bg-single

พุทธพาณิชย์ระส่ำอีก ‘เหนือดวง’ สิ้นมนต์ สมีโชติ ‘เสพ’ สีกาเอ๋ ยักยอกพุทไธศวรรย์

18.09.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด

เบาะแสลับจากลูกศิษย์คนสนิท วนกลับมาปิดฉากอาณาจักรเกจิดังอย่างน่าสลด

เมื่อความเลื่อมใสถูกภาพฉาวกามคุณ และเส้นทางเงินมืดกว่าห้าร้อยล้าน ตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวด เบื้องหลังคำอ้างเพื่อพุทธศาสนา แท้จริงแล้วคือขบวนการลอกคราบความศรัทธาของประชาชน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เผยจุดเริ่มต้นคดีสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่นี้ เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2569 หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้รับเบาะแสจากลูกศิษย์คนหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนาม นำคลิปพฤติกรรมส่วนตัวและข้อมูลยักยอกเงินมามอบให้

เบาะแสครอบคลุมความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างอดีตเจ้าอาวาสกับสีกา การจำหน่ายวัตถุมงคล และเส้นทางเงินที่ผิดปกติ

เงินบริจาคและเงินเช่าพระควรเข้าบัญชีวัด แต่กลับถูกเบนเข็มโอนให้บุคคลอื่นและจัดตั้งมูลนิธิบังหน้า ทั้งที่ออกใบอนุโมทนาในนามวัด

ชุดสืบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซุ่มแกะรอยนานกว่า 2 เดือน เนื่องจากเป้าหมายคือ พระวชิรญาณ วิศิษฏ์ หรือหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา พระชั้นผู้ใหญ่ที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมาก

การสืบสวนพบพิรุธใน 2 เส้นทางเงิน ได้แก่ เงินใบอนุโมทนาเช่าเหรียญเหนือดวง 2.8 ล้านบาท และเงินบูรณะวัด 89 ล้านบาท รวมกว่า 92 ล้านบาท ซึ่งไม่เคยโอนเข้าบัญชีวัดแม้แต่บาทเดียว

จากแนวการสืบสวนคาดว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 1-2 คน เจ้าหน้าที่จึงขอศาลออกหมายจับ และเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพร้อมกัน 6 จุด ใน 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2569

เมื่อเข้าถึงกุฏิเจ้าอาวาส หลักฐานสำคัญที่ยึดได้คือ เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในกุฏิที่มีถึง 30 ตัว

เจ้าหน้าที่เปิดวิเคราะห์ย้อนหลัง กลับพบสิ่งที่ตกตะลึงบาดหัวใจพุทธศาสนิกชนเกินจะรับไหว

ภาพบันทึกพฤติการณ์เกี้ยวพาราสีและเสพเมถุนอย่างเปิดเผยระหว่างเจ้าอาวาสกับ น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ อายุ 47 ปี หญิงคนสนิทที่เข้าออกกุฏิในฐานะผู้ดูแลความสะอาด

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนเช็กประวัติเชิงลึกของสีกาเอ๋ จนพบไทม์ไลน์ทางการเงินที่ผิดธรรมชาติ จากบุคคลที่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อปี พ.ศ.2562 และเพิ่งได้รับการปลดล้มละลายในปี พ.ศ.2565

แต่ภายในเวลาเพียง 3 ปีต่อมา กลับครอบครองบ้านพัก 2 หลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท พร้อมเงินสดและทองคำจำนวนมาก

ตำรวจจึงเข้าจับกุมสีกาเอ๋ที่บ้านพัก ยึดเงินสดกว่า 3.8 ล้านบาท ทองคำหนัก 90 บาท รวมถึงโฉนดที่ดิน กรมธรรม์ประกันภัย และสลากออมสิน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์การนำเงินวัดมาแปลงสภาพและอำพรางแหล่งที่มา

นำไปสู่การแจ้งข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินกับสีกาเอ๋ ซึ่งถูกควบคุมตัวมาสอบสวนในสภาพสวมใส่เหรียญเหนือดวงเนื้อเงินไว้ที่คอ

หลังถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นิมนต์พระวชิโรภาส รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าประกอบพิธีลาสิกขาภายในพระอุโบสถ โดยอดีตหลวงพ่อโชติยินยอมสวมชุดขาว เปลี่ยนสถานะเป็น นายอภิโชติ หรือ สมีโชติ พร้อมทิ้งคำพูดที่ยอมสึกกับพระผู้ใหญ่ว่า

“ห่วงพระศาสนา”

จากนั้นชุดสืบสวนได้นำเครื่องนับธนบัตรเข้าตรวจค้นกุฏิอย่างละเอียด จนพบทรัพย์สินซุกซ่อนอยู่อย่างมหาศาล

ทั้งเงินสดซุกในลังพลาสติกหลายสิบล้านบาท ทองคำแท่งหนักแท่งละ 10 บาท จำนวน 12 แท่ง และพระพุทธรูปทองคำหนักกว่า 2 กิโลกรัม

ปริมาณเงินสดที่มากมายทำให้เครื่องนับธนบัตรขัดข้องเสียหายไปถึง 2 เครื่อง และต้องใช้รถขนของกลางถึง 4 คัน ยึดทรัพย์สินกลับ บก.ป.

สรุปยอดรวมทรัพย์สินที่อายัดไว้ตรวจสอบจากนายอภิโชติประกอบด้วย เงินฝากในบัญชีธนาคารกว่า 290 ล้านบาท เงินสดไทยและต่างประเทศ 138 ล้านบาท ทองคำแท่งและรูปพรรณหนักรวมกว่า 1,000 บาท มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท รวมทรัพย์สินฝั่งอดีตเจ้าอาวาสสูงถึง 500 ล้านบาท

เมื่อรวมกับฝั่งสีกาเอ๋ มูลค่าของกลางในคดีนี้จึงพุ่งสูงเกินกว่า 510 ล้านบาท

ความร้อนแรงของเหรียญ ‘เหนือดวง’ เคยเป็นที่กล่าวขานในแวดวงนักเลงพระเครื่อง ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้มีอันจะกิน ไม่เว้นกระทั่งระดับนายกรัฐมนตรียังเคยควักจากคอออกมาโชว์สื่อมวลชนด้วยความภาคภูมิใจ

ทว่า หลังจากเกิดข่าวฉาวอันน่าสลดนี้ ราคาก็ดิ่งลงเหวทันที จากที่เคยหาเช่ากันหลักล้านเหลือเพียงหลักหมื่น

หมดสิ้นซึ่งพลังศรัทธา คงไว้เพียงมูลค่าทองคำที่ใช้จัดสร้างเท่านั้น

ด้านความคืบหน้าทางคดีเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2569 พนักงานสอบสวน บก.ป. นำตัวนายอภิโชติและ น.ส.ปุณยวีร์ ส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1

ศาลพิเคราะห์เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูงและต้องสอบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัวและส่งเข้าเรือนจำจังหวัดสระบุรีทันที

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า ได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานให้ ปปง. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินกว่า 215 ล้านบาทอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ชุดสืบสวนเชื่อว่ายังมีตัวละครเพิ่มอีก 1-2 คน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในวงลูกศิษย์ลูกหาใกล้ชิด

คดีนี้นับเป็นบทเรียนการสืบสวนสอบสวนที่นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้ตัดวงจรการทุจริตอย่างจริงจัง

สังคมและพุทธศาสนิกชนต้องหันมาถามตัวเองจะร่วมกันสังคายนามาตรการตรวจสอบเงินบริจาควัดอย่างไรในอนาคต

ถึงเวลาหรือยังที่เราทุกคนต้องหยุดพึ่งพาปาฏิหาริย์ แล้วลงมือร่วมกันสร้างระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

เพื่อปกป้องพระศาสนาและไม่ให้ความศรัทธาถูกใช้เป็นเครื่องมืออีกต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