ข้างหลังภาพ ‘นนพ’ หนูชวนชิมขนม ‘เครมบรูเล่’ ‘ร้าว’ นอก-หวานละมุน ‘ใน’ สยบข่าวภูมิใจไทย ‘แตก’
ในประเทศ
ถูกจับตามองว่านี่คือการสยบข่าวรอยร้าวในพรรคสีน้ำเงิน และประกาศยืนยันความสัมพันธ์ทางการเมืองแน่นปึ้กกว่า 20 ปี
หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์ภาพร่วมเฟรมครูใหญ่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และโกเกี๊ยะ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม พร้อมระบุข้อความว่า สัมพันธ์ #นนพ ร้าวฉานปาน Cr?me Br?l?e
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฉากหน้าอาจจะดูหวานชื่นก็จริง
แต่ข้างหลังภาพ นนพ กลับเผชิญคำถามว่ากำลังสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในขั้วอำนาจสีน้ำเงิน จากมรสุมทางการเมืองที่สร้างแรงสั่นสะเทือนฉุดเรตติ้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ตลอดระยะเวลา 3 เดือนเศษที่เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่
ทั้งกรณีโครงการ TH-AI Passport ที่ผลักดันโดย รมต.ลูกเทพ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หลังฝ่ายค้านพรรคประชาชนไล่ตรวจสอบความผิดปกติ เหตุใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า โดยพบพิรุธการจัดซื้อจัดจ้าง เงื่อนไข TOR มีลักษณะเอื้อประโยชน์เอกชน และเตรียมยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบอย่างจริงจัง
รวมไปถึงกรณีคดีฮั้ว ส.ว. หลังผ่านมาแล้ว 2 ปี แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน เป็นเหตุให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส..บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เดินหน้าเปิดโปงขบวนการโกง ส.ว. ไล่ข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงนายกฯ และแกนนำระดับบิ๊กของพรรคภูมิใจไทย จนเกิดเป็นประเด็นฟ้องหมิ่นประมาทในหลายจังหวัด
ขณะเดียวกัน นายพริษฐ์และนายยิ่งชีพเตรียมเอาผิด ม.157 กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากมีการเป่าคดีตามทฤษฎี 50 Shades of Blue เหตุไม่ส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีฮั้ว ส.ว.
นอกจากนี้ ยังมีกรณีข้าราชการโกงสอบท้องถิ่น Last Boss ฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังและเกมชิงอำนาจในกระทรวงมหาดไทย ปมโยกย้ายข้าราชการระดับสูงสายสัมพันธ์ 2 น. คือนายอนุทินและนายเนวิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย และลามไปถึงนายพิพัฒน์อีกทอดหนึ่งด้วย
เหตุคนใกล้ชิดโกเกี๊ยะถูกพาดพิงปมทุจริตโกงสอบ หลังจากนายรัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งกระทบกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล เขย่าระบอบสีน้ำเงินไปเต็มๆ
สอดรับกับท่าทีอันแข็งกร้าวของนายอนุทินที่ประกาศล้างบางขบวนการทุจริตโกงสอบท้องถิ่นให้สิ้นซาก โดยยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก และหากสาวถึงใครคนนั้นต้องโดน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนของพรรคภูมิใจไทยหรือระดับแกนนำพรรคก็ตาม
