หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
โครงการ เราแจกปลาไม่แจกเบ็ด
ภาพที่เห็นไม่กี่วันก่อนก็คือ คนจำนวนมากมาต่อคิว เพื่อรับการจัดระบบ รับเงินผ่านแอพพลิเคชั่น โครงการล่าสุดที่เป็นของรัฐบาลชุดนี้ก็คือโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการ 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% รัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน หรือไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (รวมสูงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ) ตั้งแต่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569
ส่วนโครงการแจกปลาเดิม คือบัตรคนจน การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีการปรับปรุงใหม่ คนที่เคยได้สิทธิ์บางคนอาจจะไม่ได้สิทธิ์อีกแล้ว จึงมีผู้คัดค้านหลายข้อ
ในสมัยลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โครงการแจกปลาแบบนี้มีหลายโครงการ แต่ คนละครึ่ง ฮิตที่สุด เราไม่ทิ้งกัน, เราเที่ยวด้วยกัน, ช้อปดีมีคืน, เราชนะ, เรารักกัน รวมแจกไปหลายแสนล้าน
เชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้คงจะทำตามอีกหลายโครงการ
จะเป็นการแจกปลาครึ่งตัวหรือแจกแต่หางปลาก็ตาม ตอนนี้คนกำลังจนให้อะไรมาก็เอาทั้งนั้น
ประเทศไทย
อยู่ในกลุ่มประเทศ
ที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุด
ศูนย์วิจัยความเหลื่อมลํ้าโลก (World Inequality Lab) รายงานความเหลื่อมลํ้าโลก 2026 ชี้ให้เห็นว่าโลกยังคงเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น จากรายงานฉบับก่อนมาก และ “ความเหลื่อมลํ้าในปัจจุบันไม่ได้จํากัดอยู่แค่รายได้หรือความมั่งคั่ง แต่แทรกซึมอยู่ในทุกด้านของชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม”
ผู้มีรายได้สูงที่สุด 10% แรกของประชากรโลกมีรายได้รวมกันมากกว่าประชากรที่เหลืออีก 90% ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่ประชากรครึ่งล่างของโลกได้รับส่วนแบ่งรายได้รวมกันไม่ถึง 10% ของรายได้โลกทั้งหมด
สำหรับประเทศไทย อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุด และมีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย
ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งแม้มีรายได้ต่อหัวต่ำกว่าไทย แต่กลับมีความเหลื่อมล้ำต่ำกว่า
ขณะที่มาเลเซีย มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าไทย กลับมีโครงสร้างการกระจายรายได้ที่สมดุลกว่า
หนี้ครัวเรือนไทย
ปี 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 22% จากปีก่อน
มูลหนี้รวมในระบบสูงถึงกว่า 16.44 ล้านล้านบาท โดยหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนขยับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 740,596 บาทต่อครัวเรือน (เพิ่มขึ้นกว่า 22%) ซึ่งสะท้อนถึงค่าครองชีพที่สูงและรายได้ที่ฟื้นตัวช้า
ปี 2569 หนี้ครัวเรือนพุ่งแตะระดับ 86.8% ต่อจีดีพี ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ รายได้ไม่เพียงพอ ค่าครองชีพสูง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะที่สินเชื่อในระบบยังหดตัวต่อเนื่อง
ทำให้ครัวเรือนจำนวนมากหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ กว่า 95% ของครัวเรือนไทยมีหนี้ โดยแบ่งเป็น
หนี้ในระบบ 65% (ผ่อนชำระเฉลี่ย 20,330 บาทต่อดือน)
หนี้นอกระบบ 35% (ผ่อนชำระเฉลี่ย 8,023 บาทต่อเดือน)
สัดส่วนหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นชัดเจนจากปีก่อน (30.1%)
สะท้อนถึงปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อในระบบที่ตึงตัว
สถาบันการเงินปล่อยกู้น้อยลงต่อเนื่องหลายไตรมาส
ภาระหนี้ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อบัตรเครดิต (46.8%) ตามด้วยหนี้ที่อยู่อาศัย (40%) และสินเชื่อยานพาหนะ (37.1%) ตามลำดับ โฆษณาเงินกู้มีมากมาย ผลคือ กู้ง่าย แต่จ่ายไม่ไหว ทำให้หนี้เสีย (NPLs) ปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณหนี้เสียในระบบธนาคารสูงเกินกว่า 5 แสนล้านบาท และกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) เริ่มก่อหนี้เร็วขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย
อยากรู้ว่าท่านเป็นคนจนหรือไม่?
ต้องลองไปลงทะเบียน
รับสิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
1. ผู้ที่มีสิทธิ์ต้องมีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
ภิกษุ ผู้ต้องขัง นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการประจำและการเมือง
พนักงาน ลูกจ้างของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี (เดือนละ 8,000 บาท)
ผู้รับบำนาญจากภาครัฐ ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
3. มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4. ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท
ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
5. เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยหลังเล็ก ถ้าเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น แต่มีรถจักรยานยนต์คันเล็ก และรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
ถ้าจะพิจารณาว่าใครเป็นคนจนตามมาตรฐานใหม่ ปี 2569 คิดว่าคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนน่าจะเป็นผู้ยากไร้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงหนี้สินว่าถ้ามีหนี้สินถึง 100,000 บาทไม่ถือว่าจน เกษตรกรจำนวนมากที่ติดหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือติดหนี้ค่าปุ๋ยค่ายา ก็จะไม่เป็นคนจน
ส่วนผู้ยากไร้นั้นทุกวันนี้ก็ไม่มีเครดิตอะไร จึงไม่สามารถไปเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือไปกู้เงินมาทำการเกษตร หรือลงทุนได้ ถ้ามองภาพตามที่เห็นในหมู่บ้านต่างๆ อาจจะมีอยู่จำนวนหนึ่งที่อยู่ในบ้านเก่าที่ทรุดโทรม ถ้าเป็นคนชราก็จะมีรายได้เพียงเบี้ยคนชรา 600-700 บาท
ต้องแจกเบ็ด ซ่อมเรือ ให้คนหาปลา
ทุกวันนี้ทุกรัฐบาลมีนโยบายที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้วยการแจกปลาไม่แจกเบ็ด ทำให้พวกเขาอยู่แบบแค่รอดตายไปวันๆ
ในขณะเดียวกัน กำลังการผลิต กำลังการหาอาหารมาเลี้ยงดูทั้งสังคม ก็ยังอยู่ที่กลุ่มคนชั้นกลางและชั้นล่าง กลุ
