สงครามตะวันออกกลางจบอย่างไร? เมื่อไร? 5 สัปดาห์…5 เดือน…หรือ 5 ปี
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
ยุทธศาสตร์ของแต่ละฝ่าย
ยุทธศาสตร์ฝ่ายอเมริกาและอิสราเอล คือโจมตีอย่างรวดเร็ว จบสงครามเร็ว จำกัดขอบเขตสงครามให้อยู่ในอิหร่าน ทำลายกลุ่มผู้นำ เปลี่ยนรัฐบาล หาผู้นำใหม่ที่อ่อนแอ ทำลายอาวุธนิวเคลียร์ ควบคุมเศรษฐกิจและควบคุมพื้นที่ผลิตและส่งออกน้ำมัน
ส่วนยุทธศาสตร์ของฝ่ายอิหร่าน ตั้งรับในประเทศ แต่โจมตีออกนอกประเทศไปสู่พันธมิตรของอเมริกาในตะวันออกกลาง เพื่อกระจายสงครามออกจากพื้นที่ตัวเอง
จุดโจมตีนอกจากเป้าหมายทางการทหาร ก็เป็นเป้าหมายทางเศรษฐกิจ เช่น คลังน้ำมัน ท่อน้ำมัน ศูนย์การคมนาคมและการสื่อสาร ระบบผลิตน้ำ สนามบิน ท่าเรือ
ทำให้อเมริกาและอิสราเอลจะต้องเคลื่อนไหวออกไปช่วยพันธมิตรในจุดต่างๆ ไม่ว่าจะส่งขีปนาวุธหรือโดรนไปป้องกัน เพราะอเมริกาและอิสราเอลก่อสงครามขึ้นมา
รัสเซียหนุนอิหร่านเต็มที่
ผ่านทะเลสาบแคสเปียน
และเส้นทาง INSTC
สงครามตัวแทนกำลังเริ่มขึ้น ไม่ใช่แค่สงครามภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะเกี่ยวพันกับพันธมิตรที่มีผลประโยชน์ร่วมกับอิหร่าน คือรัสเซียและจีน
ในทางภูมิรัฐศาสตร์ รัสเซียสามารถมีเส้นทางออกที่มหาสมุทรอินเดียได้ ก็จะต้องผ่านประเทศอิหร่าน มีการส่งของทางเรือจากแม่น้ำโวลกามาลงเรือที่ท่าเรือ อัสตราคาน (Astrakhan) ของรัสเซีย แล่นผ่านทะเลสาบแคสเปียน ตรงไปยังอิหร่าน ที่ท่าเรืออันซาลี (Anzali), ท่าเรืออาสทารา (Astara) และท่าเรืออามีร์อาบาด (Amirabad)
เส้นทางขนส่งสายใหม่คือ INSTC (International North-South Transport Corridor) ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางขนส่งหลายรูปแบบ (เรือ รถไฟ และถนน)
เส้นทางนี้เป็นเส้นทางใหม่ที่รัสเซียใช้แก้ปัญหาเมื่อถูกอเมริกาและชาติตะวันตกแซงก์ชั่น ด้วยหวังจะใช้เป็นเครือข่ายเส้นทางขนส่ง ที่เชื่อมต่อระหว่างอินเดีย อิหร่าน อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน รัสเซีย เอเชียกลาง และยุโรป ทำให้ลดต้นทุนและเวลาในการขนส่งสินค้า
เส้นทาง INSTC จะเชื่อมทะเลบอลติก-ทะเลแคสเปียน-เปอร์เซีย-มหาสมุทรอินเดีย ทำให้เปลี่ยนโครงสร้างการค้าระหว่าง รัสเซีย-อินเดีย-อิหร่าน โดยสิ้นเชิง เพราะเดิมต้องอ้อมทะเลแดงและคลองสุเอซ ใช้เวลาเกือบสองเดือน
ล่าสุดรถไฟรัสเซีย-อิหร่านทดลองวิ่งจริง 62 ตู้ ในเส้นทาง INSTC ผ่านคาซัคสถานและเติร์กเมนิสถานสู่กรุงเตหะรานสำเร็จ ในเวลาเพียง 12 วัน
จีนก็ต้องหนุนอิหร่าน
ประเทศจีนเองก็เป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน ที่มีปริมาณก๊าซธรรมชาติเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีปริมาณน้ำมันเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโอเปก จีนซื้อน้ำมันแหล่งนี้ ถึงวันละ 1.38 ล้านบาร์เรล และเป็นตลาดที่จีนขายของได้ไม่น้อย ดังนั้น จีนต้องไม่ยอมให้อิหร่านตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอเมริกาแน่
