bg-single

จากความคิดเหมาเจ๋อตง-ความคิดเติ้งเสี่ยวผิง สู่สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีน

05.07.2019

สงครามการค้าสหรัฐ-จีน : สู่ขั้นใช้ยาแรง (4)

จีนกับแมวที่จับหนูได้

“แมวที่จับหนูได้” ของจีนในขณะนี้ได้แก่ “ความคิดสีจิ้นผิง” (เรียกเต็มว่า ความคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยสังคมนิยม ที่มีลักษณะเฉพาะของจีนในยุคใหม่) ที่ได้รับการรับรองในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 19 ปี 2017 ความคิดนี้จะเป็นหลักชี้นำในแนวทางนโยบายของพรรคและรัฐต่อไปอีกนาน จนกว่าจะสถานการณ์จะเปลี่ยนยุค

“หนู” ในที่นี้หมายถึง ความฝันของชาวจีนที่ใฝ่ฝันจะเห็นจีนเป็นประเทศสังคมนิยมขั้นสูง ทันสมัย ก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง มีวัฒนธรรมสูง ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี

ประเทศเป็นที่ยอมรับมีบทบาทในประชาคมโลก นี้เป็นหนูเป้าหมายตั้งใจจะจับให้ได้ภายในปี 2050

แต่ยังมีหนูจรใหญ่อีกตัวหนึ่งที่ต้องทำให้เป็นกลางหรือหมดพลังในการคุกคาม ได้แก่ สงครามการเงิน-การค้า-เทคโนโลยีที่สหรัฐกระทำต่อจีนชัดเจนตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งอาจเลยเถิดไปสู่ขั้นสงครามใช้กำลังก็ได้ เป็นอุปสรรคใหญ่ในการทำความฝันของชาวจีนให้เป็นจริง

ความคิดสีจิ้นผิงจำต้องปรับใช้ในการนี้ด้วย

ความคิดสีจิ้นผิงกล่าวในทางปฏิบัติเป็นการสืบทอดความคิดและการชี้นำของผู้นำจีนคนก่อน ที่สำคัญรวมเอาความคิดเหมาเจ๋อตงและความคิดเติ้งเสี่ยวผิงไว้ด้วย จึงเป็นเหมือนแมวสามตัวด้วยกัน

ความคิดชี้นำทั้งสาม เสนอในยุคหรือสถานการณ์ที่ต่างกันไป

ความคิดเหมาเจ๋อตงเกิดขึ้นในช่วงจีนยังเป็นสังคมเกษตรต้องการการปลดปล่อย และการสะสมทุนเบื้องต้น ได้แก่ ถ่ายโอนความมั่งคั่งและแรงงานจากชนบทสู่เมือง เพื่อให้เมืองสามารถสะสมทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมหนักขึ้นได้ ที่มักทำให้เกิดการล้มละลายในชนบท และการลุกขึ้นสู่ของชาวนา

ความคิดเหมาเจ๋อตงใช้ชี้นำพรรคอยู่ราว 40 ปี ระหว่าง 1940-1979

ความคิดเติ้งเสี่ยวผิงใช้ชี้นำทางความคิดและหลักการของพรรคราว 40 ปี เช่นกัน (1980-2010) เกิดขึ้นในช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมที่อุตสาหกรรมมีการพัฒนาไปพอสมควรแล้ว

ประชากรที่อยู่ในชนบทได้ลดลงจากเกือบร้อยละ 90 ในปี 1949 เหลือไม่ถึงร้อยละ 80

ในปี 1982 สามารถสร้างทุนที่จะนำมาใช้ในการลงทุนใหม่ได้พอสมควร

นอกจากนี้ยังมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มเติมอีก แต่เมืองในยุคเติ้งเสี่ยวผิงก็ยังต้องอาศัยชนบทหลายประการ ได้แก่

