ปีใหม่ 2569 อยากได้ รธน.ฉบับใหม่รัฐบาลและสภาใหม่ที่ทำเพื่อประชาชน
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
ปีใหม่ 2569อยากได้ รธน.ฉบับใหม่
รัฐบาลและสภาใหม่ที่ทำเพื่อประชาชน
แม้ในความจริงอาจไม่เป็นดังที่หวังในเร็ววัน
แต่เมื่อศึกษาประวัติศาสตร์จะรู้ว่า ทุกอย่างมีโอกาสเป็นจริง
แต่ต้องใช้เวลา ที่สำคัญอยู่ที่ความฉลาด
และกล้าต่อสู้ของประชาชน
1.ในระยะยาว การเมืองต้องพัฒนาก้าวหน้าต่อไป
การพัฒนาทางการเมืองและการพัฒนาทางสังคม ตลอดระยะเวลานับพันปีได้พัฒนาไปข้างหน้าไม่มีย้อนหลัง
อาจมีการหยุดชะงักบ้างในบางช่วงเวลา และในบางแห่งบางสถานที่อาจช้าหน่อย
แต่สุดท้ายก็ต้องพัฒนาไปข้างหน้า
ชีวิตของบุคคลอาจจะต้องเดินต่อไปอีกหลายสิบปี แต่ถ้ามองทั้งสังคมที่จะต้องเดินต่อไปไม่เพียงหลายร้อยปีแต่เป็นหลายพันปี
การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีผลต่อสังคมในระยะ 10-20 ปีอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย
ถ้ามองย้อนประวัติศาสตร์ไปจะพบว่าสังคมต้องการระยะเวลาในการพัฒนาบางครั้งแม้ผ่านไปหลายสิบปี จึงพบว่าผิดพลาด ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นใหม่
การปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นฝรั่งเศสแบบปัจจุบันในสิบปีแต่ใช้เวลาเป็นร้อยปี
การปฏิวัติรัสเซียที่เกิดขึ้นในปี 1917 และก็มีการสร้างจักรวรรดิสหภาพโซเวียตรัสเซียขึ้นและสุดท้ายก็แตกสลายลงในปี 1991 เป็นเวลา 80 กว่าปีที่ยังไม่มีใครสรุปผลว่า ส่วนใดดีขึ้นและส่วนใดแย่ลง
หลังจากนั้น ผ่านไปอีก 30 ปี รัสเซียยังต้องต่อสู้ระหว่างฝ่ายที่อยากฟื้นความเป็นมหาอำนาจกับฝ่ายที่อยากเป็นแบบยุโรปเสรี
2.ประเทศไทยก็ต้องใช้เวลาเปลี่ยนนานกว่าร้อยปี
สำหรับประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ 2475 อีก 6 ปีข้างหน้าก็จะครบ 100 ปี ความซับซ้อนของปัญหาประเทศเราเป็นปัญหาภายในและโครงสร้างสังคมซึ่งเป็น ระบบอุปถัมภ์ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ค่อยๆ สร้างระบอบอำมาตยาธิปไตย ให้เข้ามาปกครองประเทศ สลับกับการที่มีโอกาสทางประชาธิปไตยบางช่วงเวลา คนในประเทศนี้จึงได้เรียนรู้เรื่องการมีประชาธิปไตยแบบผสมที่มีทั้งการเลือกตั้ง มีการรัฐประหาร ทั้งทหารและพลเรือนสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้
เกือบร้อยปีที่ผ่านมา คนหลายรุ่นก็ได้เรียนรู้ว่าการเมืองและสังคมในบ้านเรามีทั้งใต้น้ำและเหนือน้ำ
สภาพทางการเมืองหลังปีใหม่ 2569 ยังคงเป็นเหนือน้ำและใต้น้ำ บางทีเกมใต้น้ำอาจเป็นหลัก
ในเขตที่น้ำตื้นๆ ก็มองลงไปเห็นชัดว่าใต้น้ำเขาทำอะไรกันอยู่
ในเขตที่น้ำลึกมากอาจมองไม่รู้ว่าเขา ทำมาหากินอะไรกัน ที่เหนือน้ำบางส่วนก็มีชีวิตหรูหราสูงส่งคล้ายนกที่บินโฉบไปมา
แต่การสื่อสารสมัยใหม่ก็จะนำความลับต่างๆ ออกมาเปิดเผย
3.คนจะสนใจการเมืองมากขึ้น และพรรคการเมืองต้องเป็นแกนในการต่อสู้
