bg-single

ปริศนาโบราณคดี : “แก่นจันทน์” อันตรธาน

24.03.2017

มีผู้ตั้งคำถามกันมากมายว่า พระเจ้าไม้แก่นจันทน์ (พระเจ้าแก่นจันทน์/พระแก่นจันทน์) ที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้วเคยประดิษฐานทั้งที่จังหวัดพะเยา และที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้อันตรธานหายไปนั้น อยากทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ใครเอาไป เมื่อไหร่ อย่างไร

แถมที่จังหวัดลำปาง ยังมีวัดอีกแห่งหนึ่งระบุว่าประดิษฐาน “พระเจ้าไม้แก่นจันทน์” ชื่อเดียวกันอีก ทำให้มีผู้สงสัยกันมากว่า พระเจ้าไม้แก่นจันทน์ ที่ลำปาง จะเป็นองค์เดียวกันกับของพะเยาและเชียงใหม่หรือไม่

ไหนจะประเด็นปริศนาที่ว่า พระแก่นจันทน์ คือพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตั้งแต่ยุคพุทธกาลจริงหรือไม่

รวมไปถึงเรื่องอายุสมัยของพระเจ้าแก่นจันทน์ในเวอร์ชั่นล้านนา ว่าทำไมไม่เห็นเก่าแก่ไปถึงยุคพระเจ้าปเสนทิโกศลแต่อย่างใดเลย

 

แก่นจันทน์ ไม่ใช่แก่นจันทร์

ปัจจุบันมีผู้เขียนคำว่า “แก่นจันทน์” เป็น “แก่นจันทร์” กันค่อนข้างมาก

แม้กระทั่งนามเฉพาะของ “เขาแก่นจันทร์” ซึ่งระบุว่าเดิมชื่อ “เขาจันทร์แดง” ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม จังหวัดราชบุรี นั้น ก็ยังใช้ ทร์ ทั้งๆ ที่ควรใช้ ทน์ (หากยืนยันว่าเขาลูกนี้มีความหมายว่าเป็นแหล่งที่มีไม้แก่นจันทน์ชุกชุม)

ความหมายของ จนฺท อ่าน จัน-ทะ ในภาษาบาลี หรือ จนฺทร อ่าน จัน-ทะ-ระ ในภาษาสันสกฤตนั้น แปลว่า แสงสว่าง หรือสิ่งที่นำความพอใจแก่สัตว์โลก

ส่วนคำว่า จนฺทน อ่าน จัน-ทะ-นะ แปลตามรากศัพท์ได้ว่า ต้นไม้ที่ยังสัตว์โลกให้พอใจ หมายถึงต้นไม้เนื้อหอมชนิดหนึ่ง นิยมนำมาใช้ทำฟืนเผาศพเจ้านาย จนคลี่คลายมาเป็นการวางดอกไม้จันทน์ ในปัจจุบัน

ไม้แก่นจันทน์มีสีแดง จึงนิยมเรียก “แก่นจันทน์แดง” เป็นไม้ชั้นสูงหายากยิ่ง ซ้ำยังมีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติตอนหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

พระเจ้าแก่นจันทน์
สร้างตั้งแต่ยุคพุทธกาลจริงหรือ

เรื่องราวของพระเจ้าแก่นจันทน์ไม่สามารถยืนยันว่ามีหลักฐานระบุในพระไตรปิฎกจริงหรือไม่ หลักฐานที่อ้างอิงกันอยู่ทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่ได้มาจาก ชินกาลมาลีปกรณ์ และ ตำนานพระเจ้าแก่นจันทน์ (ซึ่งไม่ระบุนามผู้เขียนคนแรก แต่คัดลอกต่อๆ กันมาหลายฉบับ) ทั้งสิ้น

เนื้อหามีอยู่ว่า เมื่อครั้งพุทธกาล ช่วงที่พระพุทธองค์เสด็จไปทรงเทศนาโปรดพระพุทธมารดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นานร่วมหนึ่งพรรษา (3 เดือน) นั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล มีความรำลึกถึงพระพุทธองค์ ด้วยมิได้ทรงเห็นเป็นเวลานาน จึงตรัสให้นายช่างทำพระพุทธรูปขึ้นด้วยไม้แก่นจันทน์แดง ประดิษฐานไว้เหนืออาสนะที่พระพุทธองค์เคยประทับ