ก) การเป็นกองทัพแรงงานสำรองสำหรับเมือง

ข) เป็นตลาดรับซื้อสินค้าอุตสาหกรรม

ค) เป็นที่รองรับกันผลกระเทือนจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในระบบทุนนิยมอยู่เสมอ ได้แก่ วิกฤติการเงินเอเชียปี 1997 เป็นต้น

ดังนั้น ตลอดช่วงของเติ้งเสี่ยวผิงจึงยังมีการเคลื่อนไหวสร้างความเข้มแข็งให้ชนบทโดยตลอด มีนโยบาย “มุ่งตะวันตก” เพื่อกระจายความเจริญรุ่งเรืองจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลสู่ดินแดนที่ลึกไปทางตะวันตก

จนกระทั่งพัฒนาเป็นโครงการแถบและทางในขณะนี้

อนึ่ง เติ้งเสี่ยวผิง คือผู้นำความคิดเรื่องแมวที่จับหนูได้มาเผยแพร่อย่างกว้างขวางว่า “ไม่ว่าแมวขาวหรือแมวดำ ขอเพียงจับหนูได้คือแมวที่ดี”

นั่นคือไม่ปฏิบัติอย่างตายตัวตามทฤษฎีเดียว แต่ยึดความเป็นจริงที่มีความหลากหลายทางปฏิบัติ

ความคิดสีจิ้นผิงนั้นเกิดขึ้นในสังคมที่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมถึงขั้นระดับสูง และเตรียมก้าวสู่การเป็นผู้นำโลก ประชากรส่วนใหญ่ของจีนอยู่ในเมืองแล้วตั้งแต่ปี 2011 นั่นคือปีนี้มีประชากรเมืองถึงร้อยละ 51.27 (ปี 2017 เพิ่มเป็นร้อยละ 58)

เมื่อเทียบกับความคิดเหมาเจ๋อตงแล้ว ความคิดสีจิ้นผิงมีความซับซ้อนกว่ากันมาก เช่น ความคิดเหมามีการนำมารวมเป็น “สมุดปกแดงเล่มเล็ก” ที่มวลชนเยาวชนจีนสามารถพกพาและศึกษาได้อย่างง่ายดาย

ส่วนความคิดสีจิ้นผิงต้องอธิบายด้วยเทคนิคแผนที่ความคิด เพื่อชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของโครงสร้างความคิดนี้ บางมหาวิทยาลัยเปิดสอนรายวิชาความคิดสีจิ้นผิงขึ้น แบ่งเป็น 6 ตอน ได้แก่

1) แนวคิดการพัฒนาใหม่ที่ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นใจกลาง

2) การพัฒนาเชิงนวัตกรรม

3) การพัฒนาเชิงร่วมมือ

4) การพัฒนาสีเขียว

5) การพัฒนาแบบเปิด

และ 6) การพัฒนาแบบร่วมอนาคต ระบุว่า หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาปีที่ 4 นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก ผู้ปฏิบัติการ และผู้บริหารของพรรคและรัฐ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป

กล่าวอย่างสั้นคือ ความคิดเหมาเจ๋อตงเกิดและใช้ในสังคมเกษตรกร ส่วนความคิดสีจิ้นผิงเกิดในสังคมไฮเทค สิ่งที่เคยรณรงค์และใช้ได้ผลในสมัยเหมา อย่างเช่น การตั้งกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด ยากที่จะนำมาปฏิบัติได้อีกในสมัยสีจิ้นผิง เนื่องจากประชากรจีนก็แก่ตัวลงมากด้วย

จะกล่าวถึงความคิดชี้นำทั้งสามโดยเน้นความขัดแย้งกับสหรัฐในระดับต่างๆ เป็นลำดับไป

ความคิดเหมาเจ๋อตงการรับมือกับจักรวรรดินิยมอเมริกา

ความคิดและงานของประธานเหมา มีที่สำคัญ 4 ประการได้แก่

ก) การนำสงครามประชาชนจนปลดปล่อยประเทศจีนได้ในที่สุด อันนี้เป็นผลงานโดดเด่นแบบไม่มีที่ติ

