สุดท้าย “เหนือดวง”หรือ”วัดดวง” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สุดท้าย
“เหนือดวง”หรือ”วัดดวง”
“อยากจะย้ำชัดๆครั้งสุดท้าย” เหมือน สโลแกนคอนเสิร์ต “อัศนี-วสันต์” ไปถึง 7 กรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ที่จะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ในวันที่ 14 กันยายน ว่าจะให้คดี ฮั้วส.ว.เป็นไปอย่างไร
“ย้ำชัดๆ” ว่าผลแห่งการตัดสินใจนี้ มีผลสะเทือนต่อทั้งกกต.และการเมืองไทยสูงมาก
จนไม่อาจ ทำให้ 7 กกต.บิดพริ้วไปจากแนวทางที่ประกาศไว้ “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม”ได้
จะหวังลมๆแล้ง ไปเชื่ออำนาจพิเศษ หรือพูดให้เข้ากับไวรัล ตอนนี้ คือ “ภาวะเหนือดวง” มาคุ้มครอง คงยาก
ขนาดเจ้าตำรับ “เหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคามรามเทพ” อย่าง หลวงพ่อโชติ แห่งวัดพุทไธศวรรย์ ยังเอาตัวเองไม่รอด
และพลอยทำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธา ตั้งแต่คนในทำเนียบยันไปถึงคนเดินถนน อาจต้องปลดออกจากคอเป็นการด่วน
ดังนั้น7 กกต.ที่หวังว่า จะมี”อำนาจศักดิ์สิทธิ์”มาช่วยคุ้มครอง.คงต้องคิดให้ดี
ปรากฏการณ์ที่”บิ๊กเนมในปีกอนุรักษ์” ออกมาสารภาพ และชิ่งหนีจากความผิดพลาดบกพร่องของระบบการเมือง ที่ร่วมกันออกแบบและสนับสนุน อย่างที่มาของ ส.ว. เป็นอาทิ
สะท้อนภาวะ”เห็บกระโดด”ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การที่7เสือกกต.ที่ต้องคิดให้ดี และรอบคอบ นั้น จะออกมาอย่างไร รับว่าคาดการณ์ยากจริงๆ
เพราะ7 เสือ กกต.กุมจุดยืนหนึ่งเอาไว้อย่างเหนียวแน่น คือ “ความเงียบเชียบ”
สังคมแทบไม่รู้ว่า 7 เสือกกต.คิด หรือ ทำ อะไรอยู่
จึงได้แต่ “คาดเดา”กันไปต่างๆนานา
อาทิ วันที่ 14 กันยายน 7 เสือกกต. อาจจะไม่ยอมให้ไปถึง”จุดสุดท้าย”
คือ อาจเลื่อนหรือ ลากยาว การตัดสินใจออกไป
ใช้ยุทธวิธีอย่างที่ “ปีกรัฐบาล”เดินเกมในสภา คือใช้ภาวะยืดเยื้อเข้าสู้
ที่เห็นกันชัดเจน ก็คือไม่ยอมให้ญัตติพิจารณาผลการทำงานของกกต.ที่ต้องรายงานต่อสภา เข้าที่ประชุม ก่อนวันที่ 14 กันยายน
ด้วยเห็นว่าจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้ามสุมฟืนใส่กองไฟให้เพิ่มความร้อนแรง เลยเตะถ่วงใช้วาระอื่นๆเข้ามาแทรก
ซึ่งก็ได้ผลทำให้ฝ่ายค้านออกหมัดได้ไม่เต็มที่
มีการ”คาดเดา”ว่าเผลอๆอาจดึงการชี้ขาดเรื่องนี้ไปหลัง 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ซึ่งหากถูกตีตก ก็คงไม่มีอะไร
แต่หากเกิดออกไปในทางทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาหรือโมฆะ กระแสการเมืองทุกสายคงจะไปไหลไปสู่เรื่องนั้น
เพราะหากเซ็ตซีโร่ คือเริ่มต้นกันใหม่ ย่อมกระทบกันทุกฝ่าย เรื่องฮั้วส.ว.ก็จะกลายเป็นเรื่องรองไปเลย
จึงต้องจับดูว่า กกต.จะใช้เกมซื้อเวลา เช่นนี้หรือไม่
แต่ถ้าไม่ซื้อเวลา 14 กันยายน เดิมหน้าตัดสินเลย
ก็อยาก”คาดเดา”โดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน หากแต่เป็นความเชื่อส่วนตัว
เชื่อส่วนตัวว่า มติกกต.คงไม่เลือก”สุดขั้ว”คือฟ้อง”299″ตามมติอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือ ให้การฟ้องเป็น”0″ตามมติอนุฯชุดที่ 36ชี้ขาด
แต่จะมีชั้นเชิง แบบยอมฟ้องส.ว.ในระดับไม่น้อยเกินไป
แต่ก็ไม่มากถึงขนาดทำให้ดุลในสภาสูงเปลี่ยนไป
ส.ว.ในปีกสีน้ำเงิน จะต้องมีจำนวนเพียงพอที่จะคุมเกมสำคัญได้ เช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเลือกองค์กรอิสระต่อไป
ขณะเดียวกันอาจยอมให้มีการฟ้อง”นักการเมือง”จำนวนหนึ่ง
แต่ต้องไม่มาก และต้องไม่เชื่อมโยงไปถึงการยุบพรรคการเมืองใดๆ
นี่จึงอาจเป็น”ภาพ”ที่เราได้เห็น
คือยอม”เจ็บ”แต่ไม่ยอม”จอด”
ชุลมุนชุลเก”วัดดวง”กันไป โดยไม่อาจหวังพึ่งภาวะหรืออำนาจพิเศษแบบ”เหนือดวง”มากนักเพราะตอนนี้ดูเสื่อมและไม่ขลังยิ่งขึ้นทุกที
——————
