bg-single

ฐากูร บุนปาน : อนาคตเกษตรกรไทยไปทางไหน ?

17.09.2018

ติดตามคณะ “นายกอ๋า” พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ จากเทศบาลยะลา และท่านผู้บริหารดีแทค

มาดูงานปลูกเมล่อนแบบ “สมาร์ต ฟาร์มเมอร์” ที่ “บ้านสวนเมล่อน” อำเภอบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา เมื่อวันก่อน

เรื่องเริ่มต้นจากการนั่งปรับทุกข์ของท่านนายก

ว่าด้วยการยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

ซึ่งร้อยละ 70 ของคนยะลาคือเกษตรกร

ในวันที่ยางพาราภาคใต้ไม่เห็นอนาคต เกษตรกรจะเดินต่อทางไหน

บอกท่านว่าหลายๆ บริษัทใหญ่เขามีโครงการยกระดับความสามารถในการประกอบการของเกษตรกรแบบจริงจัง

ท่านสนใจ

ติดต่อดีแทค ท่านตอบสนองอย่างว่องไว

เป็นที่มาของการมาดูหนึ่งในเกษตรกรตัวอย่างที่ดีแทคเขาดูแล-ร่วมมือกันพัฒนาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

คุณแก้ว เจ้าของสวน คนนครสวรรค์ มาทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์

สามีเป็นคนระยอง ทำงานที่โตโยต้าบ้านโพธิ์

จึงคิดจะลงหลักปักฐานที่ฉะเชิงเทรา

ซื้อที่ดินใกล้วัดประศาสน์โสภณ บ้านโพธิ์ เอาไว้ 4 ไร่ ตั้งใจจะปลูกบ้าน

ตอนแรกเริ่มจากปลูกผักสวนครัวทำกินกันเองก่อน

ทำแล้วเหลือ ขายได้

เลยเริ่มขยับขยายไปปลูกอื่นๆ

และพอทำแล้วก็ทำจริง

ขวนขวายไปอบรมความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตรบ้าง กรมวิชาการเกษตรบ้าง

ก่อนจะไปเจอว่าดีแทคเขามีโปรมแกรมสนับสนุนเกษตรกร ก็สมัครเข้าไป

คบหาดูใจ (คือดูความเอาจริงเอาจัง) กันอยู่พักหนึ่ง

พอเห็นว่ามีแวว และทำจริง

ดีแทคเขาก็ใส่ให้เต็ม

ใส่อะไร

1. ใส่ความรู้ ว่าด้วยระบบการจัดการ และข้อมูลที่จำเป็นทั้งการผลิต-การตลาด

2. ใส่เครื่องมือเครื่องไม้สมัยใหม่ เช่น เซ็นเซอร์วัดความชื้น ความร้อน และอุปกรณ์เชื่อมต่อเข้ามือถือ-คอมพิวเตอร์

เพื่อให้ทำงานระยะไกลได้

จากลองผิดลองถูก ปลูกแล้วเกลือจากน้ำกร่อย (ที่เค็มจัด) ลามขึ้นถึงยอด กินตายหมดทั้งโรงเรือน

วันนี้มี 17 โรงเรือน (เฉพาะเมล่อน) ปลูกหมุนเวียนกันไป

ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพีว่าเป็นออร์แกนิกของแท้

มีเทคนิคควบคุมความหวานแบบเสมอภาคกันทุกลูก

แถมทำการตลาดออนไลน์

ตอนนี้เฉพาะส่งให้การบินไทยก็ล็อตละ 300 กิโล

หนึ่งโรงเรือนผลผลิตรอบหนึ่งประมาณ 280 ลูก

ขายได้ลูกละ 100 บาทเป็นอย่างต่ำ

ปีหนึ่งปลูก 4 รอบ

เพราะลงเมล่อนงวดหนึ่ง 72 วัน พักดินเตรียมดินครึ่งเดือน (ระหว่างนั้นก็ปลูกผักแทรกไปด้วย ไม่ให้เสียเปล่า)

บวกลบคูณหารกันเอาเถอะว่าหนึ่งโรงเรือนทำเงินเท่าไหร่ต่อปี

แล้ว 17 โรงจะเป็นเท่าไหร่

เพราะทำทุกอย่างเองกับมือ

(ทั้งฟาร์มทำกัน 3 พี่น้อง บวกคนงานอีก 2 เจ้าของบอกว่าปัญหาของการเกษตรไทยคือแรงงาน-คน ต้องเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจับ ลดการใช้แรงงานลง ทำตลาดให้พรีเมี่ยม ถึงจะไปรอด)

คุณแก้วแกจึงบรรยายฉาดฉาน

และสวนก็กลายเป็นฟาร์มตัวอย่างที่คนทะลักกันเข้ามาดูงาน

ชนิดโปรแกรมเต็มทุกวัน

เลยจัดเป็นที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟ ร้านอาหารแบบบ้านๆ (แต่อร่อย) รองรับไปด้วย

ยังไม่นับที่ต้องออกเดินสายบรรยายให้คนอื่นฟังบ้างแล้ว

น่านับถือ

และคงได้นับถือมากขึ้น

เพราะดูท่าเจ้าของสวนยังอยากทำอะไรต่อมิอะไรเพิ่มอีกเยอะ

คณะยะลาชอบใจ ชักชวนกันไปให้ลงใต้สักหนึ่งรอบ

ดีแทคบอกว่า ถ้าเครื่องไม้เครื่องมือที่ประยุกต์มาช่วยให้เกษตรกรกลายเป็นสมาร์ต ฟาร์เมอร์ ทำงานได้ดีจริง

อาจจะมีโครงการผลิตเครื่องมือชุดนี้ออกขาย เพื่อจะให้ราคาต่ำกว่าชุดละ 20,000 ให้ได้

อนาคตเกษตรไทย ส่วนหนึ่งอาจจะอยู่ที่ฟาร์มแปลงใหญ่

ที่ใช้ทุนและเครื่องจักรอย่างเข้มข้น

แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน (หรือจะสำคัญยิ่งกว่า) คือต้องทำให้เกษตรกรตัวเล็กยังมีที่ยืนในโลก

ต้องมีคนช่วยเหลือประคับประคอง ไม่ให้คนถอดใจเลิกเป็นเกษตรกรไปหมด

ยิ่งมีเกษตรกรรายย่อย (ที่เจ๋งๆ เรื่องแนวคิด วิธีการจัดการ รวมไปถึงการพัฒนาตัวเองเป็นผู้ประกอบการ คือหาตลาดได้ ควบคุมคุณภาพผลผลิตได้) มากขึ้นเท่าไหร่

ก็พอจะเห็นอนาคตเกษตรและสังคมไทยมากขึ้นเท่านั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