ข) การพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมจีนอย่างก้าวกระโดดภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ นี่ก็เป็นงานโดดเด่นเช่นกัน เป็นหลักนำของการพัฒนาจนถึงปัจจุบัน แต่มีบางโครงการ ได้แก่ “การก้าวกระโดดใหญ่” ใช้หน่วยการผลิตคอมมูนสร้างอุตสาหกรรมหนัก เร่งผลิตเหล็กกล้า เห็นกันว่า เป็นการทำการใหญ่เกินตัว

ค) การกวาดล้างซากเดนระบบฟิวดัล พวกปฏิปักษ์ปฏิวัติ ผู้เดินหนทางทุนนิยม ปัญญาชน ลัทธิแก้ สู่ระดับสูงสุดในการปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรมของชนชั้นกรรมาชีพ (1966-1976) เริ่มต้นด้วย การกวาดล้างสี่เก่า ได้แก่ ประเพณีเก่า วัฒนธรรมเก่า ความเคยชินเก่า และความคิดเก่า งานชุดนี้เป็นสิ่งจำเป็น แต่เมื่อมีการรณรงค์อย่างไม่รู้จบ กระทั่งเข้าโจมตีศูนย์กลางพรรคในการปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม วิจารณ์กันว่าเป็นการกระทำที่เลยเถิดไป มีอันตรายมาก

ง) เป็นแกนนำต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกาและลัทธิแก้โซเวียตที่นำโดยครุสชอฟ โดยเฉพาะการต่อต้านสหรัฐที่หวนกลับมาอีกครั้งอย่างคาดไม่ถึง ส่วนรัสเซียกลายเป็นเหมือนเพื่อนตาย

เหมาได้นำการต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกาอย่างเด็ดเดี่ยว มาตั้งแต่ทำสงครามปลดปล่อย และได้วิเคราะห์อย่างแหลมคมว่าจักรวรรดินิยมและพวกปฏิกิริยาล้วนเป็นเสือกระดาษ ปี 1946 หลังสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ เหมาเจ๋อตงให้สัมภาษณ์แอนนา หลุยส์ สตรอง นักหนังสือพิมพ์สหรัฐว่า

“ระเบิดปรมาณูเป็นเสือกระดาษที่พวกปฏิกิริยาสหรัฐใช้ขู่ประชาชน แม้มันดูน่ากลัว แต่แท้จริงไม่ใช่เช่นนั้น จริงอยู่ว่าระเบิดปรมาณูเป็นอาวุธที่สังหารผู้คนได้มาก แต่ผลของสงครามตัดสินโดยประชาชน ไม่ใช่อาวุธเพียงไม่กี่ชิ้น พวกปฏิกิริยาทั้งหลายล้วนเป็นเสือกระดาษ ภายนอกพวกปฏิกิริยาดูน่ากลัว แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีอำนาจมากเลย”

(ประธานเหมาเห็นว่าที่ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะสหภาพโซเวียตประกาศสงครามกับญี่ปุ่น และจะทำลายล้างกองทัพญี่ปุ่นใน แมนจูเรีย) อย่างไรก็ตาม จีนเองได้พัฒนาระเบิดปรมาณูอย่างรวดเร็ว และทดลองเป็นผลสำเร็จครั้งแรกในปี 1964

ในการสนทนากับผู้นำชาวละตินอเมริกาสองคน ปี 1956 เหมากล่าวว่า

“ขณะนี้จักรวรรดินิยมอเมริกามีอำนาจมาก แต่ในทางเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น มันอ่อนแอมากทางการเมือง เพราะได้แยกตัวจากมวลประชาชนและเป็นที่เกลียดชังของทุกคนรวมทั้งประชาชนอเมริกันด้วย โดยลักษณะภายนอกแล้วมันทรงพลัง แต่ที่จริงแล้วไม่มีอะไรต้องกลัว มันเป็นเสือกระดาษ ภายนอกเป็นเสือแต่ทำจากกระดาษ ไม่สามารถทนลมฝน ผมเชื่อว่าสหรัฐหาใช่อื่นใดนอกจากเสือกระดาษ” (ดูหัวข้อ U.S. Imperialism is a Paper Tiger ใน Marxist.org 12/07/1956)

