ผ่าน 20 ปี แลกชีวิต อิสรภาพ และน้ำตา 8 กุมภา…มาตัดสินอีกครั้ง
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
แลกด้วยเลือด อิสรภาพ และน้ำตา
กว่าจะถึงเลือกตั้งครั้งนี้ตลอด 20 ปี (2549-2569) สังคมอยู่ใต้เงารัฐประหารและตุลาการภิวัฒน์
เป็นการต่อสู้ของคนที่ต้องการอยู่ในระบอบเสรีประชาธิปไตย กับคนที่อยากปกป้องความเป็นอภิสิทธิ์ชน ภายใต้ระบอบอำมาตยาธิปไตย
การต่อสู้ยาวนาน จนคนสองรุ่น
บางทีก็ลืมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีผลกระทบต่อใครบ้าง
และเราควรมีส่วนร่วมอย่างไร?
1) รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ
เมื่อนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการเลือกตั้งแต่ปี 2544 สร้างผลงาน พาประเทศฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้สำเร็จใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ และเริ่มมีสวัสดิการให้ประชาชนโดยโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
แต่ความโง่เขลาและความริษยาของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจและอาวุธ ได้สร้างสถานการณ์และทำการรัฐประหารยึดอำนาจโดย คมช. เมื่อ 19 กันยายน 2549
กำจัดนายกฯ ทักษิณ โดยใช้กฎหมายบีบให้ออกนอกประเทศ และตัดกำลัง คือการใช้ คตส.อายัดทรัพย์ 76,000 ล้าน
พวกนั้นคิดตามหลักการทหารว่า กองทัพที่ไม่มีอาวุธและคลังเสบียงต้องพ่ายแพ้แน่นอน
ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิ์กรรมการพรรค 111 ไม่ให้ลงเลือกตั้ง โดยหวังว่าพรรค ปชป.จะชนะเลือกตั้ง
แต่กลายเป็นพลังประชาชน (เปลี่ยนชื่อมาจากไทยรักไทย) ชนะเลือกตั้งทั้งที่อยู่ใต้เงาคณะรัฐประหาร
2) ตุลาการภิวัฒน์ ล้มรัฐบาลสมัคร
และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ..ตั้งรัฐบาลใหม่
กลุ่มพันธมิตรฯ จัดชุมนุมใหญ่ ยึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551
ศาลรัฐธรรมนูญปลดนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ในข้อหาไปรับจ้างสอนทำกับข้าวออกทีวี
พลังประชาชนไม่ยอมแพ้ ตั้งนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นมาแทน กลุ่มพันธมิตรจึงเล่นเกมแรง โดยยึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ…ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน
สุดท้ายต้องใช้ตุลาการภิวัฒน์ยึดอำนาจวันที่ 2 ธันวาคม โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคมัชฌิมาธิปไตย
แกนนำพรรคที่ถูกยุบ บางส่วนย้ายขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ได้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ
3) กำเนิดคนเสื้อแดงและการล้อมปราบ เมษา-พฤษภา 2553
นักการเมืองและประชาชนที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนไม่ยอม จึงรวมตัวมาชุมนุมในปี 2552 ซึ่งก็ไม่ได้ผลอะไร
ในปี 2553 มีรวมตัวกันเรียกร้องให้ยุบสภาอีกครั้ง แต่ก็ถูกล้อมปราบกลางกรุง มีผู้เสียชีวิต 99 คนบาดเจ็บประมาณ 2,000 คน
ถูกตั้งข้อกล่าวหาจับกุมคุมขังไปเป็นจำนวนมาก
4) ยุบสภาและการเลือกตั้งปี 2554 จบที่รัฐประหาร 2557
พลังประชาชนเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย
แม้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเพิ่มอีก แต่ประชาชนชนะ ได้ ส.ส. 265 คนจาก 500 คน
ได้นายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งฝ่าด่านน้ำท่วม
และการต่อต้านของสารพัดกลุ่ม แต่สถานการณ์ก็ย้อนกลับไปยังจุดเดิม คือมีม็อบ กปปส.มากดดันให้รัฐบาลลาออก ปลายปี 2556-2557
แม้มีการยุบสภาก็ไม่สามารถเลือกตั้งได้ มีการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ศาลรัฐธรรมนูญปลดนายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่รักษาการอยู่ แต่เพื่อไทยตั้งคนแทนทันที ฝ่ายตรงข้ามก็ยังตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ได้
สุดท้ายต้องรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดย คสช.
5) การปกครองภายใต้รัฐบาล คสช.