ในโลกยุคใหม่จะบีบรัดให้คนทุกกลุ่มไม่ว่าอยู่เหนือน้ำใต้น้ำต้องปรากฏตัวมาต่อสู้กันในโลกของการเมืองเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของกลุ่มตนเอง
ประชาธิปไตยและเสรีภาพของผู้คนเติบโตมากขึ้นและความสนใจการเมืองจะแผ่กระจายไปทั่ว การเมืองและอำนาจกลายเป็นสิ่งที่คนธรรมดาสามารถแตะต้องได้
คนทุกกลุ่มทุกชนชั้นมีโอกาสเข้าร่วมทางการเมืองมากน้อยแล้วแต่ความสนใจตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ
พรรคการเมืองยังคงเป็นแกนที่สำคัญของการต่อสู้แข่งขันเพื่อมีอำนาจในประเทศ ในระบอบประชาธิปไตยต้องการพรรคการเมืองที่หลากหลาย ซึ่งจะเป็นตัวแทนของคนและความคิดที่แตกต่างในการมีส่วนร่วม เพื่อปกครองและจัดสรรผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศ ที่จะแก่งแย่งกันมากขึ้น
การจัดตั้งองค์กรพรรคการเมืองจึงเป็นสิ่งจำเป็นของระบบการเมืองที่คนมีความคิดเห็นต่างกัน ทำให้มีพรรคการเมืองของคนส่วนใหญ่และพรรคการเมืองของคนจำนวนน้อยหลายพรรคก็ได้ แต่ก็ต้องเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
มีแต่พวกเผด็จการที่ต้องการรวบอำนาจจึงไม่อยากให้มีการจัดตั้งพรรคการเมือง ถ้ามีก็ต้องการให้อ่อนแอที่สุด
ตามประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย ฝ่ายที่ต้องการประชาธิปไตยก็พยายามตั้งพรรคการเมือง แต่ฝ่ายที่ต้องการรวบอำนาจหรือใช้ระบบการปกครองแบบเผด็จการก็ต้องการทำลายพรรคการเมือง
4.การโกงคือตัวทำลายพรรค และบุคคล
การพยายามทำลายพรรคการเมืองเป็นกระบวนการที่มีมานาน สังเกตได้จากการรัฐประหารทุกครั้ง ทันทีที่สิ้นสุดประกาศยึดอำนาจ คำประกาศที่ตามมาคือการยุบพรรคการเมืองและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
เพราะการโกงอยู่คู่กับการมีอำนาจ ถ้าไม่จัดระบบควบคุมตรวจสอบให้เข้มแข็งก็จะยิ่งมีมาก เราต้องเข้าใจโดยธรรมชาติว่ามีอำนาจมากโกงมากมีอำนาจน้อยโกงได้น้อย
ฝ่ายที่ต้องการทำลายพรรคการเมืองจึงใช้ปรากฏการณ์นี้ โฆษณาผ่านข้อหาการโกงการคอร์รัปชั่น ให้เป็นอาวุธร้ายแรงที่ใช้โจมตีพรรคการเมืองและนักการเมือง
แต่ถ้าหากพิจารณาดูให้ดีแล้วจะพบว่า มีการโกงทุกวงการตั้งแต่นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ไม่เว้นแม้แต่บุคคลที่น่านับถือ เช่น ครู หมอ พระ หรือคนในวงการยุติธรรม
ถ้าย้อนกลับมาดูผู้คนในสังคมเริ่มตั้งแต่คนชั้นกลางจนถึงเศรษฐี คำขวัญ “โตไปไม่โกง” ไม่สามารถใช้ได้ในบ้านเรา ฟังแล้วก็อายแทน เพราะตั้งแต่เด็กก็ต้องใช้เส้นสายยัดเงินฝากลูกเข้าโรงเรียนตั้งแต่ ป.1 จนถึง ม.4 สอบเป็นข้าราชการก็โกงกันทุกรูปแบบตั้งแต่ครู นายอำเภอ ตำรวจ ฯลฯ
พอมาเป็นข้าราชการโกงกันตั้งแต่ชั้นผู้น้อยยันปลัดกระทรวง
เป็นนักการเมืองก็โกงตั้งแต่หาเสียงจนมีตำแหน่งใหญ่โต
การโกงที่ปรากฏอยู่ในสังคมทุกวันนี้พบเห็นกันจนชิน ด่าคนอื่นจนลืมไปว่าตัวเองก็ทำ
5.ที่น่ากลัวคือการคดโกงฉ้อฉล จะถูกพัฒนาเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ได้