ครั้นพระพุทธองค์เสด็จกลับลงมาจากดาวดึงส์ถึงที่ประทับ ด้วยพระบรมพุทธานุภาพ บันดาลให้พระพุทธรูปแก่นจันทน์ เลื่อนหลีกจากพระพุทธอาสน์ทำท่าจะอันตรธานหายไป พระเจ้าปเสนทิโกศลนึกเสียดาย จึงทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงตรัส “ห้าม” พระแก่นจันทน์ มิให้อันตรธานไปไหน พระพุทธองค์สั่งให้พระเจ้าปเสนทิโกศลรักษาพระแก่นจันทน์นั้นไว้ (กลายเป็นที่มาของพระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทน์)

หากเชื่อตามนี้ ก็แปลว่า พระแก่นจันทน์ คือพระพุทธรูปองค์แรกของโลก? เพราะมีอายุร่วมสมัยกับยุคพุทธกาล ย่อมเก่าแก่กว่าการสร้างพระพุทธรูปในสมัยคันธารราษฎร์โดยชาวกรีกเมื่อพุทธศตวรรษที่ 6 ที่เราเคยเชื่อกันตามทฤษฎีว่าเก่าที่สุด

และหากเชื่อเช่นนั้น จะมิขัดแย้งต่อพระพุทธวจนะซึ่งทรงตรัสห้ามมิให้พระอานนท์กังวลต่อการตั้งศาสดาองค์ใหม่ หรือแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจด้านวัตถุอื่นๆ ภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน แทนที่จะยึดพระธรรมคำสอนเป็นสรณะดอกล่ะหรือ

หลักฐานด้านพุทธศิลป์ในอินเดียยุคโบราณ ก่อนจะมีการสร้างพระพุทธปฏิมาสมัยคันธารราษฎร์ ซึ่งเราพบกันแค่เพียง ดอกบัว สถูปจำลอง ธรรมจักร กวางหมอบ รอยพระบาท ต้นโพธิ์จำลอง เหล่านี้ จะมิสวนทางย้อนแย้งกันไปหมดล่ะหรือ หากเรายังเชื่อว่า ยุคพุทธกาลเคยมีพระแก่นจันทน์จริง

จึงเป็นที่แน่ชัดว่า ตำนานเรื่องพระแก่นจันทน์นั้น เพิ่งมาแต่งขึ้นภายหลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกล้านนาให้รู้สึกใกล้ชิดแนบแน่นกับสมัยพุทธกาล

 

จากปเสนทิโกศลสู่สุวรรณภูมิ
แจ้ตาก แจ้ห่ม สบสอย หนองบัว

ตํานานสองเล่มเดิมกล่าวว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงครอบครองพระแก่นจันทน์นั้นจนกระทั่งสิ้นพระชนม์จากนั้น เจ้าเมืองแห่งสุวรรณภูมิ (คือใคร ที่ไหน? เห็นทีต้องดีเบตกันอีกยาว เพราะสุวรรณภูมิเองก็มีแคว้นต่างๆ อ้างสิทธิ์กันเป็นศูนย์กลาง ทั้งสะเทิม นครปฐม อู่ทอง เจนละ ฟูนัน) ได้ขอพระแก่นจันทน์จากโอรสพระเจ้าปเสนทิโกศล

ในตำนานเขียนแบบกำกวมว่า โอรสพระเจ้าปเสนทิโกศลได้มอบพระเจ้าแก่นจันทน์ให้เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ (ไม่บอกว่ามอบองค์จริงดั้งเดิมหรือไม่) โดยบอกเลี่ยงๆ ว่า

“ซึ่งในเวลานั้น (โอรสพระเจ้าปเสนทิโกศล) ได้สร้างพระแก่นจันทน์ปางประทับยืนอีก 2 องค์ที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ”

เอาเป็นว่า เจ้าเมืองสุวรรณภูมิได้พระแก่นจันทน์มาองค์หนึ่งจากโอรสพระเจ้าปเสนทิโกศล (นัยจากข้อความตอนบน คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะได้องค์จำลองใหม่มากกว่าองค์ริง ถ้าเช่นนั้นองค์จริงยังอยู่ในอินเดีย?)