เมื่อต่อจิ๊กซอว์ทางการเมืองแล้ว ทำให้หลายฝ่ายมองว่านายพิพัฒน์กลายเป็นตำบลกระสุนตก เพราะต้องเผชิญหน้ากับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนในสังคมเป็นวงกว้าง ฉุดเรตติ้งรัฐบาลลดคะแนนนิยมพรรคสีน้ำเงินจนทรุดหนัก
ที่สำคัญเขาเคยถูกนายอนุทินหักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดนลดบทบาททางการเมืองขั้นรุนแรง จากกรณีวิกฤตน้ำมัน โครงการแลนด์บริดจ์ และนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
หากไล่เรียงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจสะท้อนภาพความขัดแย้งระหว่าง นนพ ได้ไม่มากก็น้อย
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งนายไชยชนกและนายพิพัฒน์ต่างออกมายืนยันว่า 2 น. และ 1 พ. ไม่ได้แตกหักกันแต่อย่างใด และเชื่อว่าอาจเป็นความพยายามดิสเครดิตทางการเมือง ปั่นกระแสให้เกิดรอยร้าว
แต่กระแสข่าวลือถึงความไม่ลงรอยกันก็ยังมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งนายอนุทินต้องโพสต์ภาพสยบข่าวลือพรรคภูมิใจไทยแตก พร้อมชวนชิมขนมเครมบรูเล่ แฝงนัยทางการเมืองได้อย่างแหลมคม
กล่าวคือ เครมบรูเล่เป็นขนมหวานฝรั่งเศสคลาสสิคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายนอกที่ดูแตกแข็งเหมือนร้าว แต่ภายในเต็มไปด้วยความหวานละมุน โดยสื่อเป็นนัยว่าแม้คนภายนอกจะพยายามเคาะให้เห็นว่ามีความร้าวฉานแค่ไหน แต่เนื้อแท้ความสัมพันธ์ของระบอบสีน้ำเงินก็ยังคงหวานชื่นและแน่นปึ้กเหมือนเนื้อในของเครมบรูเล่นั่นเอง
“เหตุใดต้องเคลียร์ใจ ทำไมผมต้องเคลียร์ใจ คุณอยู่ในบ้านผมเหรอ ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ต้องถามเรื่องภายในบ้าน คุณจะรู้ได้ยังไงว่าผมเคลียร์ใจกัน ทำไมต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องเคลียร์ใจกัน”
“ผมอยู่กันมากี่ปีแล้ว อยู่มาตั้งแต่คุณยังไม่จบมหาวิทยาลัย อันนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวและภายในพรรค ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของใครให้มานั่งรับทราบ” นายอนุทินตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่นำเรื่องนี้มาซักไซ้
ทั้งนี้ นายกฯ ยืนยันว่าหากเป็นเรื่องภายในบ้านและเกิดปัญหาจริง ก็สามารถพูดคุยกันเองได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา เนื่องจากคบหากันมายาวนาน อยู่กันด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ส่วนกรณีนางกรุณา ชิดชอบ ภรรยาครูใหญ่เนวินที่ถูกเชื่อมโยงว่ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องร้าวๆ นี้ด้วยหรือไม่ หลังโพสต์ข้อความว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” ซึ่งนายอนุทินตอบว่า ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องแปลก และมองว่าเป็นการพูดถึงคนที่ไม่ควรคบหา คนที่ไม่จริงใจ หิวแสง หรือผู้ที่นำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งคนเหล่านี้ไปให้ความเชื่อถือได้อย่างไร นักข่าวเองต้องวิเคราะห์
