bg-single

ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน

12.06.2026

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

คงจำกันได้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาเดินทางเยือนจีนและได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วมีการวิเคราะห์ต่างๆ นานาจากนักวิชาการชั้นนำทั้งไทยและเทศมากมาย

มีคำถามหนึ่งคือ จีนต้องการอะไร?

ในขณะเดียวกัน ผมอ่านรายงานฉบับหนึ่งของ the Chatham House ซึ่งเป็น Think Tank แห่งหนึ่ง รายงานบอกว่ามีนาคมที่ผ่านมา มีการประชุมประจำปีของ the Center for International Security and Strategy, มหาวิทยาลัยซินหัว (Tsinghua) ของจีน การประชุมที่นั่นอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนและเหล่านักศึกษาต่างชาติก็ตั้งคำถามว่า จีนต้องการอะไร?

ในเวลาเดียวกัน ช่วงเวลาไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่า ผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกเยือนจีนและเข้าพบกับประธานาธิบดีสี และผู้นำระดับสูงของจีน ในขณะที่ประธานาธิบดีสีก็เดินทางเยือนต่างประเทศหลายประเทศเช่นกัน

ผมจึงอยากนำเสนอประเด็นยุทธศาสตร์ China First ที่มีการวิเคราะห์เอาไว้ในเบื้องต้นว่า ไม่ได้ตั้งคำถามว่า จีนต้องการอะไร และโดยส่วนตัวผมไม่ได้แปลว่า ยุทธศาสตร์จีนต้องมาก่อน กล่าวคือ

China First ชนชั้นนำจีนหมายถึงอะไร

ในรายงานฉบับดังกล่าว พวกเขาตั้งประเด็นว่า คำถามไม่ใช่จีนต้องการอะไร? และยืนยันว่า จีนไม่ต้องการเป็นอภิมหาอำนาจในภาพพจน์ของสหรัฐ แต่สิ่งนี้สะท้อน จีนมองโลกอย่างไร? รายละเอียดคือ

ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง จีนเรียกว่า China First ซึ่งไม่ได้สะท้อนประชานิยม มีการแข่งขันไปที่ต่างๆ แต่สะท้อนผู้นำจีนและสาธารณะมองตำแหน่งของประเทศตนในโลก จัดอันดับสูง ต่ำ ลดความเปราะบางจากแรงกดดันจากภายนอก ด้วยการเติบโตอย่างมีเหตุผล จัดการมากกว่าแก้ปัญหาคือ การแข่งขันอย่างลึกของจีนกับสหรัฐและเสริมสร้างเสถียรภาพความเป็นชายขอบ (periphery) ของจีน

หนึ่งความคิดคือ วิสัยทัศน์ผู้นำโลก เป็นเครื่องมือและมัดให้อยู่ใต้บังคับบัญชา ความเหนือกว่าของจีนที่สร้างความมั่นคงภายใน ความมั่นคงแห่งชาติและความอยู่รอดของระบอบการปกครอง

ยุทธศาสตร์ China First คือวิธีการที่ปฏิบัติได้ จัดการความกังวลภายในและกิจการระหว่างประเทศ จัดอันดับทางเศรษฐกิจ พึ่งพาตนเองทางเทคโลยี เสถียรภาพทางการเมืองระยะยาว สร้างความมั่นคงโดยทำการควบรวมอำนาจอันชอบธรรมของรัฐจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน จัดการอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แก้ปัญหาการแข่งขันกับสหรัฐ และรวมเป็นหนึ่งของภูมิภาคกับชายขอบของจีน

มันสะท้อนทั้งความตั้งใจและความไม่มั่นคง จีนมีอำนาจมากกว่าเมื่อก่อนและจีนรอบคอบมากกว่าเดิมแต่เน้นภายใน ภายใต้สี ยุทธศาสตร์ China First เติบโตทั้งเห็นได้ชัดขึ้นและบังคับแน่นมากขึ้น และกรอบแนวทาง ความเป็นหนุ่มสาวแห่งชาติ (National Rejuvenation) ไม่ใช่แค่ผลักดันจีนไปสู่ความเป็นผู้นำโลก

แต่เป็นโครงการผูกพันประวัติศาสตร์ : ฟื้นฟูความมั่นคั่ง พลังอำนาจและสถาบันความเชื่อของประเทศ ภายใต้ความอธิบายนี้ นโยบายต่างประเทศไม่ได้เป็นจักรกลเพื่อขยายอุดมการณ์หรือภารกิจทางสากล มันคือ เครื่องมือการจัดรูปสภาพแวดล้อมภายนอกนำไปสู่การจัดการภายใน

จีน สหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก

ถ้ายุทธศาสตร์ China First เริ่มต้นที่บ้านและอยู่ใกล้ต่างประเทศ ย่อมเผชิญแน่นอนต่อการทดสอบความสัมพันธ์จีนกับสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก นักสังเกตการณ์นานาชาติมีสมมุติฐานยืนกรานว่า เป็นการมองเน้นภายใน (inward looking) หรือปั่นป่วนสหรัฐโดยเฉพาะช่วงประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางเยือนจีน จีนได้เปรียบกว่า

