E-DUANG
การเมืองไทย ก้าวสู่ ก้าวใหม่
นับแต่ อาทิตย์ 13 กันยายน
ถามว่าอะไรคือลักษณะพิเศษของการเคลื่อนไหวในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน
เหมือนการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 หรือไม่
หากดูจากแต่ละจังหวะของการเคลื่อนไหวหลัง ยิ่งชีพ อัชฌา นนท์ ประกาศอย่างเป็นทางการ
คนที่เคยอยู่ในสถานการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ไม่ว่าจะเป็น บารมี ไชยรัตน์ แห่ง”สมัชชาคนจน”ซึ่งเติบใหญ่มาตั้งแต่หลังสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ตอบได้เลยว่าไม่ใช่
ขณะเดียวกัน สมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งเป็นหวอดสำคัญในการออกต้านรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
ก็ตอบได้เลยว่า ไม่ใช่
กระนั้น เมื่ออ่านรายละเอียดจากการโพสต์ผ่าน FB ของ ยิ่ง ชีพ อัชฌานนท์ แล้ว สมบัติ บุญงามอนงค์ ก็เข้าใจ ว่าอาจเหมือน กับที่ตนเคยลงถนนหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
รวมถึงอาจจะรู้สึกเหมือนกับที่ บารมี ไชยรัตน์ เคยรู้สึกเมื่อได้รับเชิญให้ขึ้นปราศรัยในเดือนกรกฎาคม 2563
จึงปวาวรณาตัวเป็นดั่ง”งัวงาน”ให้กับ iLaw
ยอมรับเถิดว่า การประกาศเดินเท้าของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ในเวลา 10.00 น.วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน มิได้ดำเนินไปอย่างเป็นไปเอง
หากแต่ยังเป็นไปอย่างมีการวางแผน แต่ในการวางแผนก็ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแต่ละเหตุปัจจัยทางการเมือง
การตัดสินใจเดินก็มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก คนแรก
ตรงกันข้าม ก่อนหน้านี้กลุ่มของ พันศักดิ์ ศรีเทพ ที่มี อานนท์ นำภา เป็นกำลังหลักก็เคยเดินเท้าตาม”หมายเรียก”มาแล้ว
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการเคลื่อนไหวอันมีจุดเริ่มจากเดือนกรกฎาคม 2563 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้ตระเตรียมแม้กระทั่งเวที ก็อยู่ในความรับรู้ของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
บรรยากาศของ iLaw ก็แทบไม่ต่างไปจากศูนย์ทนายความ เพื่อสิทธิมนุษยชนอันเติบใหญ่มาจากสถานการณ์ในปี 2563
ย่อมมีการเรียนรู้ความจัดเจนจากเมื่อปี 2563 และ 2564
ย่อมซึมซับมาจากการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดำเนินไปของบรรดาเยาวเรศรุ่นเจริญศรีเหล่านั้นมาอย่างแน่นอน
อย่างน้อยที่สุดกระบวนการเคลื่อนไหวที่นำเสนอผ่าน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ก็มิได้ดำรงอยู่อย่างชนิดฉับพลันทันใดอย่างชนิดที่เรียกว่า”แฮพเพ่นนิ่ง”
ตรงกันข้าม มีประกายแห่งความคิดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567
กลายเป็นภาพต่อให้กับสิ่งที่เรียกว่า”ระบอบสีน้ำเงิน”
มองเห็นความต่อเนื่องและเชื่อมโยงของอำนาจทางการเมืองอันมีจุดเริ่มตั้งแต่รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 และรัฐประหาร เดือนพฤษภาคม 2557
ประจักษ์ในการพัฒนาเติบใหญ่ของ”ระบอบสีน้ำเงิน”
ประจักษ์ในการดำรงอยู่แห่ง”สถานะ”ของ”ระบอบสีน้ำเงิน” ในลักษณะอันเป็น”ตัวแทน”
รูปธรรมที่เห็นเด่นชัดใน”รัฐสภา”คือ คำตอบ ที่ชัดเจน
คำถามจึงมิได้อยู่ที่ว่ากระบวนการของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และ iLaw จะสามารถเติบใหญ่ ขยายตัวเป็น”ขบวนการ”หรือไม่
นั่นก็ขึ้นอยู่กับการเลือกของพรรคภูมิใจไทย
นั่นก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มการเมืองที่เกื้อหนุนและมอบอำนาจให้กับ พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรคภูมิใจไทยเพียงใด
มติที่จะเกิดในวันจันทร์ 14 กันยายน คือ คำตอบ หนึ่ง
