E-DUANG
มีทั้งความเหมือนและความต่างระหว่างการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อปี 2549 กับในปี 2569
แม้จะกำหนด”เป้า”อยู่ที่”กกต.”
เมื่อปี 2549 เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะการชุมนุมและกดดันบริเวณหน้าสำนักงานกกต.พร้อมกับเปิดการปราศรัยเปิดโปงและโจมตี
แต่มาถึงปี 2569 ไม่มีการชุมนุมบนท้องถนน หากแต่เลือกพื้นที่อย่างมีลักษณะแจ่มชัดในทางการเมือง
ไม่ว่ากรุงเทพฯริเวอร์ ไม่ว่ามารวย ไม่ว่าพุลแมน
พื้นที่เหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวในแต่ละขั้นตอนอันนำไปสู่ปฏิบัติการแห่งการ”โกง ส.ว.”เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ”ส.ว.สีน้ำเงิน”
เป้าหมายแห่งการเคลื่อนไหวแม้จะมิได้เป็นการชุมนุมแต่ก็มีการปราศรัย และมีการจัดเวทีเพื่อถ่ายทอดไปสู่ผู้ฟังซึ่งติดตามผ่านทางสมาร์ทโฟน
เป้าหมายใหญ่แห่งการโจมตีเป็น”ส.ว.”กรณี”โกงส.ว.”
จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การเคลื่อนไหวมวลชนเมื่อปี 2549 ผ่าน กระบวนการชุมนุม อาศัยกำลังมวลชน กดดัน เพื่อบรรลุเป้าหมายในทางการเมือง
ถามว่าแล้วการเคลื่อนไหวในปี 2569 ไม่อาศัยกำลังของมวลชนหรือ
ตอบได้เลยว่าอาศัยกำลังของมวลชนมาเป็นพลังหนุน
เพียงแต่จำนวนนับในปี 2549 มองเห็นอยู่เบื้องหน้าขณะที่จำนวนนับในปี 2569 ผ่านกลไกของ”โซเชียล มีเดีย”
ถือเป็นการชุมนุมรูปแบบใหม่ สร้างมวลชนแบบใหม่
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า รูปแบบในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ของปี 2549 กับของปี 2569 เวลาเพียง 2 ทศวรรษก็มีการเปลี่ยน แปลง
ปัจจัยในทาง”เทคโนโนโลลี”มีส่วนอย่างสำคัญในการกำหนดนำไปสู่การเลือก”รูปแบบ”
ขณะที่”เนื้อหา”ยังแจ่มชัดและมีส่วนกำหนด”บทบาท”
คำถามก็คือ เนื้อหาอัน พริษฐ์ วัชรสินธุ และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้มามีรากฐานอย่างไร
คำตอบ ชัดเจนยิ่งว่าได้มาจาก”ภายใน”
เป็นภายในของกกต. เป็นภายในของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อันเป็นกลไกที่สัมพันธ์อยู่กับโครงสร้างแห่งอำนาจอย่างแนบแน่น
การได้มาซึ่งเส้นทาง”การเงิน”เป็นเรื่องลับอย่างยิ่ง
การได้มาซึ่งเส้นทางและรายละเอียดในการติดต่อกันทาง”โทรศัพท์”ยิ่งเป็นเรื่องทาง”เทคนิค”
อยู่ๆ”ประธานวิปฝ่ายค้าน”หรือ iLaw มโนขึ้นเองไม่ได้
การเปิดเผยที่เห็นบนเวทีกรุงศรีฯริฟเวอร์ บนเวทีมารวย และที่จะเห็นบนเวทีพุลแมนจึงน่ารอคอยเป็นอย่างสูง
รอคอยทั้งวันที่กกต.ประกาศเป็น”มติ”
รอคอยทั้งภายหลังการตัดสินใจของกกต.แล้วผลสะเทือนจะ ตามมาอย่างไร
ทุกอย่างกำลังพิสูจน์ความจริงของ”ศึกป้อมค่าย”
มีตัวอย่างอย่างเป็นรูปธรรมจากสงคราม TROY ยืนยันให้เห็นถึงหลักการทางสงครามอันเที่ยงแท้มาตรฐาน
“ป้อมค่าย” ถูกตีแตกจาก”ภายใน”
สถานะของรัฐบาล สถานะของพรรคการเมือง สถานะขององค์กรอิสระ อาจมีแรงกระทบจากปัจจัยภายนอก
แต่ปัจจัยชี้ขาดในที่สุดย่อมมาจาก”ภายใน”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