อย่างไรก็ตาม จีนเห็นอะไรแตกต่างออกไป

ความไม่ลงรอยของจีนกับสหรัฐ จีนทะยานขึ้นและได้ฝังแน่นในระบบระหว่างประเทศที่สหรัฐเป็นผู้สร้างและให้การสนับสนุน การเข้าถึงตลาดโลก การยอมรับจากสถาบันนานาชาติ และการบูรณาการระบบนิเวศทางเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาของจีน เป็นการค้นคว้าประดิษฐ์กรรมของจีน ดังนั้น ไม่ใช่ชันขึ้น ไม่พันกันยุ่งกับอำนาจสหรัฐ เป็นการขยายความสามารถของจีนเอง หากปราศจากการท้าทายมากๆ ประสบการณ์การแข่งขันขยายตัวจากยุคของทรัมป์จนถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพิ่มแรงมากขึ้น

ความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้กระตุ้นความร่วมมือมากกว่าการตอบโต้ต่อชาติตะวันตก

อะไรคือ อเมริกันทำที่จีนชอบจริงๆ

หลายปีมานี้ จึงดูเหมือนว่าจีนมีเสถียรภาพโดยเปรียบเทียบ ส่วนสหรัฐถดถอยและมีการท้าทายอำนาจมากพอ

ความทะเยอทะยานของจีนคมชัด การคาดการณ์เพียงพอ มีแผนรอบคอบ

จีนมีทั้งอำนาจและอิทธิพล

เพราะเปราะบางกว่า แบ่งแยกอย่างตั้งใจ สหรัฐผูกพันน้อยกับพันธมิตรและมีความไม่แน่นอนมากกว่า นโยบายต่างประเทศของจีนไม่จำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของจีน

สหรัฐจะปรากฏความอ่อนแอ ในที่ที่ยอมรับ คาดการณ์น้อยและมีแนวโน้มความผิดพลาดทางการทหาร

สำหรับผู้กำหนดนโยบายจีน จัดการผู้แข่งขันในทั้งด้านยุทธศาสตร์และความไร้เสถียรภาพทางการเมือง อาจพิสูจน์ยากกว่าจัดการหน้าที่ที่สอดคล้องกับการเป็น ปรปักษ์กับประเทศนั้นๆ

ชายขอบของจีน

ถ้ายุทธศาสตร์ China First เริ่มต้นด้วยทำให้ฐานภายในประเทศมั่นคง มันแสดงชัดเจนมากคือ จัดอันดับชายขอบทันที

นโยบายต่างประเทศจีนในเอเชียผสมผสานการบูรณาการทางเศรษฐกิจกับการข่มขู่ ใช้สัดส่วนต่างๆ ทั้งกับประเทศและบริบท สี จิ้นผิง ทำการเยือนมากกว่า 20 ประเทศในเอเชีย มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ตัวชี้วัดนี้บอกความสำคัญของปักกิ่ง

อะไรที่เรียกว่า การทูตชายขอบ (Periphery Diplomacy) ที่แน่ๆ ไม่เหมือนสหรัฐ บทบาทโลกของประเทศสหรัฐวาดมันเข้าสู่วิกฤตห่างไกลจากชายฝั่งทะเลของตน

เส้นทางจีนสู่อิทธิพลผ่านครั้งแรกที่ประเทศเพื่อนบ้านตามภูมิศาสตร์ให้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ชายขอบที่มั่นคงให้ความลึกทางยุทธศาสตร์ ในขณะที่ความเป็นศัตรูก่ออันตรายจากการปิดล้อม อีกทั้งไม่ใช่ความปรารถนาเป็นผู้นำของโลก แต่ขยายอิทธิพลแน่นอน อิทธิพลใกล้บ้าน

ที่เห็นมากที่สุด ท่าทีจีนในทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน 2 จุดร้อนทางอธิปไตยและผลประโยชน์ด้านความมั่นคง ที่แสดงโดยประเทศต่างๆ ได้แก่ ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์

ทั้ง 2 กรณีจีนแสดงความสามารถทางทหารเติบโตขึ้นด้วยความสามารถ แสวงหาการย้ายดุลแห่งอำนาจผ่านแรงกดดันจีนต่อเนื่องและการปรากฏตัวของจีน

ในขณะที่เลือกการขยายตัวอย่างระมัดระวังระหว่างภาพที่ซับซ้อนมากกว่าลัทธิขยายตัวอย่างง่ายๆ การปรากฏตัวของสหรัฐในเอเชียลดลง บ่อยครั้งคาดว่าเป็นประโยชน์ต่อจีน ในทางปฏิบัติมันอาจสร้างความไม่แน่นอนใหม่ (new uncertainty) จีนกังวลเพิ่มขึ้น ขยายเพื่อนบ้านทันทีทั้งญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ ปราศจากร่มความมั่นคงอเมริกัน ทั้ง 2 ประเทศสามารถรู้สึกบีบบังคับ โดยขยายและพัฒนาการขัดขวางทางการทหารต่อจีน การวัดเห็นได้จากการป้องกันของโตเกียวและมะนิลาถูกตีความ ไม่แปรผันกับปักกิ่งคือ ป้องกัน แข่งขันมากกว่าลดวงจรของความสงสัย

จีนไม่แสวงหารูปแบบเดิมคือ การครองความเป็นเจ้า (Hegemony) ก่อนสามารถจัดรูปใหม่ ระเบียบโลกปักกิ่งต้องแน่ใจว่ามันเพื่อเพื่อนบ้านทันที ไม่ใช่เป็นที่มาของความไร้ระเบียบ

อย่างไรก็ตาม อยู่ที่การลงโทษขั้นประหารหรือไม่

หากปักกิ่งกดดันมากๆ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง กระตุ้นปฏิกิริยา การจัดการความตึงเครียดจะยังคงการทดสอบ การทูตชายขอบ ของจีน

การทูตชายขอบกระทบเพื่อนบ้านโดยตรง นี่คือ อีกมิติของยุทธศาสตร์ China First



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน