bg-single

คำยืนยันในกระแส ‘ไม่เชื่อมั่น’ กกต.อ้าง ‘อิสระ-โปร่งใส-รับผิดชอบ’ ตัดสินคดีฮั้ว ส.ว.ตาม ‘หลักฐาน’

31.07.2026

ในประเทศ

คำยืนยันในกระแส ‘ไม่เชื่อมั่น’ กกต.อ้าง ‘อิสระ-โปร่งใส-รับผิดชอบ’ ตัดสินคดีฮั้ว ส.ว.ตาม ‘หลักฐาน’

ต้องยอมรับว่าคดีการเมืองที่กำลังร้อนแรง ณ เวลานี้ ย่อมหนีไม่พ้น คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ภายหลังฝ่ายค้าน นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมทั้ง “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ออกมาเปิดหลักฐาน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการโกงการเลือก ส.ว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนกระทั่งระดับประเทศ รวมทั้งเส้นทางการโอนเงิน ขบวนการของการจัดทำโพย การจ้างคนมาสมัคร

พร้อมกับจับตาว่าท้ายที่สุดแล้ว “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต. จะลงมติตัดสินคดีนี้ออกมาเช่นไร

หากไล่เรียงระยะเวลานับตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการเลือก ส.ว.เมื่อปี 2567 จนกระทั่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดปัจจุบัน เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ครบ 2 ปีแล้ว แต่ทว่าคดีและคำร้องต่างๆ ที่ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบว่ากระบวนการได้มาของ ส.ว.นั้นเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ กลับถูกตั้งข้อสังเกตและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุใดคดีฮั้ว ส.ว. กกต.จึงใช้เวลาตรวจสอบล่าช้า ยืดเยื้อ ยาวนาน

ไม่มีข้อสรุปเสียทีว่าคดีนี้มีบุคคลใดบ้างเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว อั้งยี่ หรือฟอกเงินตามข้อกล่าวหา

สําหรับคดีฮั้ว ส.ว. เมื่อช่วงต้นปี 2568 กกต.ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต.กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่เป็นประธาน

การทำงานของคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูล เอกสาร พยานหลักฐานต่างๆ ทั้งพยานสิ่งแวดล้อมและพยานบุคคล เรียกผู้ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ก่อนมีข้อสรุปให้ดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา 138 คน กรรมการบริหารพรรคการเมืองและเครือข่ายรวม 91 ราย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 76 และมาตรา 77 (1)

จากนั้นวันที่ 16 กันยายน 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ขณะนั้น ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ขึ้นมา โดยมีอำนาจพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือก ส.ว.

กระทั่งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานข่าวออกมาว่า ทางคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ได้มีมติ 5 : 2 สวนทางกับมติของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 โดยระบุว่าทั้ง 229 คนนั้นไม่มีมูลความผิด ขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียงเห็นว่า ควรชี้มูล 134 คน ในกลุ่ม ส.ว.ปัจจุบัน 138 คน

แน่นอนว่า ผลการพิจารณาของอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ที่ระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด หลักฐานน้ำหนักไม่พอ ยิ่งทำให้หลายฝ่ายแสดงความวิตก รวมทั้งเกิดข้อกังขาว่า เหตุใดคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 กลับมติขัดแย้งกับคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 แบบสิ้นเชิงเช่นนี้

และกังวลว่ากระบวนการพิจารณาชั้นสุดท้ายที่อยู่ในมือของ 7 เสือ กกต.จะยืนยันตามมติของคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ที่ส่งสำนวนมา

แม้ว่า กกต.จะออกมายืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ กระบวนการพิจารณาสำนวนที่กำหนดไว้ โดยความเห็นในแต่ละลำดับนั้นเป็นอิสระในการใช้ดุลพินิจของตนเองในการเสนอความเห็น แต่ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของ กกต.

แต่ทว่าเหตุผลดังกล่าวก็ยังไม่ทำให้ประชาชนหรือสังคมลดความเป็นกังวลไปได้ กลับยิ่งมีความเป็นห่วงว่าคดีนี้อาจไปไม่ถึงกระบวนการพิจารณาของศาล สุดท้ายแล้ว 7 เสือ กกต.จะยกฟ้องเป่าคดีฮั้ว ส.ว.

