เก่งหรือเฮง ห่วยหรือซวย อธิบายด้วยสถิติเชิงภูมิศาสตร์ Moran’s I สำหรับชาวบ้าน

วันที่รอคอยมาถึงแล้วครับ วันนี้ผู้ติดเชื้อโควิดจากการแพร่เชื้อในประเทศเป็นศูนย์แล้ว เหลือเฉพาะผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศหรือติดมาจากผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศเท่านั้น
ประเทศไทยหน้าบานครับ ได้รับคำยกย่องจากทั่วโลกว่าควบคุมโควิดได้ดี เราไล่ทันเกาหลีด้วยต้นทุนทางเทคโนโลยีที่ต่ำกว่า
ความจริงแล้วเราเก่งหรือเฮงครับ หรือ ทั้งสองอย่าง
ดังที่ผมบอกแล้ว ผมสังเกตว่าสถานการณ์โควิดของไทยเราไม่ค่อยต่างจากประเทศ CLMV (Cambodia, Laos, Myanmar & Vietnam) ทั้ง ๆ ที่ประเทศเหล่านี้มีทรัพยากรทางสาธารณสุขน้อยกว่าเรามาก ถ้าดูอย่างนี้เราไม่ได้เก่งเท่าไหร แต่เราอาจจะเฮงเหมือน ๆ กับประเทศเพื่อนบ้านที่ขนาบเราอยู่ซึ่งเฮงเหมือนกัน
ส่วนภายในประเทศเราก็มีเหตุการณ์ที่ผมถือว่าค่อนข้าง”ซวย” หรือ โชคไม่ดี แต่หลายคนพยายามมองให้เป็นความ “ห่วย” ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการมองที่ไม่ช่วย และไม่สวย
ผมเรียกว่าเหตุการณ์ผลแล็บที่ยะลาเป็นความ”ซวย” คือถือว่าเป็นความบังเอิญ ที่เกิดขึ้นได้
โชคไม่ดีของชายแดนใต้ คือ มีผู้ป่วยมาก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศที่ควบคุมได้ยาก พื้นที่ปลายด้ามขวานเต็มไปด้วยความล้าหลัง ไม่ใช่มีแต่เพียงปมขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ที่นี่ยังพบโรคทั้งติดต่อ เช่น โรคหัด คอตีบ มาลาเรีย และโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การติดยาเสพติดและบุหรี่ มากกว่าทุกภาคของประเทศ
โรคระบาดหนัก ก็ต้องทำงานหนัก โอกาสที่จะเจอคำวิจารณ์หนักก็เลยมากกว่าที่อื่น
เมื่อสามปีที่แล้วมีนักระบาดวิทยาชาวอังกฤษได้รับพระราชทานรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล งานที่ท่านวิจัยจนเกิดความรู้ใหม่ใช้อธิบายปัญหาทางสุขภาพได้มาก เรียกว่า “Social Determinants of Health” ซึ่งสรุปว่า สุขภาพของคนขึ้นอยู่กับว่าเขาเกิด เติบโต และเจริญชีวิตการงานที่ไหน ปัจจัยทางสังคม ณ ที่นั้นจะเป็นตัวกำหนดขะตาชีวิตด้านสุขภาพ
ความจริงชะตา ก็คือ ชาตะ คือ การเกิด ไทยเราเชื่อตามจีนและอินเดียโบราณว่า ดวงชะตา คือ เวลาตกฟาก หรือ เวลาที่ หล่นออกมาจากช่องคลอดแม่ลงพื้นไม้ไผ่ที่สับเป็นซี่ ๆ เป็นตัวกำหนดอนาคต คนสมัยใหม่ส่วนนึงก็ยังเชื่อและเลือกเวลาเกิดให้ลูกโดยกำหนดเวลาให้หมอผ่าคลอด อย่าไปว่าคนโบราณว่างมงายเลยครับ
ความเชื่อเรื่องอิทธิพลของเวลาเกิด เป็นศาสตร์ที่ลึกลับ อาจจะเอาไว้ให้โหราจารย์ทั้งหลายได้ทำมาหากิน เพราะถ่ายทอดเรียนรู้ได้ยาก ยิ่งผูกขาดความรู้ยิ่งมีรายได้มาก ตรงกันข้าม ข้อสรุปเรื่อง Social Determinants of Health เป็นเรื่องที่มีตัวเลขสถิติ คนทั่วไปเห็นได้ชัด ใคร ๆ ก็เรียนได้ เอาไปอธิบายปรากฏการณ์และแก้ปัญหาได้
Social Determinants เป็นอิทธิพลของบริบท ไม่ใช่เศรษฐฐานะของปัจเจกบุคคล ถ้าอยู่ในบริบทดี มีสิ่งแวดล้อมดี การศึกษาดี ความปลอดภัยสูง สุขภาพย่อมดีกว่าคนที่อยู่ในบริบทที่เต็มไปด้วยปัญหา
บริบทที่เต็มไปด้วยปัญหานี่เองกระมัง ที่เป็นคำอธิบายเรื่อง “ซวย” ปัญหาหนึ่งจะลุกลามไปสู่ปัญหาหนึ่ง แก้กันไม่หวัดไม่ไหว
ยุโรปและเมกามีการระบาดของโควิดรุนแรงกว่าอุษาคเณย์ (Southeast Asia) ของเรา เขา “ห่วย” หรือ ครับ? ผมคิดว่าเขา “ซวย” มากกว่า คือไปอยู่ในบริบททางระบาดวิทยาของกลุ่มประเทศที่โรคโควิดติดต่อกันได้ง่าย
ทำนองเดียวกันพี่น้องประเทศไทยตอนเหนือและอีสาน ท่านอาจจะไม่ได้เก่งนะครับ ท่านเฮงมากกว่า เพราะไปอยู่ในบริบทอะไรบางอย่างก็ไม่รู้ที่โควิดไม่ค่อยระบาด แต่ท่านก็เคยซวยมาแล้ว จากโรคประจำถิ่นหรือโรคระบาดอื่น ๆ เช่น HIV พยาธิใบไม่ในตับ หรือโรคไม่ติดต่อ เช่น นิ่วในทางเดินปัสสาวะ การฆ่าตัวตาย ซึ่งพบน้อยกว่าในภาคใต้ ไม่ได้เกิดจากบริการสาธารณสุขห่วยนะครับ
ผมพยายามจะชักจูงให้ท่านเห็นคล้อยว่า ความเฮงความซวย ด้านนึงก็เป็นความบังเอิญ แต่หลายครั้งเป็นความน่าจะเป็น (probability) ซึ่งเป็นพหุปัจจัยเชิงบริบท และความโชคดีโชคไม่ดีก็มักจะกระจุกเป็นตำแหน่งทางภูมิศาสตร์
ผมกำลังพูดถึงสถิติเชิงภูมิศาสตร์ (geographical statistics) ที่วัดความละม้ายคล้ายคลึงของพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กัน สถิตินั้นคือ Moran’s I (มอแรน สฺ ไอ) ที่ใช้กันมา 70 ปีแล้ว
ท่านคงเคยเห็นตรงกลางของธงชาติเกาหลี หรือ ธงของพรรคบู้ตึ๊ง ลัทธิเต๋า เป็นรูปปลาสองตัวในวงกลม ตัวหนึ่งสีดำ อีกตัวสีขาว ดำก็ดำล้วน ขาวก็ขาวล้วน แยกขอบเขตชัดเจน ถ้าปรากฏอย่างนี้ในแผนที่ค่า Monran’s I เท่ากับหนึ่ง คือแยกด้านมืดไปไว้ข้างนึง ด้านสว่างไปไว้อีกข้างนึง ชัดเจนเหมือนหนังเรื่องสตาร์วอร์ สู้รบกันระหว่างด้านมืดนำโดย Darth Vader กับด้านสว่างนำโดย Luke Skywalker
ทีนี้ลองดูภาพของท่านอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยอดศิลปินของเราบ้าง ท่านใช้สีดำที่ส่วนใหญ่แล้วไม่เน้นขอบเขตชัดเจน แต่ก็ปน ๆ กันกับช่องว่างของแผ่นผ้าใบ ด้านมืดกับด้านสว่างในภาพอยู่ปะปนกันทั่วไป ทั้งธรรมะและนรก อย่างนี้ ผมเดาว่าค่า Moran’s I มีค่าใกล้ ๆ กับ ศูนย์
สุดท้ายเวลาเล่นหมากฮ็อส (checker board) หรือลายขัดแตะจักสานยกหนึ่งช่มหนึ่ง ชาวสลับดำไปตลอด หรือสูงสลับต่ำแบบลังกระดาษสำหรับวางไข่ อย่างนี้มีค่า Moran’s I เท่ากับ ลบหนึ่ง ในทางสังคมไม่ค่อยพบการกระจายแบบนี้ครับ
การกระจายของโรคโควิดในโลกนี้ และในประเทศมีค่า Moran’s I ไปทางไหนครับ หนึ่ง ศูนย์ หรือ ลบหนึ่ง?
คำตอบคืออยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างศูนย์กับหนึ่ง เป็นค่าบวกแถวประมาณ 0.4 ที่เป็นค่าบวกเพราะโควิดเป็นโรคติดต่อครับ อะไรที่อยู่ใกล้กันติดต่อกันหมดอย่างเช่นในยุโรป ส่วนที่โรคไปไม่ถึงก็อยู่ติด ๆ กันเช่นประเทศ CLMV แต่ที่ไม่มีค่าเป็นหนึ่งเด็ดขาดไปเลย เพราะยังมีรอยต่อตรงชายแดนที่ขาวกับดำปนกัน อย่างเช่นประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่มีโรคโควิดแล้ว เหลือแต่ที่นำเข้าจากภายนอกโดยเฉพาะแถวชายแดน เราไม่สามารถปิดประเทศได้สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังอาจจะมีไข่แดงอยู่บริเวณแรงงานต่างชาติในเมืองใหญ่ ๆ
สรุปครับ ผมพยายามบอกว่าสถานการณ์โควิดของเราดีแล้วก็อย่าทะนงว่าเก่ง ต้องขอบคุณที่เราอยู่ในกลุ่มประเทศเฮงด้วย เราเห็นใครทำอะไรไม่เข้าตาก็อย่าไปคิดว่าเขาห่วย บางทีเขาอาจจะดวงตกเพราะไปอยู่ในพื้นที่ซึ่งโชคไม่ดีไปหน่อย
แต่เราต้องไม่ยอมแพ้ในโชคชะตาครับ
“อย่ารู้มากบากหนีแต่ทีง่าย ที่ไหนหนักหักกายเข้าหาบหาม”
ถ้าเราต่างคนต่างหนีเอาตัวรอดไปอยู่ด้านเฮง ทำให้ค่า Moran’s I เข้าใกล้หนึ่ง คนที่เหลือที่อยู่ด้านซวยอยู่แล้วมิซวยยิ่งขึ้นหรือครับ
เมื่ออยู่ในภูมิประเทศที่ดี ต้องคิดถึงคนที่อยู่ลำบากมาช่วยกันบ้าง ถ้าอยู่ในที่ที่ลำบาก ก็ต้องมีกำลังใจต่อสู้ อยู่กับความท้าทาย ชีวิตจึงจะสนุก พยายามเปล่งแสงสว่างเอาชนะความมืดรอบตัว ลดค่า Moran’s I ให้มีความเท่าเทียมระหว่างพื้นที่มากขึ้น
ปัญหานึงเบาลง ปัญหาอื่นก็ค่อย ๆ โผล่ โควิดเพลาลงแล้ว แต่ความยากจนกำลังจะเพิ่มขึ้น
การระบาดโควิดมีค่า Moran’s I ออกไปในบวก คือ มีพื้นที่ระบาดเป็นกระจุก ๆ เราต้องติดตามดูต่อไปว่ารัฐบาลจะจัดสรรทรัพยากรแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด แบบกระจุกหรือกระจาย ค่า Moran’s I จะเป็นอย่างไร งานนี้พื้นที่ไหนจะเฮง พื้นที่ไหนจะซวย กระทรวงใดจะเก่ง กระทรวงใดจะห่วย ติดตามตอนต่อไปนะครับ
