ปชน.เผชิญวิบากกรรม บทเรียนหลังแพ้เลือกตั้ง นักร้องยื่นยุบพรรค ส.ส.ส้มฟาดกันเอง
ในประเทศ
ปชน.เผชิญวิบากกรรมบทเรียนหลังแพ้เลือกตั้งนักร้องยื่นยุบพรรคส.ส.ส้มฟาดกันเอง
พรรคประชาชนเดินหน้าถอดบทเรียนความพ่ายแพ้ในสมรภูมิเลือกตั้ง 2569 หลังพลาดเป้าได้อันดับ 2 เป็นรองพรรคภูมิใจไทย ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวังเอาไว้
หัวหน้าเท้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยอมรับว่าพรรคประชาชนจะต้องทํางานเชิงรุกในพื้นที่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเตรียมจัดตั้งเครือข่ายอาสาส้มให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสู้กับการเมืองบ้านใหญ่และเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ เพราะผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนชนะทางความคิด แต่แพ้เรื่องการทำงานในพื้นที่
ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพรรคประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเดินหน้าคว้าชัยชนะในสนามการเลือกตั้งครั้งต่อไป
แต่ถึงกระนั้น หลังจากจบศึกเลือกตั้งพรรคส้มก็งานเข้ารัวๆ เจอวิบากกรรมรุมถาโถม เส้นทางข้างหน้าดูมืดมนและตีบตัน เพราะเกิดปัญหาทั้งภายใน-ภายนอก รวมถึงพฤติกรรมส่วนตัวของผู้สมัคร ส.ส.บางคน ที่ส่งผลกระทบด้านลบกับความเชื่อมั่นและคะแนนนิยมของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งจากกรณีผู้สมัคร ส.ส.เอี่ยวเว็บพนัน ทำธุรกิจสีเทา คดีฟอกเงินกับเครือข่ายยาเสพติด คุกคามทางเพศ และล่าสุดเป็นคดีมอมยา-ข่มขืนหญิงสาว ประเด็นนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง สะท้อนความล้มเหลวในการตรวจสอบประวัติและความเหมาะสมของผู้สมัคร
ศาลฎีกาพิพากษา นายธีรวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา โดยได้มีคำพิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และสั่งให้จำเลยจ่ายเงินชดเชยแก่โจทก์รวมจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับตั้งแต่วันละเมิด
นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกล เมื่อปี 2566 โพสต์ข้อความระบุว่า “ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมาโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน”
“ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้ว” นายภัทรพงษ์กล่าว
ขณะที่นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงขอโทษสังคม และผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยอมรับความผิดพลาดในการพิจารณาคัดสรรผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พรรคประชาชนต้องนำไปทบทวนกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เกิดปรากฏการณ์เดือดส้มฟาดกันเอง เมื่อคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) ที่นำโดย ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ออกแถลงการณ์ผิดหวังผู้บริหารพรรคประชาชน คัดกรองผู้สมัครผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โดยคณะทำงานฯ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา ดังนี้
1. จัดทำระบบรับเรื่องร้องเรียนของพรรคเกี่ยวกับการคุกคามและความรุนแรงทางเพศที่เป็นระบบ โปร่งใส เข้าถึงได้ง่าย และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร้องเรียน
2. ให้คณะทำงานฯ มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการในกระบวนการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัคร หรือมีสัดส่วนในคณะกรรมการวินัยของพรรค เพื่อร่วมกลั่นกรองและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต
และ 3. แก้ไขข้อบังคับพรรคฯ เพื่อรับรองสถานะ บทบาท และอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานฯ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ มีความชัดเจน มีกลไกการตรวจสอบที่เป็นอิสระ และมีผลในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม มีกระแสเห็นต่างนำไปสู่ภาวะเดือดกันต่อเนื่อง เมื่อ ส.ส.ส้มเปิดหน้าซัดกันหนัก โดยนายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ฟาดแรงถึงคณะทำงานฯ คสพป. โพสต์ท้าทายอยากเจอหน้าคณะทำงานฯ ชุดนี้ด้วยข้อความดุๆ “บ้าบอ คอแตก หิวแสง ทุเรศฉิบหาย”
“อยากเจอหน้าคณะฯ อะไรนี่หน่อย!!? คือบ้าบอ คอแตก หิวแสง คุณเข้าใจหลัก Presumption of Innocence คือหลักกฎหมายอาญาที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด หลักนี้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน”