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ กกต.เกี่ยวกับคดีนี้ ทางสำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีการพิจารณาคดีฮั้วเลือก ส.ว. โดยระบุว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อครอบคลุมข้อเท็จจริงทุกประเด็นให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจะมีการนัดประชุมเพื่อลงมติต่อไป

พร้อมย้ำว่า กกต.มิใช่พนักงานไต่สวน แต่มีหน้าที่พิจารณาสำนวนจากข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ตามกฎหมาย โดยใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ รอบคอบ และเป็นกลาง เพื่อให้การวินิจฉัยอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเท่านั้น

“การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นไปโดยอิสระ ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดสามารถชี้นำ แทรกแซง หรือกดดันการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีได้ การพิจารณาทุกขั้นตอนยึดมั่นในหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบตามกฎหมาย สำนักงาน กกต.ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความเป็นกลาง และการพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ”

“เพื่อให้ผลการวินิจฉัยเป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งและการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ”

ขณะที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ออกมาชี้แจงความคืบหน้ากระบวนการทำงานของ กกต.ชุดใหญ่เกี่ยวกับการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว ส.ว.ว่า จะเสร็จสิ้นภายในเดือนเดือนสิงหาคม คาดว่าเหลือจำนวนการประชุมอีก 4 ครั้ง กรณีคดีฮั้ว ส.ว.เป็นข่าวทุกวัน แต่ไม่ว่าใครจะจัดกิจกรรมอะไร หรือมีความเห็นอย่างไรก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ได้เปลี่ยนวิธีหรือขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. เพราะเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ คือให้มีมติว่าผิดหรือไม่ผิด เป็นความเห็นเบื้องต้นก่อนจะส่งไปที่ศาล เมื่อเราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนผิด อย่างแรก คือกฎหมายต้องกำหนดว่าเรื่องนั้นเป็นความผิดก่อน แล้ว กกต. ค่อยมาดูข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ แต่ถ้าเป็นความเห็นหรือสิ่งที่อยู่รอบนอกสำนวน ซึ่งอาจจะอยู่หรือไม่อยู่ในสำนวนแล้วก็ได้ ถ้าเป็นความเห็นก็อาจจะต่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมและพิสูจน์

“สุดท้ายเรื่องจะจบอยู่ที่พยานหลักฐาน คำชี้แจงในคำวินิจฉัยมีทุกเรื่อง ซึ่งมีที่มาที่ไปทั้งหมด เราคงไม่ได้ตัดสินตามความรู้สึกหรือความต้องการของใคร แต่ตัดสินตามข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ ไม่ใช่ตามความเห็นของใครคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” เลขา กกต.ระบุ

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า กกต.อาจจะขยายเวลาการวินิจฉัยชี้ขาดสำนวนคดีฮั้ว ส.ว.ออกไปอีก 1 เดือน คือกันยายน 2569 เพื่อให้กระบวนการหาพยานหลักฐานในแต่ละประเด็นครบถ้วน

คดีมหากาพย์ฮั้ว ส.ว.ที่กำลังเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังใกล้ได้รู้แล้วว่า สรุปแล้ว 7 เสือ กกต.จะลงมติชี้ขาดสำนวนคดีที่มีเอกสาร พยานหลักฐานจำนวนมากเป็นหมื่นๆ แผ่น มีความซับซ้อนและมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากเช่นนี้อย่างไร

ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีที่สำคัญ ประชาชนย่อมคาดหวังต่อการทำงานของ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานองค์กรอิสระ ว่าจะพิจารณาลงมติตัดสินคดีฮั้ว ส.ว.ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม คนที่เข้าข่ายกระทำความผิดก็ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาตามพยานหลักฐาน

เชื่อว่าหาก กกต.ตัดสินตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ จะสามารถเรียกความศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมาได้อีกด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สงครามบูรณาการ ที่ทะเลแคสเปียน
ยิ่งชีพ-พลีชีพ ยื้อชีพ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’ ให้ไปถึง ‘ศาล’
แตะตรงไหนก็โกง?
E-DUANG | สถานการณ์ การโกง ส.ว. การรุกผ่าน “เทคโนโลยี”
สงครามครั้งใหม่จากโลกร้อนไฟป่ายุโรปวิกฤตหนัก
คำยืนยันในกระแส ‘ไม่เชื่อมั่น’ กกต.อ้าง ‘อิสระ-โปร่งใส-รับผิดชอบ’ ตัดสินคดีฮั้ว ส.ว.ตาม ‘หลักฐาน’
มรดกความรู้ ของ ‘กุลลดา เกษบุญชู มี้ด’ | ปราปต์ บุนปาน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แนะจับตาคดีประวัติศาสตร์ “ฮั้ว สว.” บททดสอบหลักนิติธรรม และศรัทธาสาธารณชนต่อ กกต.
ศ.สุชาติ ชี้ 30 บาทรักษาทุกโรค : สิทธิประชาชน ไม่ใช่การสงเคราะห์คนจน
E-DUANG | บรรทัดฐาน ของ ศาลยุติธรรม เบื้องหน้า การฮั้ว และการโกง
รัฐราชการไทย ต้องหยุดคิดเป็น ‘เดอะแบก’ กับทุกๆ เรื่องในสังคม
“บิ๊กเกรียง” นำชาวสุราษฎร์ฯ ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ ๖ เปิดกิจกรรม ๑๑๑ ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน