บทความพิเศษ | ภาสกร ประมูลวงศ์

Songs in the Key of Life

: เพลงรักคนหลายใจ

เพลงที่ผมกำลังจะเล่าให้คุณผู้อ่านฟังต่อไปนี้ ผมให้สิบเต็มสิบไม่หักในเรื่องความครีเอทีฟ

มันอำเขาไปทั่ว อำคนในวงการเพลงด้วยกัน อำเพื่อนร่วมวง อำคนฟัง รวมถึงอำตัวเอง

ผมกำลังพูดถึง Song For Whoever ขับร้องโดยวงดนตรีนามว่า The Beautiful South

พอล ฮีตั้น (Paul Heaton) ใช้เวลาเล่าเรื่องราวผ่านเพลงนี้แค่ไม่ถึงสามนาที แต่มันกลับทำให้เพลงอื่นๆ ที่มีความยาวสี่/ห้านาทีต้องชิดซ้ายตกขอบไปเลย

มากกว่านั้นคือมันเล่นกับความรู้สึกลึกๆ ของคนฟังอย่างจัง

มันกระแทกความจริงที่เราหลับตาไว้ข้างหนึ่งและมีความไพเราะอย่างน่าประหลาด

“แรกเริ่มเลย ผมอยากเขียนเพลงที่สะท้อนตัวตนของคนธรรมดา ผมไม่ได้อยากทำอะไรที่สูงส่งอภิปรัชญา ผมอยากเล่นเรื่องใกล้ตัวเล็กๆ ที่ไม่เคยมีคนเขียนมาก่อน บทเพลงที่เป็นเหมือนหมุดหมายแห่งยุคสมัยของคนหลายใจ ผมเชื่อว่าเราก็เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ คนที่ชอบคบคนโน้นคนนี้ ชอบคบซ้อนเป็นกิจวัตร ผมตัดสลับมันด้วยความขบขัน”

เขาหัวเราะร่าในวงสนทนา

ทุกวันนี้พอลอยู่ในร่างของชายในวัย 47 โปรดปรานการดื่มเบียร์และความเบิกบานการขี่จักรยานเป็นงานอดิเรกที่จริงจัง

เขาเคยลงแข่ง Tour Of England ระยะทาง 900 ไมล์ โดยมีเหรียญรางวัลคล้องติดคอเป็นสักขีพยาน

“ผมสนุกกับการเขียนเพลงนี้มาก มันเป็นงานที่ไม่มีความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น เขียนเสร็จก็จบกัน เรื่องอันดับในชาร์ตผมไม่เคยเก็บมาใส่ใจ” เขากระดกเบียร์เข้าปากอีกหนึ่งอึกพลางมองแก้วที่ว่างเปล่าตรงหน้า

พอลชอบที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินนอกกรอบ เขาจะเขียนเพลงในแบบที่อยากเขียนเท่านั้นและไม่เคยคิดจะยึดอาชีพแต่งเพลง

ดังนั้น ผลงาน 5 อัลบั้มจากวงดนตรีสองวงที่เคยเดินผ่านจึงเป็นงานที่เรียกได้ว่า “ปากตรงกับใจ”

เขามักปั่นสองล้อคู่ใจในยามเช้า ในวันที่ใครต่อใครกำลังทำงานยุ่งเหยิงเหมือนยุงตีกัน

พอลนั่งอยู่ตรงนั้นในผับร้านประจำแถวบ้าน สั่งเบียร์แทนกาแฟ ละเลียดผ่านสายตาแห่งละครชีวิตของผู้คน

“ผมรักชีวิตยามเช้า ผมจะไปนั่งเงียบๆ หาอะไรคิดไปเรื่อย บางครั้งถ้าไอเดียแว่บเข้ามา ผมก็แต่งเพลง ชีวิตมันก็แค่นั้นครับ” พอลสรุปด้วยใจความเรียบง่าย

เขาเรียกการเขียนเพลงของตัวเองว่า “ค่อยๆ ปล่อยทำนองไปทีละคืบ”

