
“ยิ่งลักษณ์” ลงขันซื้อข้าวชาวนา ซับน้ำตายามราคาข้าวตกต่ำ พร้อมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่มีให้กันและกันเสมอ ด้านชาวนาโอดหลังไม่มีจำนำข้าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมเยียนชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนหลังราคาตกต่ำและขอเป็นกำลังใจให้กับชาวนาทุกคนทุกภาคให้สามารถต่อสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้ทุนส่วนตัวซื้อข้าวจากชาวนาในหลายอำเภอของจ.อุบลราชธานี ที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันนำข้าวไปสี. แล้วนำมาบรรจุถุงขายเองบริเวณโรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร. (โรงเรียนเทศบาลสามัคคี)ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับผู้มีรายได้น้อยและบริเวณด้านหน้าโรงเรียนอุบลวิทย์

ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้อุดหนุนซื้อข้าวสารจากชาวนาเพื่อช่วยเหลือชาวนาด้วยการนำข้าวของชาวนามาช่วยขายในราคาทุนและจะนำเงินที่ได้ไปซื้อข้าวชาวนาในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นการนำร่องความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้


โดยน.ส.ยื่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า”จากการติดตามข่าวก็เห็นพี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวนาเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงนี้ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ก็รู้สึกว่าเราอยู่กรุงเทพฯ เราเลยอยากจะมาเยี่ยมเยือนให้กำลังใจ แล้วก็ทำในศักยภาพที่วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่เราก็ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวนาเราทุกคน ซึ่งทุกคนหนักใจกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้อยากให้คนไทยช่วยกัน เราก็แสดงน้ำใจด้วยการอุดหนุนสินค้าของพี่น้องชาวนาด้วยการซื้อข้าว วันนี้ก็ถือว่าราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาก็จะพยายามช่วยเหลือตัวเอง ก็ถือว่าเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกท่านที่มีสถานที่ ใช้โอกาสนี้ ใช้สถานที่ให้กับชาวนาในการที่จะระบายข้าว ในช่วงเวลานี้ ก็จะมีข้าวรอบใหม่เข้ามาแล้ว ก็อยากให้ช่วยกัน การช่วยเหลือกันเวลานี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

ส่วนการที่มีชาวนามอบเงินสมทบทุนหากถูกยึดทรัพย์นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า”จริงๆแล้วรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก เพราะว่าในยามนี้ชาวนามีความทุกข์ แล้วก็ความทุกข์ของชาวนาก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าตนด้วยซ้ำไป ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำจิตน้ำใจในการที่จะเสียสละนำเงินมามอบให้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่แสดงน้ำใจที่จะช่วยตนทั้งวัตถุ ทั้งสินทรัพย์ต่างๆ แค่นี้ก็เป็นน้ำใจแล้วสิ่งของต่างๆไม่ได้อยู่ที่มูลค่า แต่อยู่ที่จิตใจยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า ขอถือโอกาสกราบขอบคุณทุกท่านอีกครั้งแล้วก็ขอให้กำลังใจกับทุกท่านค่ะ” น.ส. ยิ่งลักษณ์กล่าว

ด้านนางก้านทอง ธงศรี ชาวนาจากจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าในเมื่อเป็นชาวนาอาชีพและหัวใจก็คือการทำนาจะให้เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นคงจะไม่ได้ ซึ่งการทำนาในปีนี้ราคาตกต่ำเป็นอย่างมากหลังจากที่ไม่มีโครงการรับจำนำข้าว แต่ก็ต้องสู้ต่อแม้จะขาดทุน จึงได้รวมตัวกันสีข้าวเองขายเอง เพียงเพื่อให้พอมีเงินให้ลูกไปโรงเรียนและมีเงินไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งต่างจากตอนมีโครงการรับจำนำที่ชาวนามีกำลังซื้อสามารถซื้อที่ดินได้เพิ่มขึ้น ซื้อรถเกี่ยว คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น

ด้านนางวิไลภรณ์ ชุมสารชาวนาจากอ. พิบูลมังสาหารจังหวัดอุบลราชธานีกล่าวว่า มีความทุกข์ใจและเศร้าใจจากราคาข้าวที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่ก็ต้องสู้เพราะหากขายข้าวเปลือกก็แทบอยู่ไม่ได้เพราะแค่ค่าปุ๋ย ค่าไถ่หว่าน ค่าเก็บเกี่ยวก็ขาดทุนจึงต้องสีแปรมาวางขายเอง แม้ชาวนาจะมีเงินน้อยแต่ครั้งหนึ่งก็เคยลืมตาอ้าปากได้จากโครงการรับจำนำข้าว วันนี้มีโอกาสจึงขอมอบเงิน40 บาท 100บาทให้นายกฯยิ่งลักษณ์ที่กำลังจะถูกยึดทรัพย์เพื่อสมทบทุนด้วย
หลังจากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางต่อไปยังอ. ท่าดูม และอ. ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์เพื่อปะพี่น้องชาวนาต่อไป

