E-DUANG
จะชอบ จะชัง แต่ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ ไม่ว่ากกต. ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ต้องเกาะติด การขยับ ขับเคลื่อนของ 2 คนนี้
1 พริษฐ์ วัชรสินธุ 1 ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
เท่านั้นไม่พอยังหันสายตาออกจากพรรคประชาชนมิได้ ยังหันสายตาออกจาก iLaw ไม่ได้
รู้อยู่ว่าทั้งสองคนนี้มี”หลังพิง”อันมากด้วย”กัมมันตะ”
การออกมากำราบด้วย”นิติสงคราม”ที่ปรากฏผ่านกกต. ที่ปรากฏผ่านเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย
อาจก่อให้งันชะงักลงได้ แต่ก็เพียงชั่วครู่
เหมือนกับการสำแดงผ่านโลกแห่งโซเชียลด้วยอุปมาระหว่าง
IRON กับ Ice crème
หรือที่เสียงดังฟังชัด”2 ไอ”ไม่พ้น”คุก”
อาจได้ผล แต่มิได้เป็นผลที่ยืนยาวและมั่นคง ตรงกันข้าม ดำรงอยู่เหมือนกับปราสาททราย พลันที่คลื่นสาดซัดเข้ามาก็มีโอกาสพังครืน
ถามว่า พริษฐ์ วัชรสินธุ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หยุดหรือ
คล้อยหลังปฏิบัติการทางด้านข่าวสารด้วยการเยาะเย้ยเหมือนกับวิวาทะผ่าน”กรรมกรข่าว”
ประหนึ่ง”เหล็กกล้า” กำราบ”ไอติม”ได้อย่างงดงาม
แต่ พริษฐ์ วัชรสินธุ ก็ไปร่วมกิจกรรม”เล่นกีฬาหน้ากกต.”ด้วยความคึกคัก
ไม่ต่างอะไรจาก ช่อ พรรณิการ์ ไม่ต่างอะไรจาก ผึ้ง พนิดา
ยิ่งเห็นที่ข้างหลังของ กู้ดดี้ ชยพล มาพร้อมกับข่าวการเคลื่อนไหวของ”มือปืน”
ยิ่งเห็นความนิ่งสงบของ นักบิน นักเรียนเก่า”จิตรลดา”
ขณะเดียวกัน พริษฐ์ วัชรสินธุ ก็เปิดข้อมูลอันเคยเกิดขึ้นใน กระทรวงพาณิชย์ท่ามกลางบรรยากาศการแก้ปัญหา”ไก่งวง”ของรัฐมนตรี
นั่นก็คือ การปรากฏตัวของ 2 ส.ว.ราชบุรีในวันเดียวกันกับการประชุมในเรื่อง”ไก่งวง”
เส้นทางเหมือนกับที่เห็นในการ”ตีแบดชิงแชมป์”อ่างทอง
หากประเมินจากกิจกรรม”เล่นกีฬาหน้ากกต.”ที่ไม่เพียงแต่จะเป็น Sky Running ระยะทาง 2.29 กม.
หากแต่ยังเป็น “โยน BLUE ลงกลุ่ม”
หากแต่ยังมีแถลงการณ์จากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรเครือข่ายพันธมิตร
พันธมิตรอันประกาศก้อง #สั่งฟ้องสว.
เด่นชัดว่ากิจกรรม”เล่นกีฬาหน้ากกต.”เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม เสมอเป็นเพียงการอุ่นเครื่อง
ของจริงเป็นการนัดหมายวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน
เนื่องจากวาระของกกต.คือการจะลงมติว่าจะทำอย่างไรต่อกรณี”โกงส.ว.”ในที่ประชุม 7 อรหันต์จันทร์ที่ 14 กันยายน
ตรงนี้คือความระทึกใจมากกว่า
เป็นความระทึกใจว่าในที่สุดแล้วเสียงจากภายในของ 7 กกต.จะโน้มเอนออกมาอย่างไร
เป็นไปตามความต้องการอย่างชนิด”ภูมิใจไทย”หรือไม่
จากวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม กระทั่งวันจันทร์ที่ 14 กันยายน จึงเป็นวันอันทรงความหมาย
ไม่เพียงแต่กับกกต. ไม่เพียงแต่กับพรรคภูมิใจไทย
หากยังเป็นการกำหนดว่าชะตากรรมของ ส.ว.รุ่น 2567 จะดำเนินไปอย่างไร
ทุกอย่างจะโยงไปยัง”ภูมิใจไทย”หรือไม่ เพียงใด