เขาไม่รีบร้อนและไม่เคยรีบร้อน เมื่อทำนองประสานรับกับความคิดในหัว เขาจะปลดปล่อยจินตนาการทีละวรรคจนมันเสร็จ เป็นเช่นนี้ไปทุกเพลง

ข้อดีคือมันจะเหมือนบทกวีแห่งยุคสมัย เป็นห้วงเวลาที่บอกว่าเราคิดอะไร หันหน้าไปทางไหน รู้สึกกับมันอย่างไร

และมันจะอยู่ตรงนั้นไม่ต่างอะไรกับจดหมายรักที่จ่าหน้าซองถึงตัวเอง

“จดหมายรักถึงตัวเอง” ที่ว่าคือ Song For Whoever

เพลงห้องแรกว่าด้วยความรักที่เขามีต่อหญิงสาว พร่ำพรรณนาได้อย่างหวานล้ำ

มาหักมุมในท่อนฮุกที่บอกว่าไม่รู้จะลงชื่อสาวเจ้าว่าอะไรดี คือมันมีเยอะจัดว่างั้น (ฮา)

มันอำเพลงอื่นๆ ในวงการแบบไม่เหลือซาก เพราะเพลงรักหลายต่อหลายเพลงมักจะเอ่ยชื่อคนที่มีใจให้ รู้สึกอย่างไรก็จัดไปยาวๆ

มามี Song For Whoever นี่แหละ ที่เจ้าตัวนึกไม่ออกว่าจะลงชื่อใครดี

มันแหลมคม ช่างคิดและไพเราะอย่างร้ายกาจ

ฉันรักเธอ ด้วยหัวใจ ที่ใหลหลง

ใช่แค่ตรง ใบหน้าสวย รวยทรัพย์สิน

แค่เห็นเธอ แย้มแก้มหวาน ปานกลืนกิน

ลืมจนสิ้น เปี่ยมความสุข ทุกข์ไม่มี

เพ้อทั้งวัน แต่หัวค่ำ ย่ำรุ่งเช้า

เป็นครั้งคราว เผลอหลับไป ไม่ถอยหนี

ร้องเพลงกล่อม ลมเจ้าเอย เผยวจี

ดินสอมี จรดกระดาษ วาดลีลา

เขียนมาได้ ไปครึ่งตอน ถึงท่อนรับ

มาสดับ ฉันเขียนไป ถึงใครหนา?

คนนี้ใช่ คนนี้ด้วย ช่วยกันมา

ให้ระอา จีบหลายคน วนเวียนกรรม

น้องหนุงหนิง ไม่เคยเบื่อ น้องเสื้อฟ้า

น้องญาญ่า สลักจิต คิดแล้วขำ

น้องปุยฝ้าย คิดแล้วเขิน เกินจะจำ

หรือเรานั้น มันเกินทน คนหลายใจ (เฮ้อ)

ถึงแม้จะเรียกตัวเองว่า The Beautiful South แต่วงกลับมีนิวาสสถานอยู่ละแวกยอร์กเชียร์

ว่ากันตามตรง พวกเขาไม่ได้เป็นวงที่โด่งดังคับฟ้า อัลบั้มขายได้หยิบมือแต่เป็นหยิบมือในจำนวนมหาศาล

โดยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เพลงของ The Beautiful South ขายได้ในพิกัด 7% ต่อหลังคาเรือน

พูดง่ายๆ คือ บ้านคนอังกฤษ 100 หลังจะพบแผ่นซีดีในซอกใดซอกหนึ่งของบ้าน 7 แผ่น

พอลเก็บสถิตินี้ไว้ในหอเกียรติยศส่วนตัวเงียบๆ

แต่ที่เป็นตัวเลขจริงจังคือในปี 1994 เขาสร้างยอดขายไปกว่า 1.5 ล้านชุด เทียบเท่าเทเรนซ์ เทรนต์ ดาร์บี้ (Terence Trent D’Arby) ที่ตอนนั้นดังเป็นพลุแตก

