เมนูข้อมูล(ลับ) | สุชาติ ศรีสุวรรณ
2 เรื่องที่ผู้สนใจความเป็นไปของบ้านเมืองติดตามใกล้ชิดคือ “ผลการเลือกตั้งที่แน่นอน” และ “ความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล”
มีข่าวฟุ้งไปทุกประเด็น สารพัดความเคลื่อนไหว และข้อสรุป
แต่สังเกตไหม “ทุกเรื่องเป็นข่าวที่ไม่มีคนยืนยัน”
“แหล่งข่าวกล่าวว่า” เป็นที่มาของแทบทุกข่าว วิเคราะห์กันเป็นตุเป็นตะด้วยข้อมูลที่เลื่อนลอยเหล่านั้น บางข่าวมีผู้เกี่ยวข้องออกปฏิเสธ เป็นแค่ “ข่าวปล่อย” ที่มีผู้หวังผลทางการเมือง
ประเทศถูกขับเคลื่อนด้วย “ความเพ้อเจ้อ” ด้วยข้อมูล “โยนหินถามทาง” หรือ “สร้างประเด็นชี้นำความคิดผู้คนในสังคม”
การบริหารอำนาจรัฐที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ควรมีหัวใจที่ “ความโปร่งใส” ชัดเจน หยัดยืนอยู่ในข้อมูลที่มั่นคงในสัจจะที่เชื่อถือได้
แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับปล่อยให้ร่วมกันก่อ “สภาวะทำลายศรัทธา” ด้วยข้อมูลที่ถูกปล่อยออกมาด้วยความขี้ขลาด เอาแต่เปิดช่องให้มีทางหลีกเลี่ยงที่จะยืนยันความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสกปรก โสมม พากันทรยศต่อสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาคม
สร้างความโกลาหลให้เกิดขึ้นกับการรับรู้ที่ประชาชนต้องคว้างอยู่กับความไม่แน่นอน เชื่ออะไร และใครไม่ได้
ซึ่งเท่ากับเป็นการร่วมกันทำลายศรัทธาในทุกกลไกของระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่นักการเมือง พรรคการเมือง องค์กรที่เกี่ยวข้อง จนถึงสื่อมวลชนที่มักง่ายกับการรับใช้ หรือร่วมสร้างกระแสข่าวปล่อย โดยคิดแค่ให้เป็นภาระของประชาชนที่ต้องใคร่ครวญ ไตร่ตรอง กลั่นกรองด้วยสติปัญญาเอาเอง
ทั้งที่โดยหลักและการปฏิบัติที่ควรยึดถือ โดยมีประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับความเป็นจริงอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยากเย็น
“คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)” แค่ตั้งโต๊ะแถลงอย่างเป็นทางการทุกวัน ถึงผลการดำเนินการการเลือกตั้งว่าจัดการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว มีอุปสรรคอะไร จะหาทางออกแบบไหน มีคำชี้แจงในแต่ละเรื่องที่เกิดความสงสัยอย่างไร คาดหมายว่าจะสรุปผลเพื่อดำเนินการทางการเมืองในขั้นตอนต่อไปได้เมื่อไร
“พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล” มีวาระที่ชัดเจนจะสื่อสารให้ชัดว่าหลักการการจัดตั้ง ครม.เป็นอย่างไร แถลงยืนยันข้อเท็จจริงถึงความคืบหน้า ว่าเจรจาตกลงกับพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลพรรคไหนไปแล้ว ด้วยข้อสรุปอย่างไร จะจัดการอย่างไรต่อไป
“หัวหน้าหรือผู้นำพรรคการเมือง” ทั้งพรรคแกนนำ และพรรคที่เข้าร่วม มีโฆษกที่ออกบอกเล่าถึงสิ่งที่ดำเนินการอยู่
สื่อมวลชนเมื่อได้รับข่าวสารใดมา ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการละเลยความรับผิดชอบของตัวเอง กระทั่งเป็นเครื่องมือให้ “ข่าวปล่อย” ทั้งโดยไม่รู้ตัว และรู้ตัว
หากทุกฝ่ายกลับมาทำหน้าที่ด้วยสำนึกรับผิดชอบว่า “ประชาชนต้องรับรู้อย่างถูกต้อง”
ร่วมกันสร้างขบวนการผลิตข่าวอย่าง “เป็นทางการ” ที่อย่างน้อยมีตัวมีตนของผู้ที่นำข้อมูลมาเปิดเผย
ความสับสน โกลาหลจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร ข่าวไปทางหนึ่ง การดำเนินการไปอีกทางหนึ่ง จนเกิดคำถามว่าจะร่วมกันเล่น “เกมหลอกลวงประชาชน” กันไปทำไม
หากทุกฝ่าย ยังมองไม่เห็นว่าการทำให้ระบบการสื่อสารมวลชนในระบบเน่าเฟะ เชื่อถือไม่ได้ องค์กรของรัฐเอาแต่หาทางปกปิดความเป็นจริง พรรคการเมือง นักการเมืองเต็มไปด้วยวาระซ่อนเร้นที่มีผลประโยชน์ของตัวเองอยู่เบื้องหลัง หรือกระทั่งสื่อมวลชนที่พร้อมจะโยนความรับผิดชอบในการกลั่นกรองข่าวไปประชาชนแต่ละคนจัดการกันเอง
จุดจบที่น่าเศร้าของประชาธิปไตยไทย คงเกิดขึ้นในอีกไม่นาน
ถึงวันนั้น ชีวิตประชาชนที่ส่วนใหญ่เมินเฉยต่อสิทธิ์ที่จะอยู่การปกครองที่มีความโปร่งใส จะถูกครอบงำด้วยอำนาจแบบใด และต้องมีชะตากรรมแบบไหน
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดา
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
