bg-single

ฐากูร บุนปาน | “โลกคู่ขนาน” ของ ส.ว.-ส.ส.พลังประชารัฐ

16.11.2020

ไม่ใช่จินตนาการทางวิทยาศาสตร์หรือนิยายแฟนซีที่ไหน

แต่จักรวาลนี้มี “โลกคู่ขนาน” อยู่จริง

ตัวอย่างอยู่ตรงหน้าเราๆ ท่านๆ ในสังคมไทยนี่เองล่ะครับ

เมื่อ 47 วุฒิสมาชิก ร่วมกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอีก 25 คน เข้าชื่อกันยื่นหนังสือผ่านประธานรัฐสภา

เพื่อส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256

แปลไทยเป็นไทยง่ายๆ ก็คือ ลากถ่วงกระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ให้ยืดเยื้อยืดยาวออกไปอีก

เมื่อ 250 ส.ว.แต่งตั้งขึ้นมาโดยสมาชิกของ คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวขบวน

เมื่อพรรคพลังประชารัฐมี พล.อ.ประวิตรก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคอย่างผ่าเผย

และมีแนวทางว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

จะให้ใครทำใจเชื่อได้ว่า ผู้นำการเมืองทั้งสองคนไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเคลื่อนไหวที่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่ง “ดีไซน์มาเพื่อเรา” ฉบับนี้

เมื่อรัฐธรรมนูญอันเป็นประตูด่านแรกสุด และเป็นช่องทางในการระบายพวยพุ่งของแรงกดดันทางการเมืองได้ดีที่สุด ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข

ก็ป่วยการที่จะพูดถึงข้อเสนออื่นของเยาวชนและประชาชน

ที่ออกมาเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักกันอยู่ในเวลานี้

กระบวนท่าตีรวน-เตะถ่วงนั้นแสดงออกถึงความไม่ยินดีที่จะเจรจา หรือหาช่องทางออกจากวิกฤต-การเผชิญหน้าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สะท้อนถึงความเชื่อ และอนาคตของสังคมที่มองจากสายตาอันแตกต่าง

ประเด็นก็คือ ถ้ามีเห็นเหมือนกันบ้าง เห็นต่างกันบ้าง

ก็อาจจะมีจุดให้พูดคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง (บ้าง)

แต่ถ้าเห็นต่างถึงขนาดคนละโลก หรือเป็นจักรวาลคู่ขนานกันขนาดนี้

โอกาสที่จะหาจุดร่วม โอกาสที่จะแสวงหาทางออกซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน

ก็แทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย

และเมื่อช่องทางของการเจรจา ช่องทางของสภา (ที่โดยหลักการควรจะเป็นตัวแทนประชาชน) ตีบตันใช้การไม่ได้

ก็เท่ากับยิ่งผลักไสให้อีกฝ่ายต้องใช้ท้องถนนเป็นพื้นที่ชุมนุมเรียกร้อง เป็นพื้นที่ในการแสดงออก

มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

โชคดีมากๆ อย่างหนึ่งของสังคมไทยในปัจจุบันก็คือ

น้องนุ่งลูกหลานที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้น ยึดกุมแนวทางสันติวิธีเอาไว้อย่างมั่นคง

แต่ก็อย่าประมาทไป

โดยธรรมชาติของการเผชิญหน้า ยิ่งบ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งแนวหน้าขยายกว้างมากขึ้นเท่าไหร่

โอกาสที่จะเกิด “อุบัติเหตุ” ไม่ว่าจากน้ำผึ้งหยดเดียวหรือหลายหยด

ยังมีความเป็นไปได้สูงอยู่

ยิ่งกับรัฐราชการที่มีทัศนคติ “เหยียด” ชาวบ้านลงไปเป็นพลเมืองอีกชั้นหนึ่ง

ยิ่งกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทั้งตำรวจทหาร ที่หลายปีที่ผ่านมาได้รับการปรนเปรอเครื่องไม้เครื่องมืออย่างเต็มพิกัด

จนบางคนบางส่วนแสดงความกระเหี้ยนกระหือรือ อยากจะทดลอง “แสนยานุภาพ” นั้นให้ปรากฏ

อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น

ในภาวะที่ต่างฝ่ายต่าง “ยัน” กันอยู่ ไม่มีใครเอาชนะใครได้อย่างเด็ดขาด (ซึ่งไม่เคยมีจริงในโลก)

การเผชิญหน้าระหว่างเยาวชน-ประชาชนฝ่ายหนึ่ง กับรัฐบาลและกลุ่มผู้ได้รับอานิสงส์จากอำนาจและผลประโยชน์อีกฝ่ายหนึ่ง

ก็คงยังดำเนินต่อไปเช่นนี้อีกพักใหญ่

จนกว่า

– ผู้มีอำนาจผู้ถืออาวุธสติหลุด หมดความอดทน

– สังคมส่วนใหญ่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน

หรือ

– เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจส่วนบน ที่เห็นว่า “อำนาจนำ” หมดความศักดิ์สิทธิ์น่าเชื่อถือ

ฯลฯ

ซึ่งเดาได้ยากว่าจะออกรูปไหน-เพราะถ้ารู้ก็คงไปหากินเป็นหมอดูไปแล้ว

รู้อยู่แต่ว่าตามกฎไตรลักษณ์ว่าด้วยการเกิดเสื่อมดับ

อะไรที่ไม่เที่ยง ตั้งอยู่ไม่ได้

ก็ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยกันทั้งนั้น

ยังไม่เห็นอะไรล่วงพ้นความเป็นจริงง่ายๆ นี้ไปได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