ทว่า พอลกลับไม่แยแส ถ้ามีคนจำได้และเข้ามาทักเขาก็จะคุยด้วยด้วยความไม่ถือตัว จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่เจ็บ ไม่ปวด เฉยๆ

Song For Whoever เกิดจากเถ้าถ่านของ The Housemartins วงเก่าก่อนหน้า

“เพลงมันค่อนข้างปัญญาอ่อนว่ะ” ใครบางคนกล่าวไว้นานแล้ว มันไม่ถูกบรรจุในอัลบั้มจนพอลกับเพื่อนซี้ เดฟ เฮมิ่งเวย์ (Dave Hemingway) โคจรมาเจอกันเพลงนี้ถึงจุติใหม่

“มันไม่ได้เป็นเพลงป๊อปครับ ถึงไม่ได้ดังถึงขนาดคนร้องตามทั่วบ้านทั่งเมือง” เดฟกระแอม

“ผมอยากเรียกมันว่า Easy Listening มากกว่า มันฟังง่าย เข้าใจง่าย ออกแนวขำๆ แต่ซ่อนความจริงไว้ พอลมันเก่งตรงนี้” เขาสรุปรวบช้อน

เพลงนี้ฟาดกบาลคนฟังตั้งแต่ประโยคแรก I love you from the bottom of my pencil case

มันจั่วหัวด้วยความหวานจับจิตโดยคนฟังไม่ทันรู้ว่าจะเจอท่อนฮุกที่เหมือนกับภาพยนตร์ตลกร้ายหักมุม

ข้อสำคัญที่เหมือนเครื่องหมายการค้าคือพอลเขียนมันได้งดงามราวบทกวี แถมใช้ภาษาง่ายๆ ฟังเข้าใจง่ายแต่คลาสสิคและอยู่นาน

“เป็นเพลงที่ร้องง่าย รูปประโยคเข้าปาก ผมไม่มีความหนักใจอะไรเลยกับเพลงเพลงนี้ แถมเรื่องราวในเพลงก็เป็นสิ่งที่เราพบเจอได้ทุกเมื่อเชื่อวัน” เดฟสาธยาย

เอาเข้าจริงๆ ถ้าฟังดีๆ มันคือเพลงที่พอลเขียนขึ้นมาเพื่อผู้หญิงที่ผ่านมาในชีวิตทั้งหมด (ถึงแม้จะจำชื่อไม่ได้ก็เหอะ ฮา)

มันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจชีวิตในวัยหนุ่ม หลายคำในนั้นมันบอกเราว่า ความรักล่องลอยอยู่ทุกหนทุกแห่งเพียงแต่เราคว้ามันได้เร็วแค่ไหน

ที่เหลือต่อจากนั้นคือการสานความสัมพันธ์ในระดับที่ลึกลงไป (Deep, So deep the number one I hope to reap)

แน่นอน ด้วยกลุ่มคนฟังที่แตกต่าง ไม่มีใครกล้าเอามันไปเปรียบกับ Pop Song ชั้นดีในแบบ Pet Shop Boys เพราะคุณจะไม่มีวันหาเจอ มันง่ายกว่านั้นชนิดเทียบกันไม่ติด

ขณะที่อีกฝ่ายในยุคแจ้งเกิดไล่เลี่ยกันทำเพลงฟรุ้งฟริ้งจริงจังซีเรียส The Beautiful กลับขับกล่อมผู้คนด้วยความคิดในแง่ดี

หรือขณะที่โลกนี้หายใจเป็นดนตรีในแบบ Stock, Aitken and Waterman พวกเขาก็ทำตัวเหมือนไม่ใส่ใจความเป็นไปของโลก

มิหนำซ้ำขณะที่วงการเพลงทุ่มเงินไปกับการทำ MV หลักหลายล้านต่อเรื่อง The Beautiful กลับเล่าเรื่องด้วยเปียโนหลังเดียว