ตอนที่ทรัมป์บุกเวเนซุเอลา จีนไม่พอใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากอยู่ไกล เพราะจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบอันดับ 1 แบบ heavy crude จากเวเนซุเอลา ในราคาถูก ซึ่งโรงกลั่นขนาดเล็กในจีนต้องการมาก ส่วนอเมริกายึดมาแล้วก็ขายให้ทุกประเทศไม่ได้ง่าย อเมริกาจึงยอมขายจีนต่อเพื่อทำกำไร
แต่ครั้งนี้ที่กองเรือรบอเมริการุกมาถึงอ่าวเปอร์เซีย และมหาสมุทรอินเดีย มาโจมตีอิหร่านก็เหมือนโจมตีแหล่งน้ำมัน และเส้นทางลำเลียงน้ำมันของจีนอีก
ดูแล้วเป็นยุทธศาสตร์ปิดล้อมพลังงาน ดังนั้น ครั้งนี้จีนต้องทำให้อเมริกาแพ้ หรือเสียหาย
แต่จีนไม่มีพื้นที่พรมแดนใกล้อิหร่านเหมือนรัสเซีย ดังนั้น การสนับสนุนของจีนทั้งทางเศรษฐกิจและอาวุธก็คงจะต้องผ่านรัสเซีย
มองจากสภาพแวดล้อมทั้งทางบกทางน้ำแล้วจะเห็นว่า แม้อเมริกาจะปิดล้อมน่านฟ้าอิหร่านไว้ และมีกองเรือขนาดใหญ่มาอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเปอร์เซีย เสียค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาล แต่ก็ไม่สามารถสกัดความช่วยเหลือที่จะผ่านมาทางบกและทางน้ำได้
ถ้าอิหร่านลากสงครามให้ยืดเยื้อไป อเมริกาและอิสราเอลก็อาการหนักแน่
อิหร่านใช้สงครามกองโจรจรวดนำวิถี ไม่ต้องยิงทุกวัน นานๆ ยิงทีไปเมืองนู้นบ้างไปเมืองนี้บ้าง อเมริกาก็ต้องวิ่งไปช่วยปกป้องสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมหาศาลเพราะคนป้องกันมีภาระมากกว่าคนโจมตี ซึ่งจะทำเมื่อไร..ที่ไหน..คนโจมตีเป็นผู้กำหนด
สงครามตัวแทน
จะยืดเยื้อนานเท่าใด
มีความเป็นไปได้ของสงครามที่จะยืดเยื้อออกไปเกินกว่า 5 สัปดาห์ ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์คาดการณ์ไว้
ประเมินสถานการณ์ว่า ขณะนี้ทั้งจีนและรัสเซียจะเร่งส่งการสนับสนุนทุกชนิดเข้าสู่ประเทศอิหร่าน ส่วนอเมริกาจะเร่งโจมตีจุดที่คิดว่าสำคัญ
ถ้าอเมริกาประเมินสถานการณ์ว่า รุกต่อไปก็ไม่มีผลอะไรเพิ่มขึ้น พวกเขาอาจจะใช้วิธีค่อยๆ ถอยแบบไม่ให้เสียหน้า โดยอ้างว่าได้ทำลายเป้าหมายสำคัญไปแล้ว (อ้างว่า 5,000 จุด)
อเมริกาจึงเป็นผู้กำหนดว่าจะยุติเมื่อไร แบบไหน
ส่วนอิหร่านรอคอยการบุกภาคพื้นดินของกองกำลังอเมริกา
ซึ่งขณะนี้นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า อเมริกาไม่กล้าทำเพราะถ้าบุกเข้าไปก็จะเหมือนถลำตัวลึกเข้าไปในกับดักสงครามและจะต้องสูญเสียมากมาย ทั้งจะเกิดการต่อต้านทางการเมืองภายในประเทศ