ผู้นำจีนขณะนี้อาจมองว่าสหรัฐเป็นเสือกระดาษเช่นเดียวกัน แต่เห็นว่าไม่พูดดีกว่า เพราะเป็นการแบ่งฝักฝ่ายมากไป และจีนต้องการสร้างมิตรทั่วโลกในระบบตลาดเพื่อโดดเดี่ยวสหรัฐ

อนึ่ง ท่วงทำนองแนวทางมวลชนสมัยประธานเหมา ยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงสมัยสีจิ้นผิงโดยเรียกชื่อว่า “การพัฒนาที่ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง”

ความคิดเติ้งเสี่ยวผิง : ตลาดแบบสังคมนิยมที่หมอบต่ำ

ความคิดเติ้งเสี่ยวผิงประกอบด้วยสองส่วน

ส่วนแรก ได้แก่ ระบบตลาดแบบสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีน คือการเปิดกว้างให้สินค้าและเงินทุนจากตะวันตกไหลบ่าเข้ามาอย่างมีการจำกัดเขตพื้นที่และมีเงื่อนไข

เช่น เข้มงวดในการนำเงินตราออกนอกประเทศและการถ่ายโอนเทคโนโลยี

การให้บางพื้นที่ได้แก่บริเวณชายฝั่งทะเลรวยก่อน เพราะหากจะจัดการให้ทุกพื้นที่ร่ำรวยอย่างได้สมดุล อย่างที่พยายามปฏิบัติในสมัยประธานเหมาแล้ว นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังฉุดรั้งการพัฒนาของจีนอย่างไม่น่าให้อภัย

ส่วนที่สอง ได้แก่ การหมอบต่ำ ไม่แสดงตนขัดแย้งกับสหรัฐ นอกเสียจากเป็นเรื่องหลักการและผลประโยชน์ใจกลาง เช่น การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ และนโยบายจีนเดียว ในสมัยที่ใช้ความคิดเติ้งเสี่ยวผิงชี้นำ ก็ยังเกิดความขัดแย้งสหรัฐ-จีนในหลายกรณีด้วยกัน

 AFP PHOTO / FRED DUFOUR

ที่ควรกล่าวถึงได้แก่

1) กรณี “หกคำสัญญา” ที่ประกาศสมัยประธานาธิบดีเรแกนปี 1982 เป็นการจัดความสัมพันธ์สหรัฐ-ไต้หวันใหม่ หลังจากที่ยอมรับนโยบายจีนเดียวไปแล้ว “หกคำสัญญา” ได้แก่

ก) สหรัฐจะไม่กำหนดวันเลิกขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

ข) สหรัฐจะไม่เปลี่ยนแปลงถ้อยคำในกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน (ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 1979 สมัยประธานาธิบดีคาร์เตอร์) ที่จะปกป้องไต้หวัน

ค) สหรัฐจะไม่ปรึกษาหารือกับจีนเป็นการล่วงหน้า ก่อนที่จะตัดสินใจขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

ง) สหรัฐจะไม่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างไต้หวันกับจีน

จ) สหรัฐจะไม่เปลี่ยนสถานะตนเกี่ยวกับอธิปไตยของไต้หวัน ให้ปัญหานี้เป็นเรื่องของชาวจีนที่จะตกลงโดยสันติ และจะไม่กดดันให้ไต้หวันเข้าเจรจากับจีน

ฉ) สหรัฐจะไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าจีนมีอำนาจอธิปไตยเหนือไต้หวัน

ประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อมาก็ปฏิบัติตามคำสัญญานี้ ในสมัยทรัมป์ยิ่งหนักขึ้นไปอีก หลังชนะการเลือกตั้ง ยังไม่ได้ทำพิธีสาบานตน ทรัมป์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับไซ่อิงเหวิน ประธานาธิบดีของไต้หวัน เพิ่มความร่วมมือทางทหารกับไต้หวันอย่างออกนอกหน้า ส่งเรือรบไปแล่นในช่องแคบไต้หวันหลายครั้ง และประกาศว่าจะขายอาวุธแก่ไต้หวันมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ และการกระทำของเขาก็ไม่ได้ถูกต่อต้านในสหรัฐ เป็นอันว่าปัญหาไต้หวันไม่ได้ถูกแก้ไขตามที่จีนหวังไว้

2) กรณีเทียนอันเหมิน เป็นประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่สหรัฐใช้เป็นข้ออ้างสำคัญในการกดดันแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างชอบธรรมแม้กรณีนี้ยุติลง แต่หัวหอกการเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตยย้ายไปอยู่ที่ฮ่องกง มีการจัดงานรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมินเป็นประจำ ในต้นเดือนมิถุนายน 2019 ชาวฮ่องกงนับหมื่นจัดงานจุดเทียนรำลึก “30 ปี เทียนอันเหมิน”

และในกลางเดือนมิถุนายน เกิดการประท้วงร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เสนอโดยฝ่ายบริหารของฮ่องกง มีขนาดใหญ่และรุนแรง จนผู้บริหารประกาศระงับการเสนอกฎหมายนี้ เป็นเรื่องยืดเยื้ออีกเรื่องหนึ่ง

3) กรณีการค้าและเงินตรา เมื่อสหรัฐเสียเปรียบดุลการค้าแก่จีนเพิ่มขึ้น ก็ได้เพิ่มแรงกดดันต่อจีนเป็นประการต่างๆ เช่น กล่าวว่าจีนจงใจกดค่าเงินหยวนให้ต่ำ เพื่อสนับสนุนการส่งออก บีบให้จีนต้องเลิกการกำหนดค่าเงินหยวนตายตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และใช้การเทียบค่ากับตะกร้าเงินสกุลสำคัญ ทำให้ค่าเงินหยวนพุ่งสูงขึ้น กล่าวว่า จีนขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐและตะวันตก ไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และกล่าวว่า จีนไม่ได้เปิดตลาดให้เสรีแต่ใช้องค์กรของรัฐเข้ามาแทรกแซง ความขัดแย้งเหล่านี้ในที่สุดระเบิดเป็นสงครามการค้าในสมัยทรัมป์

ในอีกด้านหนึ่ง จีนมีความเห็นว่า สหรัฐใช้การครองความเป็นใหญ่ของเงินดอลลาร์เพื่อชักใยค่าเงินดอลลาร์และเศรษฐกิจโลก ดังนั้น จำต้องเตรียมรับมือไว้

ฉบับต่อไปจะกล่าวความคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยความเป็นอิสระ ระบบการค้าใหม่และการเดินทัพทางไกลใหม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ท่าทีที่ต่าง ต่อ รัฐธรรมนูญ ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย
“รมช.พลพีร์“ สวนแรง อย่าเก่งแต่ค้านแบบสร้างภาพ ขอหลักฐานด้วย จะได้เด็ดหัวถูก ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วยคนภูเก็ต หลังสส.ส้ม ปูด ภูเก็ต ยังมีรีดส่วยประชาชน
ลิซ่า จี้ ความชัดเจนกรณีโยกย้ายข้าราชการและการขยับฐานอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน”
“อนุชา-อภิสิทธิ์” บุกซันพลาซ่า ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ขอคะแนนชาวออฟฟิศคึกคัก ตอกย้ำ “แก้โกง-กู้เศรษฐกิจยั่งยืน”
ทีมแพทย์วัดคีรีวงก์ จ.ชุมพร เปิดให้คำแนะนำ-รักษาโรค ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สืบทอดมากว่า 100 ปี โอกาสหายากของคนกรุงเทพฯ 
ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