ต่างประเทศ
เรื่องนี้เกิดขึ้นในดินแดนไซบีเรีย ส่วนที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซีย ที่นั่นเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการทดลองต่อต้านเชื้อโรคของทางการรัสเซียประจำเมืองอีร์คุตสค์ ที่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อเจ้าหน้าที่สตรีรายหนึ่งเกิดทำหลอดแก้วทดลองแตก แล้วต่อมาเสียชีวิตลงภายใน 48 ชั่วโมงให้หลัง
“รอสโปเทร็บนัดซอร์” หน่วยงานเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขและการบริโภคของรัสเซียออกมายืนยันว่า หลังจากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้วไม่พบเชื้อโรคระบาดปรากฏอยู่แต่อย่างใดทั้งสิ้น พบเพียงเชื้อโควิด-19 2 ราย กับเชื้อไรโนไวรัสในเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย
ปัญหาก็คือ เกิดข่าวเล่าลือสะพัดกันไปทั่วว่า เจ้าหน้าที่หญิงรายนั้นเสียชีวิตเพราะติดเชื้อกาฬโรคปอดอักเสบ (pneumonic plague) ที่แพร่ระบาดผ่านลมหายใจ
องค์การอนามัยโลกแถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกันว่า เจ้าหน้าที่ของทางการรัสเซียที่รับผิดชอบด้านนี้แจ้งต่อองค์การอนามัยโลกที่สอบถามเข้าไปว่า ไม่มีกรณีการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อเกิดขึ้นที่อีร์คุตสค์ ตามที่สอบถามมาแต่อย่างใด โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตนั้น เสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจตอนบนตามปกติธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษแต่อย่างใด
องค์การอนามัยโลกเปิดเผยด้วยว่า ตรวจไม่พบเชื้อกาฬโรคปอดอักเสบ หรือเชื้อที่เป็นภัยคุกคามสูง ในบรรดาผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตสตรีรายนี้แต่อย่างใดตามถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของรัสเซียที่แจ้งมา
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกยังคงยืนยันว่า กำลังรอคอยความชัดเจนในกรณีนี้ต่อไปว่า เชื้อกาฬโรคปอดอักเสบเป็นตัวการทำให้เหยื่อสตรีรายนี้เสียชีวิตหรือไม่
ต่อมา นายมัคซิม โมดิน นายกเทศมนตรีเขตปกครองเชเลคอฟ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนมองโกเลีย ออกมาแถลงยืนยันว่า ห้องปฏิบัติการทดลองที่เกิดปัญหาขึ้นนั้น บัดนี้ถูกปิดเพื่อกักตัวเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไว้ตรวจสอบอาการ
สื่อในรัสเซียเองเปิดเผยว่า จำนวนผู้ที่ถูกกักตัวไว้เพื่อรอดูอาการครั้งนี้มีเกือบ 200 คน เป็นการกักตัวไว้ดูอาการตามมาตรการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากคนทั้งหมดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่สตรีที่เป็นเหยื่อ
ที่น่าสนใจก็คือ สื่อรัสเซียเปิดเผยทั้งชื่อและตัวตนของเจ้าหน้าที่สุภาพสตรีรายนี้ โดยระบุว่ามีอายุ 28 ปี แต่สื่อทางการรัสเซียกลับไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ แม้แต่รายละเอียดเหล่านี้ก็ตามที
นายอิกอร์ ค็อบเซฟ ผู้ว่าการเมืองอีร์คุตสค์ กล่าวในเวลาต่อมาว่า ไม่มีการตรวจพบเชื้อจุลชีพใดๆ ที่เชื่อมโยงกับงานในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รายนี้ในร่างกายของผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด
นอกจากนั้น องค์กรเฝ้าระวังด้านการบริโภคและสาธารณสุขแห่งเมืองอีร์คุตสค์ แถลงด้วยว่า ได้เกิด “ข่าวปลอม” แพร่ระบาดทางออนไลน์ ระบุว่า ทางการสั่งให้เพิ่มมาตรการด้านการรักษาความสะอาดเพื่อต่อต้านเชื้อโรคแบบเข้มงวดขึ้นที่เขตปกครองแห่งนี้ โดยอ้างว่า ยังไม่มีสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ที่สหรัฐอเมริกา นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ถึงแม้การเดินทางระหว่างสหรัฐกับรัสเซียจะมีจำกัดอยู่ แต่หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างนั้นเล็ดลอดออกมา ก็อาจแพร่กระจายได้โดยเร็ว
ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวแต่เพียงว่า สหรัฐอเมริกาจะทำทุกอย่างเท่าที่สามารถจะทำได้เพื่อช่วยเหลือรัสเซีย
“ผมไม่ชอบเลยที่รัสเซียมีเจ้านี่” ทรัมป์บอก “มันเป็นเชื้อโรคร้ายนะ”
มีรายงานข่าวตามมาว่า บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของรัสเซีย เริ่มเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดและใช้การกักตัวเพื่อการควบคุมบริเวณด่านข้ามแดนระหว่างประเทศแล้ว
ในขณะที่รัสเซียเอาแต่แถลงเตือนว่า ขอให้ทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับฟังข้อเท็จจริงจากทางการเท่านั้น
โดยนายดมิตรี เพสคอฟ โฆษกสำนักงานเฝ้าระวังการบริโภคและโรคระบาดยืนยันว่า ทางการจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา แต่เลี่ยงที่จะเปิดเผยว่า จะมีการเปิดเผยผลการชันสูตรพลิกศพหรือไม่ หรือเมื่อใด
สถาบันต่อต้านการระบาดของโรคแห่งเมืองอีร์คุตสค์ ระบุไว้ในเว็บไซต์ของสถาบันว่า สถาบันแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1934 เพื่อให้เป็นหน่วยงานปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และเป็นหน่วยงานตรงที่ทำหน้าที่ต่อต้านการแพร่ระบาดของโรค
แต่ต่อมาภารกิจของหน่วยงานได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยครอบคลุมเอาส่วนที่เป็น “เชื้อโรคที่เป็นอันตรายสูง” อย่างเช่นอหิวาตกโรค และเชื้อแอนแทร็กซ์อีกด้วย
โดยยืนยันว่า หน่วยงานนี้ยึดถือหลักปฏิบัติต่อต้านการแพร่ระบาดและการวิจัยที่เข้มงวดและหลายชั้น เพื่อให้แน่ใจว่า ภูมิภาคที่ตั้งของสำนักงานจะปลอดภัยในที่สุด
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาทั่วๆ ไป หากเป็นแค่ข่าวเล่าลือก็คงดี แต่หากเป็นจริงขึ้นมา มันอาจมีค่าเท่ากับชีวิตมนุษย์อีกนับล้านๆ ชีวิตที่อาจอยู่รอดปลอดภัยได้หากได้รับทราบเรื่องแน่ชัดล่วงหน้า
วิกฤตการณ์โควิด-19 เพิ่งผ่านพ้นไปหยกๆ ลืมกันหมดแล้วหรืออย่างไร?
