bg-single

ปิดฉาก ‘โคนันเมืองไทย’ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จากผู้ช่วยเหลือสู่ผู้ถูกดำเนินคดี

09.10.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

ตกเป็นข่าวอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง เมื่อ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม วัย 59 ปี โดนรวบตัวหน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย

เมื่อตำรวจไซเบอร์ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) นำทีมพร้อมหมายจับศาลอาญาเข้าจับกุม

ข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นเท็จ โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

การจับกุมครั้งนี้นับเป็นจุดพลิกผันครั้งใหญ่ของชายผู้เคยได้รับฉายา “โคนันเมืองไทย” ผู้สร้างชื่อเสียงจากการสืบเจาะคดีและเปิดโปงการทุจริตมานานกว่า 15 ปี

ฉากหน้าคือการทวงความยุติธรรมให้คนยากจนและเหยื่อคดีอาชญากรรมต่างๆ ที่ผ่านมานั้น

แต่ฉากหลังจากข้อมูลเจาะลึกของตำรวจไซเบอร์ มีข้อกล่าวหาการไล่ตบทรัพย์ รีดรับผลประโยชน์ และหลอกลวงเงินบริจาคจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

จนในที่สุดทำให้สังคมค่อยๆ รู้ว่า เป็น “ของแท้” หรือ “ของปลอม”

นี่จึงเป็นการเปลี่ยนจาก “ผู้เปิดโปง” กลายมาเป็น “ผู้ถูกเปิดโปง”

และจาก “ผู้ตั้งคำถาม” ต่อตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐ กลายมาเป็น “ผู้ที่ต้องตอบคำถาม” ต่อกระบวนการยุติธรรม หรือไม่

สําหรับคดีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตั้งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มีระดับบิ๊ก ตร. พล.ต.อ.อิทธิพล หรือบิ๊กแมน อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรองหัวหน้าทีม โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมด้วย

เริ่มมาจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บึงกุ่มได้เข้าจับกุมผู้จัดให้มีการเล่นพนันทายผลชกมวย 4 คน

จากนั้นมีการสืบสวนขยายผลจนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการจับกุมอีก 6 ราย ในเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด ทั้งพักยกวาไรตี้, ทายผลมวย ที่รวมอยู่ในก๊วนนี้

เมื่อสืบสวนขยายผลเส้นเงิน พบความเชื่อมโยงโอนตรงไปยังนายอัจฉริยะและกลุ่มเว็บพนันมวย 212 ครั้ง เป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท

ต่อมาเช็กเส้นเงินพบว่าโยงมูลค่าที่เกี่ยวกับวงพนันกว่าพันล้านบาท จึงนำมาสู่การตั้งทีมสืบสวนสอบสวนของ ตร.

พฤติการณ์ที่ตำรวจอึ้ง คือการที่นายอัจฉริยะใช้บัญชี “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” เปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน นำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โอนเข้าบัญชีส่วนตัวและนำไปเล่นการพนันมวยออนไลน์ปีละร้อยกว่าล้านบาท

จากการตรวจสอบพบว่า บัญชีส่วนตัวมียอดเงินหมุนเวียน 191 ล้านบาท ส่วนบัญชีชมรมฯ มียอดเงินหมุนเวียน 168 ล้านบาท

เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมการโอนเงินสลับไปมาระหว่างสองบัญชีที่นายอัจฉริยะเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว

พบยอดเงินหมุนเวียนเกี่ยวโยงกับการฟอกเงินและการพนันมวยรวมสูงถึง 360 ล้านบาท

โดยพยานผู้บริจาคเงินรายใหญ่ที่เคยโอนช่วยชมรมฯ ถึง 700,000 บาท

ระบุว่า “หากรู้ว่านำเงินบริจาคไปเล่นการพนันมวย จะไม่โอนเงินให้เด็ดขาด”