หรือแม้แต่ขณะที่วงการเพลงหายใจเป็นศิลปินอังกฤษ (นำทัพโดย The Police และ Dire Straits) The Beautiful South อยู่ห่างเป็นไมล์กับคำว่า “เท่”

ผมยังไม่ได้พูดถึงการแสดงบนเวทีที่เรียบง่ายเหมือนงานในชั้นเรียนเด็กประถม อย่างเดียวเท่านั้นที่เรียกเสียงปรบมือได้คือ ความพิเศษของเพลงและการประสานด้วยเสียงร้องโดยเดฟ โรเธอเรย์ (Dave Rotheray)

พูดตรงๆ ก็คือ มันโดดเด่นมาตั้งแต่สมัย The Housemartins แล้ว

จะมีสักกี่เพลงในโลกนี้เชียวที่เรียกเสียงเป่าปากไปพร้อมๆ กับเสียงหัวเราะในเวลาไม่ไกลกัน

เราเรียก Song For Whoever ว่าเป็นการแจ้งเกิดของ The Beautiful South ได้ไหม?

แน่นอน มันทำไห้พอลและผองเพื่อนเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนที่กว้างขึ้น หากแต่มันไม่ได้เปลี่ยนตัวตนของเขาหรือกับของวงแต่อย่างใด ถึงแม้ว่ายอดขายของอัลบั้ม Welcome To The Beautiful South จะทำให้เขามีเงินใช้ไม่ขาดมือ

แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่า “อัลบั้มฮิต” มันแค่ทำให้เพลงที่วางอยู่ข้างๆ อย่าง You Keep It All In, I’ll Sail This Ship Alone เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกเหนือไปกว่านั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

ปี 2007 พวกเขามีคอนเสิร์ตใหญ่พร้อมประกาศยุติความเป็น The Beautiful South ไว้แค่นี้

“ไม่มีความร้าวฉานใดๆ พวกเราแค่คิดว่ามันสมควรแก่เวลาแล้วมั้ง” พอลลั่นเสียงหัวเราะฉาดใหญ่ สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลังคือมรดกแห่งเสียงเพลงแด่ลูกหลานและเป็นวัฒนธรรมทางดนตรีที่ทิ้งรอยเท้าเป็นทางยาว เขายังมีชีวิตแบบเดิม นั่งในผับที่เดิม ฮัมเพลงเก่าเพลงเดิมๆ ขี่จักรยานคันเดิม และซื่อสัตย์กับแฟนเพลงกลุ่มเก่าขนานแท้ดั้งเดิม

บนเวทีคอนเสิร์ตสุดท้ายบรรยากาศขมุกขมัวบอกไม่ถูก เพลงแล้วเพลงเล่าถูกเล่นไปตามคิว จนกระทั่งความเงียบเดินทางเข้ามาปกคลุม ทันใดนั้นเสียงเพลง Song For Whoever ก็ดังขึ้น

หลังจากนั้นคอนเสิร์ตทั้งเวทีก็ดังกระหึ่ม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก
Songs in the Key of Life
‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สะกิดปม ‘ภาษีบาป-ไทยพีบีเอส’ ต้องถกบนหลักฐาน ไม่งั้น ‘สังคมไทยเสียโอกาส’
เสือป่า เข้มข้น 3 ตท.26 ‘จุ๊ฟ-เอี่ยว-เอก’ ชิงดำ จับกระแส ผบ.สูงสุด ทูบี ‘เสธ.ตั้ง-ซีรีส์ 3’ จ่อ ‘เสธ.แจ๊ค’ เต็ง ผบ.ทอ.? จับตา ‘ม้ามืด’ ปรากฏตัว?
E-DUANG | การเมือง ที่ขาด ความเสถียร การเมือง ใน ระบอบสีน้ำเงิน
“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ นายกฯอนุทิน“สอบไม่ผ่าน”
‘ไทยสร้างไทย’ จัดสัมมนาเสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งพัฒนาสู่ ‘พรรคการเมืองคุณภาพ’ ยึดมั่นอุดมการณ์สุจริต