะสามารถลดหรือจัดระบบโรงเรียนขนาดเล็กได้จำนวนเท่าใด

ข้อคิดเห็นดังกล่าวเกิดจากสภาพปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ประกอบกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยลง ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศเผชิญปัญหานักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง บางโรงเรียนมีเด็กไม่ถึง 20 คน

ขณะที่โครงสร้างโรงเรียน อาคารสถานที่ และอัตรากำลังครูยังคงอยู่ ส่งผลให้หลายโรงเรียนมีครูน้อยแต่ต้องสอนหลายชั้น ขาดครูเฉพาะวิชา และมีต้นทุนการจัดการศึกษาต่อนักเรียนสูงขึ้น ปัญหาดังกล่าวกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สพฐ.ที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้สามารถบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง หัวเรือใหญ่ ระบุว่า ศธ.ไม่ได้มุ่งยุบหรือควบรวมโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้แนวคิดบริหารและใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยสั่งการให้ สพฐ.ไปจำแนกข้อมูลโรงเรียนตามจำนวนนักเรียน เช่น นักเรียนไม่เกิน 50 คน 70 คน 100 คน และ 120 คนมีกี่แห่ง เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริง ก่อนกำหนดมาตรการให้เหมาะสมเป็นรายกลุ่มโรงเรียนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกแนวทางสำคัญ คือการเชื่อมโยงกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 20 จังหวัดที่มีการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ ให้เป็นพื้นที่นำร่อง หรือ Sandbox เพื่อสร้างโรงเรียนคุณภาพดีใกล้บ้าน จากนั้นจึงออกแบบการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กโดยรอบร่วมกัน รวมถึงแก้ข้อจำกัดเรื่องระยะทางและระบบขนส่งนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลด้วย

“ส่วนข้อเสนอแนะของ กมธ.ที่ต้องการเห็นเป้าหมายชัดเจนในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ว่าในปีงบประมาณ 2570, 2571 และปีต่อๆ ไปจะสามารถลดหรือจัดระบบโรงเรียนขนาดเล็กได้จำนวนเท่าใดนั้น ได้มอบหมายให้ สพฐ.จัดทำรายละเอียด” นายประเสริฐกล่าว

“การบริหารจัดการหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะต้องคำนึงถึงความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน ซึ่งหลายพื้นที่ยังไม่เห็นด้วยกับการยุบหรือควบรวมโรงเรียน ศธ.จึงต้องสร้างความเข้าใจและหาข้อสรุปร่วมกับชุมชนก่อนดำเนินการ ดังนั้น ศธ.จึงต้องทำโรงเรียนดีมีคุณภาพให้ชุมชนยอมรับให้ได้”

“โดย ศธ.กำลังเปลี่ยนจากแนวคิดยุบโรงเรียนเล็กไปสู่การจัดกลุ่มโรงเรียน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน สร้างโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน พร้อมเร่งแก้โจทย์อัตรากำลังและลดภาระงานครู ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนด้วย” นายประเสริฐกล่าว

ขณะที่นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) กล่าวว่า สพฐ.ได้วางแนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งแผนเร่งด่วน แผนระยะกลาง และแผนระยะยาว

สำหรับแผนเร่งด่วน จะมุ่งไปที่กลุ่มโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนในโรงเรียนแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 286 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยโรงเรียนกลุ่มดังกล่าวถือเป็นสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการยุบเลิก เนื่องจากไม่มีผู้เรียนอยู่ในระบบแล้ว

แต่การดำเนินการยังต้องเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบทางกฎหมาย ไม่สามารถสั่งยุบได้ทันทีโดยปราศจากการรับฟังความคิดเห็น หรือประชาพิจารณ์ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและลดผลกระทบต่อชุมชน

“ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนอยู่จำนวนไม่มาก จะเข้าสู่แผนระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนประมาณ 10-20 คน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ปัญหาของโรงเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องจำนวนเด็กที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ ทั้งจำนวนครู บุคลากร งบประมาณ และการจัดการเรียนการสอน เพราะเมื่อจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนบางแห่งอาจเหลือครูเพียงไม่กี่คน ขณะที่อาคารและสิ่งก่อสร้างยังคงต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษา”

“ซึ่งแนวทางสำคัญที่จะนำมาใช้คือ School Mapping หรือการจัดทำแผนที่การศึกษา เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าในแต่ละพื้นที่มีโรงเรียนตั้งอยู่บริเวณใด มีจำนวนนักเรียนเท่าใด โรงเรียนใดมีแนวโน้มเด็กเพิ่มหรือลดลง และโรงเรียนแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าควรบริหารจัดการอย่างไร”

“โดยโรงเรียนที่อยู่ใกล้กันและมีจำนวนนักเรียนลดลง อาจพิจารณานำมาควบรวมให้เด็กไปเรียนร่วมกันในโรงเรียนศูนย์กลาง ซึ่งการควบรวมโรงเรียนไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการลดโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป้าหมายสำคัญคือ การนำทรัพยากรที่มีอยู่มารวมกัน เพื่อสร้างโรงเรียนศูนย์กลางที่มีความพร้อมมากขึ้น ทั้งด้านจำนวนครู ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี และสื่อการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม” นายณรินทร์กล่าว

สําหรับในกรณีที่มีการควบรวม จะต้องเตรียมมาตรการรองรับนักเรียนอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องงบประมาณรายหัว รถรับ-ส่งนักเรียน และอาหารกลางวัน เพื่อไม่ให้เกิดภาระจากการเดินทางไปโรงเรียนแห่งใหม่ตกอยู่กับผู้ปกครอง

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควบรวมจะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง นักเรียน ครู และคนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน แต่ไม่ใช่โรงเรียนขนาดเล็กทุกแห่งที่จะต้องถูกยุบหรือควบรวม โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ชายแดน พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ซึ่งบางแห่งเป็นโรงเรียนแบบสแตนด์อะโลน ไม่มีโรงเรียนอื่นอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และหากยุบหรือควบรวม อาจทำให้เด็กต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลเกินไป

โรงเรียนกลุ่มดังกล่าวจึงยังมีความจำเป็นต้องเปิดทำการเรียนการสอนต่อไป และภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลตามความเหมาะสม

สุดท้ายแล้ว คำตอบของการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก คงไม่ได้ถูกตีกรอบแค่จะยุบกี่โรงเรียน แต่ต้องใช้หลักการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับจำนวนเด็กและบริบทของแต่ละพื้นที่

เป็นโจทย์ที่ ศธ.และ สพฐ.ต้องพิสูจน์ให้เห็นในแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่จะออกมาในระยะต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
ขอฝนของประชาชน เป็นสงกรานต์-เมษายน
พระแม่ราธา เทพีแห่งความรัก ผู้เป็นชายาของพระกฤษณะ อวตารสำคัญของพระแม่ลักษมี
‘แกร่ง’
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก (3) ergot
บ้านจัดสรรให้เช่า
เพื่อนสนิท มิตรรัก
กางแผนยุบ ร.ร.เล็ก โจทย์ใหญ่ปลดล็อกการศึกษา
มีเซ็กซ์เพียงครั้ง ปรับทั้งภูมิคุ้มกัน
หมอมือเทวดา (2) : เมื่อพ่อแม่ตาย
ร้อยชั่ง
ไซออน คลาร์ก ยอดนักกีฬาครึ่งตัว