E-DUANG : การฟื้นคืน ของ “ตื่นเถิด เสรีชน” การฟื้นคืน ของ รวี โดมพระจันทร์

บทกวี “ตื่นเถิดเสรีชน อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน ดาบหอกกระบอกปืน ฤาทนคลื่นกระแสเรา” ได้หวนกลับมากระหึ่มอีกหน
ไม่เพียงแต่บนเวทีปราศรัย # เยาวชนปลดแอก
หากที่กลายเป็นข่าวแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางก็ด้วยการยกขึ้นเพื่อปิดการอภิปรายยาวเหยียดของ นายเทพไท เสนพงศ์ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เป็นที่ประทับใจอย่างสูงแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์”ไทยโพสต์”ยังนำไปรายงานข่าว
แน่นอน บทกวี”ตืนเถิดเสรีชน”มีพลังเป็นอย่างสูง
แม้จะสะท้อนว่าได้อิทธิพลมาจากกระสวนแห่งกวีนิพนธ์ของคนรุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็น “นายผี” ไม่ว่าจะเป็น “กวี การเมือง” แต่ก็ต้องยอมรับว่าสะท้อนอารมณ์ทางสังคมก่อนยุค 14 ตุลาคม 2516 ได้เป็นอย่างดี
ถามว่าบทกวี”ตื่นเถิดเสรีชน”ได้เข้ามามีบทบาทบนเวทีปราศรัย ครั้งแรกเมื่อใด
คนในยุคของ”เสี่ยหมง”แห่งคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ย่อมจดจำได้เป็นอย่างดีเพราะว่ามีบทบาทเป็นอย่างสูงในการนำการชุมนุมต่อต้านปว.119 บริเวณหน้าศาลข้างคลองหลอด
ถือกันว่าเป็นการชุมนุมข้ามคืนเป็นครั้งแรกหลังรัฐประหารเดือนพฤศจิกายน 2514 และก่อนเดือนมิถุนายน 2516
นั่นแหละที่มีการนำบทกวี”ตื่นเถิดเสรีชน”ไปอ่าน
เป็นการอ่านในขณะที่เจ้าของบทกวียังอยู่ในสถานะแห่งนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และเมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 เจ้าของบทกวีพร้อมกับเพื่อนนักศึกษาอีก 2 คนได้ร่วมกันไปวางหรีด ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
กระทั่งถูกเชิญตัวไปยัง สน.ชนะสงคราม ในเวลาต่อมา
ถามว่าเจ้าของบทกวี”ตื่นเถิดเสรีชน อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน ดาบหอกกระบอกปืน ฤาทนคลื่นกระแสเรา”เป็นใคร
เขาคือเจ้าของนามปากกา รวี โดมพระจันทร์
มีนามจริงว่า ยุทธพงศ์ ภูริสัมบรรณ เป็นชาวพิษณุโลกและเขียนบทกวีนี้ระหว่างเป็นนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์
เขามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมารุ่นเดียวกันกับ วิสา คัญทัพ
บัดนี้เขาได้”ล่วง”ไปแล้วบนสวรรค์ชั้นกวีรุจีรัตน์
