หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
แม้มีผู้ด่ารัฐบาลว่าบริหารไม่ดีและให้การจำกัดความสั้นๆ ว่าโง่…ห่วย… เลว ซึ่งในอีกไม่นานนี้ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรวม 18 คน พุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาว่า ทุจริตคอร์รัปชั่น บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ปล่อยปละละเลยให้มีกลุ่มทุนสีเทา และข้อกล่าวหาพัวพันขบวนการโกงเลือก ส.ว.
ทีมวิเคราะห์ได้ประเมินออกมาแล้วว่าการอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นการเซาะกร่อนอีกครั้งเท่านั้น
จำนวนเสียง ส.สที่มีอยู่ทำให้รัฐบาลชุดนี้เดินหน้าไปได้ เพราะมีความด้านทนสูงกว่า
แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับว่ารัฐบาลชุดนี้มีโครงสร้างทางอำนาจที่คอยค้ำจุนอยู่อย่างเข้มแข็งจนไม่อาจล้มลงได้ง่ายๆ
1.กลุ่มอำนาจเก่าเลือกรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นตัวแทน
ฝ่ายอำนาจเก่าได้ประเมินแนวทางในการต่อสู้เพื่อเสริมสร้างระบอบอำมาตยาธิปไตยไว้แล้วว่าจะทำให้ชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป และขยายฐานอำนาจทางการเมืองแบบต่อเนื่อง
และยังคงเลือกรัฐบาลอนุทินเป็นตัวแทนในการบริหาร รัฐบาลอนุทินจะไม่ล้มลงด้วยอุบัติเหตุทางการเมืองแบบง่ายๆ เพราะอำนาจเหนือระบอบประชาธิปไตยยังออกแรงประคองรัฐบาลนี้อยู่
ดูบทเรียนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้มีปัญหามากมายก็ยังอยู่ได้ แต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 ก็ไม่อาจจะสืบทอดอำนาจโดยการเลือกตั้งได้ง่ายๆ เพราะประชาชนไม่ยอมรับและไม่มีผลงาน
การที่กลุ่มอำนาจเก่าตั้งเป้าหมายกับรัฐบาลอนุทินจึงไม่ใช่เพราะเก่งที่สุด แต่ขณะนี้ยังมองไม่เห็นตัวแทนคนอื่นหรือพรรคอื่นที่ชัดเจน
และถ้าจะต้องต่อสู้กับพรรคฝ่ายก้าวหน้า ก็ยังมีวิธีการที่สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น กลุ่มอำนาจเก่าที่มีหัวอนุรักษนิยมขวาจัดจะไม่ยอมให้มีการแก้รัฐธรรมนูญที่ตนเองได้เปรียบอยู่
เมื่อเป็นเช่นนี้กลุ่ม ส.ว.ที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้ว ก็จะอยู่ทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งจะทำไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จและจะยังคงเลือกตั้งกรรมการองค์กรอิสระต่อไป จนเกือบหมดสมัย ในเดือนพฤษภาคม 2572
ไม่ว่าข้อกล่าวหาและผลการสอบสวนออกมาจะเป็นอย่างไร แต่คาดว่าจะยังไม่มีการตัดสิน คดีการดึงเกมจะถูกยืดออกไปให้นานที่สุด คำว่าความยุติธรรมที่มาช้าก็เหมือนไม่มีความยุติธรรม จะเป็นแบบนี้แหละ
2.คูjแข่งแบบทักษิณ ชินวัตร ยังจะถูกจองเวร
และจะมีผลเป็นแรงกดดันต่อพรรคเพื่อไทย
ฝ่ายตรงข้ามจะหาคดีความต่างๆ มาใส่ เพื่อมิให้ขยับตัวเล่นการเมืองได้ สิ่งที่ทักษิณจะทำได้ก็คือ ถอยออกไปอยู่วงนอก แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังมีสายคอยรายงานว่า ทักษิณมีบทบาทอย่างไร จำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ปัจจุบันก็คือสภาพความเป็นจริง
อนาคตของพรรคเพื่อไทยเมื่อมีการเลือกตั้งก็คงจะไม่ต้องส่งทั้ง 400 เขตอีกแล้ว แต่จะทุ่มเทในเขตที่มีโอกาสจริงและสู้เพื่อประคองในเขตที่มีโอกาสน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ส่งในเขตที่รู้ว่าแพ้เพราะถ้ามีสมาชิกหรืออาสาสมัครที่ยินดีเข้าเสี่ยงสู้พรรคเพื่อไทยก็ไม่รังเกียจ เพียงแต่ผู้สมัครจะต้องทุ่มเทกำลังของตนเองมากพอสมควร
การบีบเกมแบบนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นตัวประกอบแต่ก็มีความสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะโอกาสที่พรรคภูมิใจไทยจะชนะเลือกตั้งเกินครึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าดูจากสภาพผลงานปัจจุบันและภาพพจน์ที่ปรากฏต่อทั้งสากลและคนไทย
3.การสกัดบทบาทของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
จากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ซึ่งปัจจุบันยังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี จะถูกกีดกันไม่ให้ลงสนามการเลือกตั้งครั้งต่อไป
พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบในคดีที่พรรคกู้เงินจากธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2563 ทำให้กรรมการพรรค เช่น ธนาธร, ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช ชำนาญ จันทร์เรือง พล.ท.พงศกร รอดชมภู และคนอื่นๆ ได้ถูกศาลตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลาถึง 10 ปี
พรรคอนาคตใหม่แม้เปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกล การเลือกตั้งปี 2566 ได้ ส.ส.มากที่สุด ก็ถูกยุบอีก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค รวม 11 คน เป็นเวลา 10 ปี เช่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ชัยธวัช ตุลาธน, ปดิพัทธ์ สันติภาดา, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
ส.ส.ที่เหลืออยู่ของพรรคก้าวไกล 143 คนไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ย้ายไปสังกัดพรรคประชาชน
กรรมการพรรคอนาคตใหม่คือ ธนาธรและพวก จะครบกำหนดการตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2573
สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2573
4.การคุมบทบาทวุฒิสภา
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือในเดือนพฤษภาคม 2572 สมาชิกวุฒิสภาจะครบวาระ ซึ่งดูจากแนวโน้มที่วิธีการเลือกตั้ง ส.ว.ที่ผ่านมาเกิดปัญหามากมาย
ดังนั้น โอกาสการแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องนี้จะมีสูงมาก
ไม่ว่าจะเป็นแบบแรงสุดคือไม่มี ส.ว.เลย ซึ่งคิดว่าฝ่ายอำนาจเก่าคงไม่ยอมแต่จะให้เลือกตั้งแบบ ส.ส. ก็ยังไม่แน่ใจแม้ตัวเองจะได้เปรียบในฐานการเมืองตามต่างจังหวัดแต่ถ้าการเลือก ส.ว.โดยตรงขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วอาจไม่ได้เป็นผลดีต่อกลุ่มอำนาจเก่ามากนัก
ขณะนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่า เรื่องวุฒิสภาจะเป็นอย่างไร ส.ว.ชุดใหม่ว่าจะมีหรือไม่และจะเป็นอย่างไร มาจากไหน
การตัดสินใจนี้จะอยู่ในมือของ ส.ส.
5.คาดการณ์การเลือกตั้งครั้งหน้า
ถ้าดูจากฝีมือการบริหารของรัฐบาล ผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยธรรมชาติแล้ว ประชาชนคงไม่ค่อยพอใจนัก แต่คะแนนเสียง ส.ส.ยังมั่นคง ทำให้ประเมินกันว่ารัฐบาลจะลากพากันไปได้ไม่น้อยกว่า 2 ปี
ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งใหม่ถ้าจะมีขึ้น น่าจะต้องหลังกลางปี 2571 เป็นต้นไป โอกาสที่จะเป็นไปได้สูงคือในปี 2572 ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นโอกาสที่ธนาธรจะกลับมานำทัพพรรคประชาชน เข้าแข่งขันการเลือกตั้งคงไม่เกิดขึ้นเพราะยังไม่ครบการตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี
และถ้าหากว่าการพยายามประคองหรือลากพากันไปของรัฐบาลอนุทินสามารถทำได้เกินกว่า 3 ปี พวกเขาก็คงจะไม่ยอมให้การเลือกตั้งนั้นเกิดขึ้นในปี 2573 แต่จะยุบสภาก่อนไม่นาน
แต่ไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ตาม การใช้เงินเป็นปัจจัยในการหาคะแนนเสียงจะมีมากที่สุดมากกว่าปี 2569
การย้ายพรรค การควบรวมพรรคการเมือง การซื้อ ส.ส.จะเกิดขึ้นในระยะ 1 ปีข้างหน้า
ถ้าดูจากเงื่อนไขเวลาและจังหวะก้าวของการเดินเกมของฝ่ายอำนาจเก่า เชื่อว่าพวกเขาจะต้องใช้ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีเดิมคือยึดกุมการแทรกแซงอำนาจการตัดสินถูกผิด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือศาล สร้างความได้เปรียบและกดดันแกนนำและ ส.ส.พรรคการเมืองอื่นๆ ให้ไม่กล้าขยับตัว หรือยอมย้ายพรรค
ช่วงเวลาหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะมี ส.ส.ย้ายพรรค มีการควบรวมพรรคเกิดขึ้นก็ได้
