bg-single

ฐากูร บุนปาน : จีนกับการฉุดประชาชนพ้นจากความยากจน

13.08.2018

แต่ที่สำคัญกว่าตึกระฟ้า ถนน ทางรถไฟ

ความสำเร็จที่น่าทึ่งที่สุดของจีนคือการฉุดประชาชนพ้นจากความยากจน

ปี 1980 รายได้เฉลี่ยของคนจีนร้อยละ 90 น้อยกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐ/วัน ปัจจุบันคนที่มีรายได้เท่านี้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 3

รายได้ต่อหัวเฉลี่ยในรอบ 35 ปีเพิ่มขึ้นจาก 193 เป็น 8,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี

โรเบิร์ต ซิลลิก ประธานธนาคารโลก เคยให้สัมภาษณ์ว่า

ในช่วงปี 1981-2014 จีนประสบความสำเร็จในการทำให้พลเมืองมากกว่า 500 ล้านคนพ้นกับดักความยากจน

“เป็นชัยชนะในการต่อสู้กับสงครามความยากจนครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ”

ไม่ใช่แต่ตัวเลขเศรษฐกิจ ดัชนีคุณภาพชีวิตอื่นๆ ของคนจีนก็ดีขึ้นทุกด้าน

ปี 1949 ปีแรกที่พรรคคอมมิวนิสต์ปกครองประเทศจีน อายุเฉลี่ยคนจีนคือ 36 ปี

ปัจจุบันอายุเฉลี่ยคนจีนคือ 76

ในปีโน้น 8 ใน 10 คนไม่รู้หนังสือ ในปีนี้ร้อยละ 95 ของคนจีนอ่านออกเขียนได้

ธนาคารโลกระบุว่า ถ้าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนยังอยู่ในระดับปัจจุบัน

ระดับการครองชีพของคนจีนจะดีขึ้น 100 เท่าในช่วง 1 อายุคน

ถ้าสหรัฐต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในแบบเดียวกัน

ต้องใช้เวลา 740 ปี

ดี อีโคโนมิสต์รายงานว่า ความมั่งคั่งส่วนบุคคลของเอเชียแซงหน้ายุโรปไปเรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่าด้วยพลังขับเคลื่อนของจีน

ประเด็นเรื่องมหาเศรษฐีจีนรวยบ้าเลือดยังไง-ความเหลื่อมล้ำก็ปัญหาแค่ไหน

ค้างเอาไว้เป็นการบ้านก่อนเช่นกัน

มาถึงเรื่องการศึกษา

เพียงชั่วคนก่อน จีนจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่อยู่ต่ำที่สุดในการศึกษาในสาขา STEM (Science-Technology-Engineering-Mathematics)

มาถึงปี 2015 ค่าเฉลี่ยในการสอบ PISA ของจีนคืออันดับ 6 ในด้านคณิตศาสตร์

ที่สหรัฐอยู่อันดับที่ 39

คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจีนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนในกลุ่ม OECD

ปีเดียวกัน มหาวิทยาลัยซิงหัวแซง MIT ของสหรัฐขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยหมายเลขหนึ่งของโลกด้านวิศวกรรม-นี่จากการจัดอันดับของ US News & World นิตยสารของสหรัฐเอง

ใน 10 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมของโลก

มีมหาวิทยาลัยของจีนและสหรัฐอยู่ประเทศละ 4 แห่งเท่ากัน

นักศึกษาที่จบปริญญาตรีด้าน STEM ของจีนในจีนคือปีละ 1,300,000 คน เทียบกับปีละ 300,000 คนในสหรัฐ

ยังไม่นับนักศึกษาจีนอีก 300,000 คนที่ศึกษาด้านเดียวกันอยู่ในสหรัฐ

ส่วนแบ่งการตลาดของอุตสาหกรรมไฮเทคในตลาดโลกของจีนช่วงปี 2003-2014 เพิ่มจากร้อยละ 7 เป็น 27 ส่วนของสหรัฐตกจากร้อยละ 36 เหลือ 29

ปี 2019 จีนจะแซงสหรัฐขึ้นเป็นผู้นำด้านค้นคว้า-วิจัยของโลก

นี่ยังไม่รวมว่าจีนยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมเรื่อง RD&T (Research development & Theft) นะครับ

ฮา

เอาเข้าจริง สหรัฐก็รู้สึกตัวและพยายามจะเคลื่อนไหวต่อสู้

ประธานาธิบดีโอบามาเซ็นคำสั่งตั้งโครงการยุทธศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติก่อนพ้นตำแหน่งในปี 2015

แต่ช้าไปเสียแล้ว

เพราะปัจจุบันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่พลังมากที่สุดในโลก ไม่ได้อยู่ที่ซิลิคอน วัลเลย์-แต่อยู่ที่จีน

ในจำนวนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 500 เครื่องที่เร็วที่สุดในโลก

ปี 2001 จีนไม่มีเลย แต่ปีนี้มี 167 เครื่อง-มากกว่าสหรัฐ 2 เท่า

ปี 2016 จีนมองไกลไปถึงโครงการดาวเทียมควอนตัมโน่นแล้ว

ที่สำคัญคือจีนไม่เคยลืมคำสอนของเหมาเจ๋อตงที่ว่า อำนาจงอกจากปากกระบอกปืน

เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว กองทัพก็ขยายตาม ไม่ใช่แต่ในแง่กำลัง แต่ยังรวมถึงความ “ไฮ-เทค” ด้วย

งบประมาณด้านกลาโหมของจีนปีนี้คือ 146,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

น้อยกว่าสหรัฐชาติเดียวในโลก มากกว่ารัสเซียเท่าตัว

RAND บริษัทวิจัยระดับโลกประเมินว่าในปี 2017 ดุลทางการทหารของโลกเปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อจีนได้เปรียบสหรัฐ “อยู่นิดๆ” จาก 6 ใน 9 ด้านถ้ามีสงคราม

เช่น การโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน การโจมตีเป้าหมายทางอากาศ รวมไปถึงการป้องกันการโจมตีจากอวกาศ

เห็นข้อมูลอย่างนี้แล้ว คิดว่าจะเป็น Destine for War อย่างที่ผู้เขียนเขาตั้งสมมุติฐานไว้หรือไม่ครับ

ข้อมูลที่ (ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แต่) ชี้ว่าดุลอำนาจของโลกเปลี่ยนแน่

ส่วนเปลี่ยนแล้วจะนำไปสู่อะไร

โปรดติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)