อิหร่านคล้ายๆ กับเวียดนามเพราะมีพลเมือง 92 ล้าน สภาพพื้นที่อาจต่างกับเวียดนามที่ไม่ใช่ป่าทึบแต่เป็นทะเลทรายและภูเขา กว้างใหญ่มาก แต่นั่นก็เป็นความชำนาญของคนพื้นที่ และได้เตรียมตัวต้อนรับการบุกของอเมริกาและอิสราเอลมานานแล้ว การสะสมอาวุธ และปรับปรุงพื้นที่ก็ทำมาหลายปีแล้ว
ทางเลือกของทรัมป์
ถ้าไม่บุกภาคพื้นดิน
5 สัปดาห์อยากจบก็ได้
แต่ถ้าบุก 5 เดือน ไม่จบแน่
ทางเลือกที่ 1 ถ้าอเมริกาตัดสินใจส่งกำลังทหารเข้าไปบุกภาคพื้นดินจะเสี่ยงมาก คงไม่สามารถยุติสงครามได้อย่างมีชัยชนะใน 5 เดือน ชื่อเสียงของทรัมป์ก็จะได้รับความเสียหาย ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอม เดือนพฤศจิกายน 2026 ผู้สมัครจะได้รับผลกระทบทันที
ดังนั้น การเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกา จะมีผลต่อสงครามครั้งนี้และสงครามจะกระทบการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ถ้าแพ้เลือกตั้งก็จะมีผลกระทบต่อการผ่านกฎหมายต่างๆ
(การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกา ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 โดยเป็นการเลือกตั้ง ส.ส. 435 ที่นั่ง และวุฒิสภา 35 ที่นั่ง ผู้ว่าการรัฐอีก 39 แห่ง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคะแนนนิยมประธานาธิบทรัมป์และพรรครีพับลิกัน)
ถ้าทรัมป์กล้าเสี่ยงส่งทหารเข้าไป ผลที่ตามมาก็จะเหมือนรัสเซียบุกยูเครน (ตอนนี้เข้าปีที่ 4 แล้ว)
ถ้าอเมริกาบุกภาคพื้นดิน รัสเซียกับจีนก็จะฉุดลากให้อเมริกาติดหล่มสงครามในอิหร่าน 5 ปี
ทางที่ 2 บุกทางภาคพื้นดิน แบบใช้ตัวแทนก็คืออาจจะใช้กองกำลังชาวเคิร์ด ซึ่งทรัมป์ประกาศสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ดหลายกลุ่มในพื้นที่กึ่งปกครองตนเอง รวมทั้งในอิรัก ให้ต่อสู้กับกองกำลังของอิหร่าน
วิธีนี้ก็คงไม่มีผลเท่าใดและคงจะถูกกำลังทหารของอิหร่านทำลายหรือต่อต้านได้ไม่ยาก แต่ก็ยังทำให้เห็นว่า สหรัฐแหย่ขาเข้าไปอยู่ในกับดักอยู่ดี
ทางที่ 3 อเมริกาค่อยๆ ถอยจากสงครามครั้งนี้ในระยะ 5 สัปดาห์ตามที่กำหนดไม่ว่าจะได้ผลมากน้อยเท่าใด ทรัมป์ยังโม้ได้ว่า..ได้ทำลายเป้าหมายต่างๆ ตามที่ต้องการแล้ว ได้สังหารผู้นำแล้ว ทำลายโครงการนิวเคลียร์แล้ว สรุปว่าชนะ
ส่วนอิหร่านเองนั้น ถ้าอเมริกาไม่บุกต่อก็ไม่เป็นไรเพราะพวกเขาไม่มีศักยภาพไปโต้ตอบอะไรมากมายกว่านี้ อาจจะต้องรอล้างแค้นวันหลัง ตอนนี้ก็ต้องพักรักษาบาดแผลไปก่อน
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย รัสเซียและจีนก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการค้าขายและซื้อน้ำมัน และสินค้าอื่น กับอิหร่าน เส้นทางการค้า INSTC จะถูกพัฒนา และเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม BRICS อย่างมาก
รอดู 5 สัปดาห์ ถ้าทรัมป์หยุด..ก็จบ ถ้าทรัมป์ส่งทหารบุกเข้าอิหร่าน สงครามจะไม่จบ แต่ทรัมป์จะเจ๊งก่อน