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ แบบขอเวลาอีกไม่นาน (5 ปี) และการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 มี ส.ว.แต่งตั้งเองที่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้
การชิงอำนาจบนรัฐธรรมนูญใหม่ 2560 เลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมปี 2562 ใครชนะมากไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ใครจะได้เป็นนายกฯ ต้องถาม ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน
พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี
6) พรรคอนาคตใหม่ เกิดปุ๊บ ยุบปั๊บ
พรรคอนาคตใหม่ประกาศแนวทางการเมือง นโยบายที่จะเป็นการปฎิรูปประเทศครั้งใหญ่ โดยผ่านระบบรัฐสภา แต่พวกเขายังรู้จักนายทุนขุนศึกศักดินาน้อยไป
เมื่อเห็นคนหนุ่มคนสาว อายุ 18-38 ปีแห่ไปเลือกหลายล้านคน การกำจัดอนาคตใหม่จึงเกิดอย่างเร็ว
20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” พ้นสมาชิกสภา จากกรณีถือหุ้นสื่อ
21 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี กรณีพรรคกู้เงินธนาธร
พรรคอนาคตใหม่แปลงกายเป็นก้าวไกลก็ถูกยุบอีก
ก้าวไกลเสนอแก้ ม.112 เป็นนโยบายการเมือง ในการเลือกตั้ง 2566
22 พฤษภาคม 2566 หลังชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนน 14 ล้าน ก้าวไกลถูกยื่นคำร้องต่อ กกต.
7) การต่อสู้ทางการเมืองของเยาวชนแลกด้วยอิสรภาพ
การต่อสู้จากในรั้วมหาวิทยาลัยได้ขยายออกไปภายนอก สู้กับอำนาจนอกระบบ
คนหนุ่มสาวจึงถูกจับกุมดำเนินคดีมากยิ่งกว่ายุคใด (2562-2565)
หลายคนติดคุก บางคนต้องลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศ
คำถามของเยาวชนคือ…เราถอยหลังมาถึงจุดที่เป็นหนี้มากที่สุด และไร้อนาคตได้อย่างไร?
จากที่เคยมีกินมีใช้สบายตอนนี้มาถึงตอนที่ลำบาก ตกงาน
8) แบ่งแยกแล้วปกครอง
หลังเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.มากที่สุดเมื่อรวมกับพรรคเพื่อไทย ได้เกือบ 300 เสียง
ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ทำให้พรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่ได้
แล้วนำพรรคเพื่อไทยข้ามขั้วมาร่วมรัฐบาลกับฝ่ายอนุรักษนิยม แผนฉีกแนวร่วม 2 พรรคจึงทำได้สำเร็จ ตามหลักแบ่งแยกแล้วปกครอง
พรรคเพื่อไทยเมื่อทำการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ก็มีผู้วิจารณ์ไว้ว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องจ่ายค่าตอบแทนในการตัดสินใจครั้งนี้
และสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กันก็คือการกลับไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ ในวันที่มีการเลือกนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน
นักวิจารณ์ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นข้อตกลงซึ่งนายกฯ ทักษิณอาจจะต้องกลายเป็นตัวประกัน
9) ตุลาการภิวัฒน์ชุดใหญ่
7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล
เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี
14 สิงหาคม 2567 ศาลก็สั่งถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรง
29 สิงหาคม 2568 ปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กรณีคลิปเสียงฮุน เซน ในขณะที่อนุทิน ชาญวีรกูล ไปตกลงกับพรรคประชาชนทำ MOA กันเรียบร้อยแล้ว
เพื่อไทยไม่สามารถยุบสภาได้
5 กันยายน การโหวตเสียงเลือกนายกฯ คนใหม่ นายอนุทินชนะได้ 311 เสียง ซึ่งเป็นเสียงของพรรคประชาชนที่มาโหวตตามสัญญา MOA 143 เสียง พรรคเพื่อไทยแพ้ได้เพียง 152 เสียง พรรคประชาชนก็จะได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจนี้เช่นกัน
8 กันยายน นายกฯ ทักษิณถูกตัดสินให้กลับไปรับโทษจำคุก
10) การเลือกตั้ง ส.ส.และลงประชามติ
คือการคืนอำนาจบางส่วนให้ประชาชน
คืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 การประชุมหาวิธีแก้รัฐธรรมนูญ มาถึงวาระ 2 ส.ว.ไม่ยอม นายกฯ อนุทินยุบสภา ไม่ทำตาม MOA
สมาชิกสภาต้องขอทำประชามติยืดชีวิตการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ถ้าคนส่วนใหญ่ กา [ x ] เห็นชอบ ก็พยายามแก้กันต่อไป แต่ถ้าส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ก็อยู่กันไปใต้ฟ้าสีเทาอย่างนี้แหละ
20 ปีที่ผ่านมา คนที่สู้เสียชีวิตเป็นร้อย บาดเจ็บเป็นพัน ติดคุกเป็นร้อย บางส่วนต้องหนีลี้ภัย
สถานการณ์วันนี้ สีแดง เหลือง ฟ้า ส้ม อาจยังไม่มีใครชนะสีเทา
แต่การเลือกตั้งและการลงประชามติครั้งนี้ ก็จะบอกว่าประชาชนคิดอย่างไร และต้องการเดินไปข้างหน้า หรือย้อนกลับทางเก่า