เจ้าเมืองสุวรรณภูมิได้อัญเชิญลงเรือมายังสุวรรณภูมิ (เมืองไหนเอ่ย? เพราะนักปราชญ์เขาถกเถียงกันเกือบตาย) พระแก่นจันทน์ประดิษฐานที่สุวรรณภูมินาน 1,000 ปี (ไม่ระบุศักราชให้ชัดๆ ว่าระหว่าง พ.ศ. ไหนถึงไหน)

หลังจากนั้นเกิดสงคราม ราชบุตรเจ้าสุวรรณภูมิสองพี่น้องพากันหนีข้าศึก พระเชษฐาชื่อว่า “อาทิตยราช” (ชื่อนี้ก็น่าคิด เพราะเป็นชื่อเดียวกันกับที่พบในตำนานพระแก้วมรกต) นำพระแก่นจันทน์มาไว้ที่เมืองแจ้ตาก อยู่ที่นั่นนาน 300 ปี

ต่อมาเมืองแจ้ตากเกิดภัยพิบัติ พระพุทธรักขิตะมหาเถระจึงอัญเชิญมาไว้ที่เมืองแจ้ห่ม แม่น้ำวัง (อยู่แถวไหนของแจ้ห่มอีก?) มีพญาหลวงคำแดงรับอุปัฏฐากไว้ 10 ปี

ครั้นพญาหลวงคำแดงถึงแก่อนิจกรรม พญาคำลือที่เป็นสหายท้าวตาแหวนนายบ้านสบสอย (หมายถึงที่ใด แถวจอมทองก็มีวัดสบสอย และที่สามเงา เมืองตาก กลางลำน้ำปิงก็มีแก่งสร้อย?) เป็นผู้สืบครองเมือง ท้าวตาแหวนได้นำไม้แก่นจันทน์ที่มีค่าแสนคำ นำมาขอแลกเปลี่ยนพระแก่นจันทน์แดงเพื่อนำไปบูชา ณ ตำบลสบสอยอีก 10 ปี

สุดท้ายพระสีโวหะเถระ (พระสีวัตตะเถระ) เมืองแจ้ตากขออาราธนากลับไปไว้ตำบลบ้านพลูแขวง เมืองแจ้ตาก ที่อารามตำบลกิ่วหมิ่นนาน 73 ปี ต่อมาเมืองแจ้ตากเกิดศึกสงคราม ปู่เมา (ใคร?) จึงไปอาราธนามาไว้ที่วัดหนองบัว แคว้นดอนแป้น แขวงเมืองพะเยาได้ 30 ปี

โปรดสังเกตว่าตำนานช่วงนี้ ปรากฏตัวละครหลายชื่อ และนามเฉพาะของสถานที่อีกหลายแห่ง น่าจะเป็นตัวช่วยถอดรหัสคลำทางอะไรบางอย่าง สำหรับผู้ต้องการศึกษาเรื่องพระเจ้าแก่นจันทน์อย่างลงลึก


จากพะเยาสู่เชียงใหม่ ก่อนอันตรธานไปที่?

เรื่องราวพระเจ้าแก่นจันทน์จากตำนานมาสู่ประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ในยุคที่ “พระญายุทธิษฐิระ” (พญาเชลียงผู้มาสวามิภักดิ์ต่อล้านนา ได้รับมอบให้ครองเมืองพะเยา) ได้อัญเชิญพระเจ้าแก่นจันทน์จากวัดหนองบัวมาไว้ที่วัดป่าแดงหลวงดอนไชย พ.ศ.2021

หลังจากนั้น 2-3 ปี พระญาติโลกราชโปรดให้อัญเชิญพระเจ้าแก่นจันทน์จากพะเยามาเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางเดินผ่านเมืองต่างๆ แบบอ้อมโลก (เพื่อประกาศให้ทุกเมืองมีส่วนรับรู้ในศักดานุภาพของพระองค์ครั้งนี้) ได้แก่ เมืองน่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน และเมื่อมาถึงเชียงใหม่ โปรดให้นำไปประดิษฐานที่วัดศรีภูมิ (อโศการาม)

ตำนานไม่บอกเหตุผลว่า ทำไมพระญายุทธิษฐิระถึงยอมมอบให้ง่ายๆ และทำไมต้องไว้วัดศรีภูมิ? เป็นเคล็ดอะไรในเชิงทักษาเมืองหรือไม่