“กฎหมายคุกคามทางเพศ ในฐานะผมที่ร่างมา ไม่ได้เอาไว้ใช้ตีตราผู้อื่น กรณีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่พรรคจะทราบคำวินิจฉัยหรือทำตัววินิจฉัยแทนศาลได้”
“พวกพูดฟังแล้วโมโห พรรคไม่เคยละเลยเรื่องคุกคามเรื่องอย่างที่พูดเลย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอให้คณะทำงานฯ หยุดชี้หน้ากล่าวโทษความผิดพลาดของกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค”
“ยืนยันว่าพรรคมีกลไกตรวจสอบและคัดกรองอย่างรอบด้านในประเด็นการคุกคามและความรุนแรงทางเพศมากที่สุด ทุเรศฉิบหาย พูดชุ่ยๆ” นายเอกราชระบุ
แต่ในเวลาต่อมาเจ้าตัวได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแล้ว และโพสต์ขอโทษที่ใช้คำรุนแรง
ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง โดยชี้ให้เห็นว่าทุกคนในพรรคมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน มีเสรีภาพในการแสดงออก อาจจะโพสต์บ่นกันบ้าง แต่ก็ไม่มีใครสั่งห้าม หรือสั่งให้ลบโพสต์
“เป็นการยืนยันอีกครั้งว่าพรรคประชาชนไม่มีระบบการเมืองเป็นมุ้ง ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นแล้วมีหัวหน้ามุ้งสั่ง ทุกคนก็จะเงียบ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีเงินสนับสนุน โวยวายมากนักเดี๋ยวก็ได้ไปเฝ้ารากมะม่วง”
“เรื่องที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าผิดคิวกัน ถ้าเป็นนักฟุตบอลก็อาจจะวิ่งชนกันในสนาม ไม่ได้รู้ไลน์วิ่งกัน คุณอย่ามองว่าคนนั้นมันเปรี้ยว คนนี้ไม่หวังดีกับพรรค ผมมอนิเตอร์ทุกคน ส่วนใหญ่หวังดีกับพรรคหมด”
“แต่อย่าตอบโต้กันเลย อย่าไปซัดกันไปกันมาเลย ผมดูที่เจตนา เจตนาเขาอาจจะดี เราก็น้อมรับฟังเอาไว้ หากสำนักข่าวจะหยิบเรื่องนี้ไปโจมตีพรรค มันก็เป็นเรื่องธรรมดา”
“การที่ไปบอกว่าถ้าคุณไม่ได้อยู่ในทีมบริหาร หรือไม่ได้อยู่ในทีมทำงาน คุณห้ามวิพากษ์วิจารณ์นะ อันนั้นก็ใจแคบเกินไป ในทางปฏิบัติคุณกำลังจะผลักไสคนที่คิดต่าง คนที่ไม่เห็นด้วยให้ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม”
“ผมพูดตรงๆ ก็ต้องเตือนสติกันจริงๆ ว่าจาก 14 ล้านเสียง หรือ 9 ล้านเสียง ฟีดแบ็กตรงนี้คุณยังไม่ได้เรียนรู้อีกเหรอ ในการบริหารก็ควรที่จะเชิญคนที่อาจจะไม่เข้าใจกัน แต่บางครั้งก็ปรารถนาดีด้วยกันทั้งคู่ หากมาคุยกันก็จบแล้ว” นายวิโรจน์กล่าว
และย้ำว่าการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ว่าใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ไม่ใช่การพิพากษา หรือตัดสินว่าเขาทำผิด เพราะคดีอาจจะยังไม่ถึงที่สุด
นอกจากปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคประชาชนแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่พรรคส้มต้องเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่นั่นก็คือวิบากกรรมนิติสงคราม เมื่อถูกคนไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้ยุบพรรคจาก 2 ปมร้อน
ทั้งจากกรณีเลข Laser ID รหัส 12 หลักหลังบัตรประชาชน และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) พรรคประชาชน ผู้บริหาร และผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค มีความสัมพันธ์กับบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งเป็นสื่อมวลชน และอาจมีการกระทำที่เข้าข่ายเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไร
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ยืนยันว่าการขอ Laser ID สมัครสมาชิกพรรค เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ ย้ำไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือละเมิดคำสั่งกรมการปกครอง ปัจจุบันระงับใช้ชั่วคราวแล้ว และมั่นใจว่าพรรคประชาชนจะไม่ถูกยุบอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับคดี 44 ส.ส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดว่าการกระทำเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ซึ่งหัวหน้าเท้งยืนยันหลักความบริสุทธิ์ของตนและเพื่อนๆ ที่อยู่ในข่าย 44 ส.ส. แม้เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ ส.ส. แต่เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด หากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทของตนไปทำหน้าที่อย่างอื่น
นับเป็นวิบากกรรมและความสุ่มเสี่ยงของพรรคประชาชน หลังพ่ายแพ้ต่อพรรคฝ่ายขวาในสมรภูมิเลือกตั้ง 2569 พลาดเป้าทั้งจำนวน ส.ส. ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
อีกทั้งยังเจอปัญหาภายในพรรคโหมกระหน่ำ สะเทือนความเชื่อมั่นและกระแสความนิยม สอดรับกับเกมนิติสงครามที่ใกล้เข้ามา ลุ้นด้วยใจระทึก
ดังนั้น เส้นทางข้างหน้าของพรรคประชาชนคงจะไม่สวยหรูอย่างที่คิดแน่นอน!
