bg-single

ฐากูร บุนปาน | ถึงเวลาที่อุณหภูมิถึงจุด ใครจะไปรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง

20.07.2020

นาทีนี้เชื่อว่ารัฐบาลคงรับรู้ “ความรู้สึกร่วม” ของสังคมไทย

ต่อกรณีล่าสุดที่มีการปล่อยให้ชาวต่างประเทศอย่างน้อยสองคน หลุดลอดเครือข่ายการตรวจป้องกันเชื้อโควิด-19 เข้ามาในสังคมไทย

ถามว่าทั้งสองกรณีนี้เลวร้ายขนาดไหน

เอาเข้าจริงก็ตอบได้ว่าเป็นไปได้ทั้งสองแง่

คืออาจจะไม่เกิดอะไร เพราะการแพร่กระจายอาจจะไม่มาก (เนื่องจากคนในประเทศยัง “การ์ดสูง” อยู่เป็นส่วนใหญ่)

หรือถึงกระจายไปสักหลักสิบหลักร้อย ระบบสาธารณสุขไทยก็ยังรับมือไหว

เพราะจำนวนผู้ป่วยในการดูแล

ยังอยู่ในระดับ “เอาอยู่”

แต่ถ้าจะมีอะไรสะทกสะเทือนในทางลบ (ตั้งแต่ลบน้อยไปถึงลบมาก)

ก็เห็นจะเป็นเรื่องของอารมณ์ที่คุกรุ่นไม่พอใจ

ด้วยปัจจัยหลักสองประการใหญ่ๆ

หนึ่งคือ การกระหน่ำประโคมพิษภัยของโควิด-19 อย่างไม่ขาดสาย

ไม่ว่าจะในช่วงที่โรคระบาดรุนแรง หรือซาลงแล้ว

การกรอกหูแต่ด้านลบสุดๆ ทำให้เกิด “เงามืด” ในใจของคนจำนวนไม่น้อย

ฉะนั้น เมื่อมีอะไรไปแตะเอา “จุดเปราะบาง” นี้

อารมณ์ที่ว่าก็ปะทุขึ้นมาทันที

อีกหนึ่งคือ ความรู้สึกเรื่อง “สองมาตรฐาน”

เพราะในขณะที่คุณหมอตัวแทนของรัฐบาลยิงหมัดชุดอยู่ทุกวันว่า “การ์ดอย่าตก”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ที่การ์ดตกนั้นกลายเป็นรัฐบาลเสียเอง

การ์ดที่ลดลงมานั้น เปิดช่องให้กับ “อภิสิทธิ์ชน” ไม่ว่าจะจากในหรือต่างประเทศ

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยังถูกให้จำกัดอยู่ในกติกาที่เข้มงวด

แม้กระทั่งการทำมาหากินยังติดขัดฝืดเคืองไปด้วย

แต่คนบางกลุ่มกลับได้รับสิทธิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ความเป็นอยู่ การสรวลเสเฮฮา

แล้วพอดาหน้ากันมาแก้ตัว ก็กลายเป็นมั่วซั่ว

เพราะบางคนโทษระบบ บางคนโทษพฤติกรรมส่วนตัวของอภิสิทธิ์ชนนั้น

แถมไม่รับรู้อารมณ์ความรู้สึกคนอีกด้วย

ว่าที่มาที่ไปของเรื่องเกิดขึ้นเพราะอะไร

เดี๋ยวสุดท้ายจะกลายเป็นพวก “คอแข็ง”

แค่ “ขอโทษ” ก็ยังพูดไม่ได้

ยิ่งเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟ

โชคดีที่รู้ตัวเร็ว

แต่เรื่องนี้จะมีกรณี “โชคช่วย” อยู่อย่างเดียว

ก็คือทั้งสองสามกรณีที่ว่ามานี้ ไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ขึ้นมา (อย่างที่เที่ยวขู่คนอื่นเอาไว้)

แล้วเรื่องจะค่อยๆ ซาไป มีเรื่องใหญ่เรื่องใหม่เรื่องอื่นมากลบไปเอง

แต่ถึงกระนั้นก็ควรเป็นบทเรียนให้รัฐบาล-ผู้มีอำนาจ (และที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจทั้งหลาย) เก็บเอาไปคิดพิจารณา

และดีที่สุดก็คือทบทวนตัวเอง ทบทวนมาตรการ ทบทวนท่าที

ว่าที่ผ่านมา มีอะไรเป็นจุดอ่อน ข้อบกพร่อง อะไรจะต้องปรับปรุงแก้ไข

อย่าเผลอไปดื้อตาใส ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนะครับ

ถึงขนาดทำให้คนแทบทุกระดับเกิดอารมณ์ร่วมขึ้นมาขนาดนี้ได้

นี่ไม่ใช่ธรรมดา

จริงอยู่ว่าความไม่พอใจเรื่องเดียวหรือไม่กี่เรื่องนั้น อาจจะไม่ทำให้รัฐบาลสะดุ้งสะเทือนอะไร

แต่ถ้าขยันทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รู้สึกสำนึก หรือไม่เคยฟังนิทานเรื่อง “กบต้ม”

ถึงเวลาที่น้ำร้อนได้รับอุณหภูมิถึงจุด

ใครจะไปรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง

แล้วนี่ก็ย่างเข้าไตรมาส 3 ช่วงเวลาของการชี้เป็นชี้ตายทางเศรษฐกิจ

ขยับไม่ผิดยังอยู่ยาก

ถ้าหากเอาเรื่องอื่นเข้ามาสุมเพิ่มอีก

ยังนึกไม่ออกหรอกครับว่า อะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง

แต่แค่เห็นก็เหนื่อยแทนแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