bg-single

เปิดตำนานพระกริ่งอรหัง วัดราชาธิวาสวรมหาวิหาร มวลสาร-พระกรุภาคเหนือ

30.08.2026

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

“พระกริ่งอรหัง” วัดราชาธิวาสวรมหาวิหาร เป็นพระกริ่งรุ่นเก่า พิธีกรรมการสร้างดี แต่มีผู้ไม่เคยทราบว่าที่วัดราชาธิวาสนั้น เคยมีการสร้างพระกริ่งไว้รุ่นหนึ่ง

เป็นวัดเก่าแก่มาแต่สมัยโบราณ เดิมมีชื่อว่า วัดสมอราย และเป็นวัดที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์วัดหนึ่ง กล่าวคือ วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ครั้งที่ทรงพระผนวช และเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระผนวชก็ได้ประทับ ณ วัดราชาธิวาสแห่งนี้ สืบต่อมาพระองค์จึงเสด็จจากวัดราชาธิวาสไปครองวัดบวรนิเวศ

เริ่มบูรณะขึ้นเป็นครั้งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โดยบูรณะตามพระดำริของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท

นับแต่นั้นมา กลายเป็นวัดที่สมเด็จฯ กรมวังหน้า ต้องเสด็จมาประทับในระหว่างที่ทรงผนวชทุกพระองค์

ครั้นพอถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเสด็จมาประทับ ก่อนจะย้ายมาประทับที่วัดบวรนิเวศฯ พระองค์โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอีกครั้ง จากนั้นจึงพระราชทานนามเสียใหม่ว่า “วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร” มีความหมายว่า “วัดอันเป็นที่ประทับของพระราชา” ในปี พ.ศ.2394

กาลล่วงมายังแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสืบสานพระราชประเพณีการทำนุบำรุงวัดต่อจากพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดราชาธิวาสครั้งใหญ่ การบูรณะวัดในครานี้ปรับโฉมหน้าวัดไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากหลังปรับปรุงนี้ไม่มีโบสถ์ วิหาร หรือสิ่งก่อสร้างเดิมใดๆ เหลืออยู่เลย

ดังนั้น วัดหลวงแห่งนี้จึงดูเหมือนวัดใหม่ที่สร้างขึ้นเพียงร้อยปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทุกปียังโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ และทรงถวายปัจจัยอยู่เสมอ

พระกริ่งอรหัง วัดราชาธิวาส (หน้า)

วัดราชาธิวาสมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 34 ไร่ 2 งาน 63 ตารางวา ลักษณะพื้นที่ดินตั้งวัดเป็นพื้นที่ราบตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงกับท่าวาสุกรี ภายในบริเวณวัดแบ่งเป็นเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส เขตจัดประโยชน์ และเขตสาธารณสงเคราะห์

ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม ภาพพระเวสสันดรชาดกปรากฏในทุกๆ ด้านของผนัง

เขียนขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงร่างภาพทั้ง 4 ด้านของผนัง ครบทั้ง 13 กัณฑ์ และได้ให้นายซีริโกลี ชาวอิตาเลียนระบายสี

ส่วนในกัณฑ์ที่ 13 คือ นครกัณฑ์ นายซีริโกลีเป็นผู้ร่างและระบายสีเอง จิตรกรรมทั้งหมดเขียนขึ้นด้วยเทคนิคปูนเปียกหรือเฟรสโก โดยระบายสีลงบนผนังที่ปูนฉาบผนังยังไม่แห้ง ซึ่งวิธีนี้แตกต่างจากจิตรกรรมไทยประเพณีในช่วงก่อนหน้านั้น ซึ่งมักเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วยสีฝุ่น (Tempera) การนำวิธีการวาดแบบตะวันตกเข้ามานี้ ทำให้สีของจิตรกรรมติดทนทานไม่กะเทาะล่อนง่าย

นอกจากนี้ ยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์วัดราชาธิวาสวิหาร สถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่มีค่าของวัดไว้เป็นมรดกไทย

