bg-single

ของดีมีอยู่ : กิโยตินแห่งศีลธรรม / ปราปต์ บุนปาน

25.04.2021

 

ของดีมีอยู่ / ปราปต์ บุนปาน

 

เมื่อแรกได้ยินได้ฟังเรื่องราวกรณีพระภิกษุที่สำนักสงฆ์ภูหินกอง จ.หนองบัวลำภู กระทำการตัดหัวตนเองด้วยกิโยติน โดยมีความมุ่งหมายที่จะถวายศีรษะเป็นพุทธบูชา ท่ามกลางการรับรู้ของลูกศิษย์แวดล้อมจำนวนหนึ่ง

นี่ถือเป็นเรื่องราวอันน่าสะเทือนขวัญ น่าแปลกประหลาดใจ ซึ่งผิดฝาผิดตัวจากบรรทัดฐานทางสังคมยุคใหม่ไปไกล

อย่างไรก็ตาม ถ้าลองพยายามสำรวจความเห็นของผู้คนฝ่ายต่างๆ และขบคิดตีความปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ให้กว้างขวางและถี่ถ้วน

ก็อาจต้องเริ่มพิจารณาเรื่องนี้ด้วยคำถามตั้งต้นว่า เราควรจะมองปรากฏการณ์ที่สำนักสงฆ์ภูหินกองด้วย “แว่นตา” กรอบใดดี?

 

ถ้าเชื่อตามเสียงที่ “ดัง” หน่อย เหตุการณ์ที่หนองบัวลำภูก็เหมือนจะได้รับการตัดสินพิพากษาว่าเป็นปัญหาหรืออาการป่วยทางจิตของปัจเจกบุคคล และคณะบุคคลที่รวมกลุ่มกันในฐานะ “ลัทธิประหลาดนอกรีต”

วิธีการแก้ไขปัญหาในมุมมองนี้ คือการต้องเข้าไปสืบสวนตรวจสอบสำนักสงฆ์ต้นเหตุ ก่อนจะระงับ ควบคุม สะสาง กวาดล้าง ดำเนินคดี และรักษา

ขณะที่บางคนก็ไปใส่ใจกับตัววัตถุที่ใช้ประกอบพิธีกรรม เช่น “กิโยติน” ซึ่งถูกคาดหมายว่าควรจะเป็น “สิ่งของผิดแผกแปลกแยก” ในสังคมไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และพุทธศาสนาไทย

สำหรับบางคนที่มีพื้นฐานความรู้ทางประวัติศาสตร์ ก็คงจะพอรับทราบว่าพฤติกรรมของพระภิกษุที่สำนักสงฆ์ภูหินกอง ไม่ได้เป็นภาวะไร้แก่นสารเหลวไหลอันไร้ที่มา แต่ยึดโยงกับความเชื่อทางพุทธศาสนาในกลุ่มที่เรียกรวมๆ กันว่า “ลัทธิอนาคตวงศ์”

ที่อย่างน้อยก็เคยแพร่หลายในยุคต้นรัตนโกสินทร์ โดยภาพจิตรกรรม “พระเจ้าสังขจักรตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้า” เอง ก็มีปรากฏอยู่ ณ ศาลาการเปรียญ วัดในกลาง จ.เพชรบุรี

แต่หากจะประเมินว่า เรื่องทำนองนี้มีมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรู้สึกแปลกหรือตื่นเต้นตกใจอะไร

นี่ก็คงเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างจะ “ด้านชา” ต่อเพื่อนมนุษย์และสังคมรอบข้างเกินไปหน่อย

 

ดังนั้น แทนที่จะมองว่าปรากฏการณ์ “พระใช้กิโยตินตัดศีรษะตนเอง” เป็นเพียงความวิปริตผิดเพี้ยนเฉพาะคนเฉพาะกลุ่ม

หรือเป็นแค่เรื่องราว-อุดมการณ์สามัญปกติที่ดำรงอยู่ในลัทธิความเชื่อของผู้คนบางกลุ่มมาเนิ่นนาน

เราอาจต้องพยายามตั้งคำถามว่า สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นถือเป็น “อาการป่วยไข้ของสังคมร่วมสมัย” หรือไม่? อย่างไร?

จากข่าวที่หนองบัวลำภู ไปถึงข่าวอดีต ส.ส.สุโขทัย ประกาศตนเป็น “พระศรีอาริยเมตไตรย” หรือข่าว “หลวงปู่องค์ดำ” ที่บุรีรัมย์ ฯลฯ

ไม่ว่าเราจะพิจารณาข่าวเหล่านี้เป็นข่าวอาชญากรรมที่ก่อความรู้สึกสยดสยอง ข่าวแก๊งต้มตุ๋นที่พึงระมัดระวัง หรือข่าวสีสันเบาสมองเรียกเสียงหัวเราะเฮฮา

นี่ต่างเป็นปรากฏการณ์ร่วมที่บ่งชี้ว่า “ศูนย์กลาง-แบบอย่างที่ดีเลิศ” ในทาง “ศีลธรรม-จริยธรรม-คุณธรรม” ของสังคมไทยนั้นกำลังเลือนหายไป หรือไม่ทรงพลังมากเพียงพอในโลกทัศน์ของชาวบ้านคนธรรมดาสามัญจำนวนมาก

กระทั่งพวกเขาต้องดั้นด้นไปค้นหาหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจหรือศูนย์รวมความศรัทธาแบบใหม่ๆ ในรูปของ “ลัทธิพิธี” ต่างๆ

ในภาวะที่ “อำนาจทางศีลธรรม” แตกแยกกระจัดกระจายตัวออกไปเป็นความเชื่อ-พิธีกรรมทางเลือกเล็กๆ น้อยๆ โดยปราศจาก “ศูนย์กลาง” หรือ “แบบอย่างที่ดีเลิศ” เช่นนี้

“ฝ่ายก้าวหน้า” อาจสามารถวิพากษ์วิจารณ์จุดอ่อนของศาสนาผ่านการดำรงอยู่ของสภาวะคลอนแคลนดังกล่าว หรืออาจตีความให้เป็นภาวะประชาธิปไตยในทางความเชื่อไปได้เลย

แต่ถ้าต้องครุ่นคิดจากมุมของ “ฝ่ายอนุรักษนิยม”

ปัญหาน่าหนักใจอาจอยู่ตรงคำถามที่ว่า “ศูนย์กลาง/แบบอย่างที่ดีเลิศในทางศีลธรรม” ซึ่งเคยมีอยู่ (หรือถูกเชื่อว่าเคยมีอยู่) นั้นเลือนหายไปตอนไหน? เลือนหายไปได้อย่างไร?

และพวกเขาจะสามารถรื้อฟื้นกู้คืนอำนาจชนิดนี้กลับมาได้หรือไม่? ด้วยวิธีการเช่นใด?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