ยุคถัดมา สมัยพระญายอดเชียงรายกลับส่งพระเจ้าแก่นจันทน์คืนสู่พะเยาดังเดิม ตรงนี้ก็น่าคิดว่า หรือพระญายุทธิษฐิระจะส่งสาส์นมาเจรจาขอคืน โดยอาจข่มขู่ว่าหากไม่คืนจะยกกองทัพมากดดันเชียงใหม่

สมัยพระเมืองแก้ว เอาอีกแล้ว โปรดให้อัญเชิญพระแก่นจันทน์จากพะเยากลับมาเชียงใหม่อีกรอบ (ต้องดูประวัติศาสตร์ช่วงนี้ประกอบกันด้วยว่า พระญายุทธิษฐิระสิ้นพระชนม์แล้วหรือยัง) คราวนี้ย้ายที่ประดิษฐานหลายแห่ง เริ่มจาก วัดหมื่นครื้น (ร้างไปแล้ว) วัดศรีภูมิ (มาอีกรอบ) วัดสวนดอก และในที่สุด ย้ายไปพระอุโบสถวัดมหาโพธาราม (เจ็ดยอด) คือภาพที่นำลงประกอบ

ปัจจุบันเหลือแต่มณฑปจัตุรมุขโล่งๆ แยกออกจากอุโบสถที่บูรณะใหม่ด้านหน้า ไม่มีประวัติความเป็นมาใดๆ อีกเลยว่าใครอัญเชิญพระเจ้าแก่นจันทน์ไปไว้ที่ไหนต่อ เมื่อไหร่ และอย่างไร มีเพียงข้อสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา

 

พระเจ้าแก่นจันทน์ควรยืนหรือนั่ง?

ที่ลำปางมีวัดแห่งหนึ่งชื่อ “ป่าตันหลวง” อำเภอแม่ทะ มี “พระเจ้าแก่นจันทน์” เป็นประธาน ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวลำปางจะแห่มาสรงน้ำกลางเมืองร่วมกับพระพุทธรูปองค์สำคัญอื่นๆ อาทิ พระแก้วดอนเต้า พระเจ้าทองทิพย์ ฯลฯ ในช่วงวันสงกรานต์ทุกปี

โดยทางวัดระบุว่าพระองค์นี้คือพระเจ้าแก่นจันทน์องค์เดียวกันกับที่เคยอยู่พะเยาและเชียงใหม่มาก่อน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นถึงได้มีการย้ายจากเชียงใหม่ไปลำปาง ใครย้าย เมื่อไหร่?

มีคำถามตามมาอีกว่า พระเจ้าแก่นจันทน์ที่ลำปาง ทำไมจึงเป็นพระพุทธรูปไม้ประทับนั่ง ไม่ใช่พระยืนตามที่ตำนานระบุไว้?

ในขณะที่ทางวัดเจ็ดยอด กลับมีความเชื่อว่า พระเจ้าแก่นจันทน์องค์ที่เคยอยู่เชียงใหม่นั้น “น่าจะอยู่ที่ประเทศลาวแล้ว” โดยอธิบายว่า สมัยพระเมืองเกษเกล้าได้มอบพระธิดาคือนางยอดคำทิพย์ ไปอภิเษกกับพระเจ้าโพธิสารราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง (ลาว)

นางยอดคำทิพย์นิยมมาไหว้พระเจ้าแก่นจันทน์ที่วัดเจ็ดยอดเป็นประจำ จึง(อาจ)นำพระเจ้าแก่นจันทน์องค์นี้ติดไปไว้ที่หลวงพระบางด้วย บางท่านระบุว่าที่วัดเชียงทอง หลวงพระบาง มีพระพุทธรูปไม้ประทับยืนลงรักปิดทองหลายองค์ บางทีหนึ่งในนั้นอาจเป็นพระเจ้าแก่นจันทน์ที่นางยอดคำทิพย์นำไปก็เป็นได้

สรุปแล้ว พระแก่นจันทน์ ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลพยายามห้ามมิให้อันตรธานหายไปนั้น ตอนนี้ก็อันตรธานหายไปแล้วจริงๆ จากวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ ตราบที่เรายังไม่อาจหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ว่าพระเจ้าแก่นจันทน์ที่ลำปางนั้น คือองค์เดิมองค์เดียวกันจริงๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)