สำหรับให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้มีแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะและประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น รวมทั้งใช้เป็นห้องประชุมอเนกประสงค์

สถานที่สำคัญภายในวัดยังมีพระเจดีย์ วิหารพระอัยยิกา อาคารพิธภัณฑ์ฯ พระเจดีย์พระแท่นศิลาอาสน์ พระตำหนักพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พระตำหนักสมเด็จพระพันปีหลวง พระตำหนักสี่ฤดู หอรูปพระธรรมวโรดม หอไตร กุฏิเจ้าจอมสว่าง และศาลาการเปรียญ เป็นต้น

พระกริ่งอรหัง วัดราชาธิวาส (หลัง)

ในราวปี พ.ศ.2492-2493 พระศาสนโสภณ (ปลอด อัตถการี) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส ได้ดำริจัดสร้างพระกริ่งขึ้นและเดินทางขึ้นไปภาคเหนือ เพื่อรวบรวมพระพุทธรูปบูชาที่ชำรุดแตกหัก ได้มาเป็นจำนวนมากจากกรุต่างๆ ในภาคเหนือ มีสุโขทัย สวรรคโลก กำแพงเพชร เป็นต้น เพื่อนำมาเป็นเนื้อหลัก

นอกจากนี้ ยังมีแผ่นทอง แผ่นเงินจารอักขระถูกต้องตามตำราดั้งเดิมทุกประการ ส่วนพิธีกรรมนั้นก็เพียบพร้อมทั้งพิธีพุทธ พิธีพราหมณ์ รูปแบบของพระกริ่งก็ใช้การถอดแบบของพระกริ่งปวเรศองค์ของวัดบวรฯ เป็นต้นแบบ แต่ช่างในสมัยนั้นถอดแบบออกมาไม่ค่อยคมชัด จึงทำให้พระกริ่งอรหัง วัดราชาฯ ไม่ค่อยสวยงามนัก จำนวนการสร้างประมาณ 1,000 องค์เท่านั้น

ในครั้งที่วัดนำออกมาให้เช่าบูชา ราคาองค์ละ 1,000 บาท ซึ่งในสมัยนั้นนับว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างจะสูงมากทีเดียว

การเทพระกริ่งอรหัง วัดราชาธิวาส เป็นการเทแบบหล่อตันทั้งองค์ แล้วจึงนำมาเจาะด้วยสว่าน บรรจุเม็ดกริ่งทีหลัง แล้วจึงอุดก้นด้วยทองฉนวน (แบบที่เรียกว่า บรรจุเม็ดกริ่งนอก) ถ้าพลิกดูที่ใต้ฐานจะเห็นรอยอุดเป็นจุดวงกลม และมีตัวตอก ตอกคำว่า “อรหัง” เป็นอักษรขอม แบบตัวบรรจง เส้นตัวตอกจะลึกคมชัด ถือเป็นโค้ดได้เลยทีเดียว

เนื้อของพระจะออกไปทางเนื้อสำริด คล้ายกับเนื้อพระบูชาเชียงแสนสิงห์สาม ผิวออกไปทางสีน้ำตาล ถ้าสัมผัสจะมีจุดดำเป็นหย่อมๆ และผิวค่อนข้างคล้ำ

รูปทรงรายละเอียดของพระกริ่งอรหังอาจจะดูไม่ค่อยสวยงามนัก แต่เป็นพระกริ่งที่มีเนื้อดี เนื่องจากใช้เนื้อพระบูชาเก่าๆ ที่แตกหักชำรุดมาเป็นเนื้อหลักในการผสมเนื้อ

พิธีกรรมการสร้างนั้นก็ดี ถูกต้องตามตำราทุกประการ แถมยังเป็นพระกริ่งที่มีอายุการสร้างเก่าแก่ การปลอมแปลงก็ยังมีไม่มากนักและฝีมือการทำปลอมยังไม่ค่อยดี สามารถแยกแยะได้ไม่ยากนักอีกทั้งสนนราคาก็ยังไม่แพง และยังพอหาเช่าได้ไม่ยากนักเช่นกัน

โดดเด่นยอดเยี่ยมในทุกด้าน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน