E-DUANG : บทเรียน จาก กรุงเทพกลางแปลง ศึกษา ลูกโป่ง วัฒน์ วรรลยางกูร

วิวาทะเนื่องแต่กรณี”ลูกโป่ง วัฒน์ วรรลยางกูร” เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆในพื้นที่ชุมชนคลองเตย แต่ก็ส่งผลสะเทือนเป็นอย่างสูงในทางความคิดและในทางการเมือง
ทั้งหมดนี้มีความสัมพันธ์กับกิจกรรม”กรุงเทพกลางแปลง” มีความสัมพันธ์กับ วัฒน์ วรรลยางกูร
คำถามก็คือ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของ”กาลเทศะ”จริงละหรือ
หากมองอย่างผิวเผินจากปรากฏการณ์ที่บังเกิดคล้ายกับว่าเป็นเรื่องของ “กาละ” ใน “เทศะ” อันไม่เหมาะสม จึงได้กลายเป็นปัญหานำไปสู่ความเห็นต่างตามมา
คำถามก็ดังที่มีนักแปลท่านหนึ่งเสนอขึ้นมาว่า “มนต์รักทรานซิสเตอร์” เป็นเอก รัตนเรือง สร้างจากเรื่องของใคร คำตอบก็คือ เป็นเรื่องของ วัฒน์ วรรลยางกูร
คำถามต่อไปก็คือ เมื่อเป็นเรื่องที่ วัฒน์ วรรลยางกูร เขียนขึ้นก็ชอยด้วยเหตุผลว่าสามารถชูภาพและผลงานของ วัฒน์ วรรล
ยางกูร ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของงานหรือไม่
ปมของเรื่องจึงมิได้อยู่ที่ความหนักแน่นที่มีต่อ วัฒน์ วรรลยางกูร หากแต่อยู่ที่รายละเอียดและวิธีการมากกว่า
ต้องยอมรับว่ามีความเห็นชอบร่วมตั้งแต่ต้นโดยพื้นฐานแล้วว่าจะมีการจัดบูธและจะมีการกล่าวถึงบทบาทและความหมายของ วัฒน์ วรรลยางกูร ขึ้นในพื้นที่จัดงาน
นอกเหนือจากการเชิญ เป็นเอก รัตนเรือง มาพูดพร้อมกับ พี่อุ้มและพี่ต๊อกซึ่งเป็นดารานำแสดง
หากไปทบทวนแต่ละคำชี้แจงระหว่างผู้จัดและผู้แทนของกลุ่มทีรับผิดชอบในบูธของ วัฒน์ วรรลยางกูร ก็จะได้คำตอบว่าจุดบกพร่องอยู่ที่การประสานและทำความเข้าใจ
เมื่อการประสานและทำความเข้าใจไม่ราบรื่นโอกาสที่จะเกิดปัญหาและกลายเป็นความเข้าใจผิดย่อมเกิดขึ้น พลันที่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกรณีจึงบานปลาย
ตรงนี้ต่างหากคือปัญหา ตรงนี้ต่างหากคือโจทย์ต้องจัดการ
จากนี้จึงต้องยอมรับว่า การเคลื่อนไหวในทางความคิด ในทางการเมืองในปัจจุบันดำเนินไปอย่างป็นอิสระและมีลักษณะเป็นไปตามธรรมชาติ
มิได้มี”การจัดตั้ง” มิได้มี”ศูนย์การนำ”เพียงหนึ่งเดียว
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องอาศัยความนุ่มนวลในการประสานและทำความเข้าใจระหว่างพวกเดียวกัน แนวเดียวกันอย่างเป็นพิเศษ
ความผิดพลาด ความเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้นตลอด 2 รายทาง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