ตรงนี้อยู่ในสำนวนการสอบสวนที่มี “บิ๊กแมน” รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าทีม

เมื่อทุกอย่างชัดเจนในพยานหลักฐาน นำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับ

ชั้นจับกุมนายอัจฉริยะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษก ตร.ยืนยัน ให้ความเป็นธรรม ไม่กลั่นแกล้ง ทุกอย่างทำตามพยานหลักฐาน

ที่สำคัญเส้นทางการเงินเป็นวิทยาศาสตร์ โกหกไม่ได้อยู่แล้ว

ต่อมาพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้นำตัว “โคนันเมืองไทย” ฝากขังต่อศาลครั้งแรก

กรณีมีพฤติกรรมใช้บัญชีเงินฝากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่เปิดรับบริจาคก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวไปเล่นพนันมวยเงินทุนร่วม 360 ล้านบาท

เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยาน รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ รวมทั้งเส้นทางการเงินและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว

เนื่องจากเป็นคดีที่มีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์มูลค่าความเสียหายและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใหญ่

ตำรวจจึงเกรงว่าหากให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือส่งผลกระทบต่อรูปคดีที่อยู่ระหว่างการขยายผลได้

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ทนายความยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน ต่อมาศาลยกคำร้อง

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องนำตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที

ค

ดีมหากาพย์นายอัจฉริยะ ที่ปรากฏบนหน้าสื่อหลายครั้งในห้วงเวลาที่ผ่านมา นับเป็นบทเรียนราคาแพงในกระบวนการยุติธรรมไทย

สะท้อนวิวัฒนาการของอิทธิพลสื่อเมื่อนักขับเคลื่อนสังคมสถาปนาตนเองเป็น “ผู้ตรวจการนอกระบบ”

นำข้อมูลการทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐมาเป็นเงื่อนไขต่อรองเรียกรับผลประโยชน์ แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูล

ถือเป็นการปั้นระบบยุติธรรมซ้อนระบบเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง

ขณะเดียวกัน ก็นำเงินบริจาคภาคประชาชนไปแสวงหาความสุขส่วนตัวและการพนัน

เป็นอุทาหรณ์เตือนสติว่า ป้าย “ช่วยเหลือสังคม” ถ้าใครไม่ใช่ของแท้ ไม่สามารถใช้เป็นเกราะคุ้มความผิดทางอาญาได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ปิดฉาก ‘โคนันเมืองไทย’ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จากผู้ช่วยเหลือสู่ผู้ถูกดำเนินคดี
เปิดปมจับอีก ‘อัจฉริยะ’ ผันเงินบริจาค 350 ล้าน แทงมวย-โยงเว็บพนัน เจ้าตัวโต้ยิบ-กลั่นแกล้ง
เหยี่ยวถลาลม | น้ำท่วมระคนน้ำลาย
ส่อง 2 งาน Exclusive มติชน ในบรรยากาศใหม่ๆ ว่าด้วยพื้นที่ของความโกรธ/ความทรงจำ กับลลิตา (พม่า) และ (6 ตุลา) ธงชัย
ธงทอง จันทรางศุ | น้ำท่วม หมา ‘จรจัด’ และความหมดท่า ของการหา ‘ทางออก’
การเมืองใต้เรื่องเล่า : คุยกับ กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของผลงานเล่มล่าสุด “ปาเจราจาบัลย์”
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและนักธุรกิจพันล้าน : โลกของทรัมป์อีกด้านหนึ่ง
ไฉนทรัมป์ถล่มอิหร่าน แต่เรียกคิมว่า ‘เพื่อนฉัน’?
การประหารที่ล้มเหลวในสหรัฐ ฉีดยาพิษ 2 โดสแต่ไม่ตาย
เส้นทางความรัก ชาร์เลท – นนท์ ศดานนท์
เชื้อโรคลึกลับที่รัสเซีย
เมื่อสี จิ้นผิง ไปวอชิงตัน