สอดคล้องกับท่าทีของนายพิพัฒน์ที่ออกมายืนยันเช่นกันว่า นนพ มีการพูดคุยกันเป็นปกติทุกสัปดาห์ สื่อก็ปั่นไปเรื่อยว่ามีรอยร้าวในความสัมพันธ์ เรื่องที่เกิดขึ้นนายเนวินไม่ค่อยได้สนใจ เพราะคนการเมืองก็เข้าใจดีว่ามีผู้ไม่หวังดีมาสร้างความแตกแยกเป็นเรื่องปกติ
“ดังนั้น ก็ไม่มีอะไร เราเป็นอย่างนี้มาไม่ใช่เพิ่งจะปีสองปี แต่เป็นมาน่าจะ 20 ปีแล้วที่คบหากันแบบนี้ เราก็มาด้วยกัน ไม่ควรมีอะไรที่จะมาทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน มีอะไรต้องคุยกันด้วยเหตุผลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงาน หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ พวกเราก็ต้องมีเหตุผลในการคุยกัน” นายพิพัฒน์กล่าว
ขณะเดียวกัน โกเกี๊ยะหรือนายพิพัฒน์ได้เดินทางไปทำบุญร่วมกับนายเนวิน ที่ จ.นครศรีธรรมราช และมีโปรแกรมไปแข่งฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างบุรีรัมย์กับปัตตานี ซึ่งนายพิพัฒน์ย้ำว่านี่คือข้อเท็จจริง หากไม่คุยกันจะไปด้วยกันได้อย่างไร และไม่ทราบว่าผู้ไม่หวังดีคนนั้นเป็นใคร เพราะเมื่อตรวจสอบตามเพจต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นเพจอวตาร ไม่รู้มาจากประเทศไหน
“สุดท้ายพวกเราคนทำงาน ต้องมาโดนโจมตีแบบไม่รู้ที่มาที่ไป พวกเราจะหาตัวตนได้อย่างไร ขณะนี้ได้แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีช่วยไปตรวจสอบแล้ว” นายพิพัฒน์กล่าว
ขณะที่คนนอกอย่างนายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่แม้เป็นคนในพรรคร่วมรัฐบาลแต่กลับโพสต์กลอนซัดแรงถึงความสัมพันธ์ นนพ โดยระบุว่า “สุขใด ได้เห็น เป็นขวัญตา ยากจะพรรณนาให้เหมาะสม เกาะกุมกินประเทศเกลียวกลม ราษฎร ทุกข์ระทม ตรมฤทัย”
“รักกัน ปานจะกลืน เขากระโดง เอาไว้ มัดโยง ให้สงสัย ยี่ห้อย มีดี ที่ตรงใด จึงหลงใหล ได้ปลื้ม ลืมไม่ลง สามก้อนเส้า เนวิน-อนุทิน-พิพัฒน์ พวกคุณจงรักกันๆๆ ตลอดไป”
ขณะที่ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อ่านเกมจัดฉาก นนพ เพื่อสยบข่าวลือความขัดแย้งภายในขั้วอำนาจสีน้ำเงินว่า
“ภาพนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บอกมวลชนว่าไม่มีความขัดแย้ง แต่ยังทำหน้าที่ในระดับโครงสร้างเพื่อจัดระเบียบอำนาจภายในพรรคให้เห็นภาพชัดเจนว่า ท่ามกลางกระแสข่าวรอยร้าว ใครคือผู้กุมหางเสือและใครที่ยังต้องอยู่ในกรอบโครงสร้างที่ถูกกำหนดไว้”
“คำถามคือการใช้สัญญะภาพเพื่อจัดการความขัดแย้งในลักษณะนี้ จะช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเมืองได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงเครื่องมือในการจัดระเบียบผลประโยชน์และซื้อเวลาชั่วคราวกันแน่?” รศ.ดร.พิชายชวนตั้งข้อสังเกต
จับตาความสัมพันธ์ นนพ กับรอยร้าวภายในพรรคภูมิใจไทย แม้วันนี้อาจจะดูหวานชื่นก็จริง ดังที่นายกฯ ชวนชิมขนมเครมบรูเล่ ที่แฝงนัยทางการเมืองครั้งสำคัญ
แต่อนาคตใช่ว่าจะไม่แตกหักกัน เพราะหากมีเหตุเคลือบแคลงใจกันแล้ว ก็ยากที่จะลบเลือนบาดแผลซึ่งกันและกันได้ ตราบใดที่เกมชิงอำนาจยังไม่ได้บทสรุป
สุดท้ายขนมเครมบรูเล่อาจเต็มไปด้วยพิษ ที่ทำลายระบอบสีน้ำเงินจนล่มสลายด้วยน้ำมือของใครบางคนหรือไม่อย่างไร?