การอ้างการปราบโกงจนสามารถร่างรัฐธรรมนูญมาใช้โกงคนอื่นนับตั้งแต่ปี 2557 เมื่อผ่านไป 10 ปีการคดโกงและเครือข่ายต่างๆ ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า
การต่อสู้ทางการเมืองในปัจจุบัน ต่างฝ่ายต่างก็อ้างการต่อต้านโกงเป็นอาวุธไปทำลายฝ่ายตรงข้าม เช่น พรรคการเมืองต่างก็กล่าวหากัน พอมีการโกงหรือมีปัญหาก็เสนอให้ยุบพรรคการเมือง
แต่พอพบการโกงในข้าราชการและส่วนราชการเราไม่กล้าที่จะยุบหน่วยงานราชการนั้น
ที่ผ่านมาเราไม่เคยเสนอให้ยุบตำรวจ ยุบทหาร ยุบ สตง. เพราะเรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นการกระทำของบุคคล องค์การตำรวจ ทหาร ข้าราชการเป็นกลไกที่จำเป็นในระบอบการปกครองและสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ เมื่อมีปัญหาส่วนไหนก็ขจัดส่วนนั้นทิ้ง
พรรคการเมือง ศาล องค์กรอิสระก็มีบุคคลที่ดีและไม่ดีปนกันอยู่ ซึ่งจะต้องกล่าวหา ดำเนินการแก้ไขให้ถูกหลัก
การมุ่งจ้องทำลายพรรคการเมืองด้วยข้อหาต่างๆ จึงเป็นเพียงแผนการที่จะทำลายองค์กรหลักทางการเมืองของประชาชนให้อ่อนแอที่สุด
ปัจจุบันมีการใช้การต่อต้านการโกง ไปดัดแปลงเป็นกับดักทางกฎหมาย เพื่อทำลายคู่แข่ง และช่วยเหลือพวกพ้องตัวเอง
กรณีที่เกิดขึ้นในคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งคดีถูกยืดเยื้อมานานนับปีแต่ผลที่เห็นชัดเจนวันนี้ก็คือคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมดำเนินคดีเพื่อหาผู้กระทำผิดกลับถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีเสียเอง
ในขณะผู้ที่ถูกกล่าวหากลับลอยนวลกินเงินเดือนเป็นแสนและใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลที่มีอำนาจระดับประเทศ
ถ้าไม่แก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมปล่อยให้เล่นกันอย่างนี้ กับดักอันนี้จะทำลายกระบวนการตรวจสอบทางประชาธิปไตย จนไม่มีคนยอมรับ
6.นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเลือก ส.ส. และลงประชามติทำร่าง รธน. ฉบับใหม่ พร้อมกัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ วัดความรอบรู้และวัดใจประชาชนทั้งประเทศ
คนที่เข้าใจการเมืองจะรู้ว่าการลงประชามติสำคัญมาก ส่วนการเลือก ส.ส. ก็ต้องวัดใจกับพรานเบ็ด
แม้เครือข่ายสีดำ สีเทาจะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกประชาชนต่อต้าน แต่สิ่งที่พวกเขาทำ ได้รับความร่วมมือจากพวกที่ได้ส่วนแบ่งจากผลประโยชน์
ดังนั้น เมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้ง เงินสีเทาสีดำไหลเข้ามาในระบบการเลือกตั้ง
การแจกเงินซื้อเสียงโหวตของประชาชนก็จะยังเกิดขึ้นเหมือนเดิมเพียงแต่ครั้งนี้มีผู้กล่าวว่าราคาจะสูงขึ้นอย่างน้อย 1,000 บาท และหลายเขตต้องไม่น้อยกว่า 2,000 บาท
กลุ่มคนที่ต่อต้านการซื้อเสียง พยายามจะบอกว่า …กินแต่เหยื่ออย่ากินเบ็ด… แต่ไม่รู้ว่า ปลาชาชน จะมีชั้นเชิงดีแค่ไหน ห้ามรับเงิน คงทำไม่ได้ แต่คงจะรู้ว่า เลือกพรรคไหนประเทศจะดีหรือเจ๊ง
