E-DUANG : จำเป็นต้อง พังทลาย ต่อนั่งร้าน จึงตอกปิด ฝาโลง “ระบอบ”ได้

เป้าหมายในทางยุทธศาสตร์ของการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจมีความเด่นชัดอย่างที่สุด
นั่นก็คือ เพื่อการ”โค่นล้ม” เพื่อการ”บดขยี้”และ”ทำลาย”
ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.ประ วิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ล้วนมิอาจรอดพ้นไปจาก”ยุทธศาสตร์” อันเป็น”เป้าหมาย”นี้ที่รัฐธรรมนูญอนุญาตให้กระทำได้
นี่ย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของการบดขยี้ โค่นล้ม ทำลาย
เช่นนั้นเองโปสเตอร์ภายใต้หัวข้อ”เด็ดหัว สอยนั่งร้าน”จึงออกมาจากพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับ”ตอกตะปูปิดตาย ทลายระ บอบประยุทธ์”กึกก้องมาจากพรรคก้าวไกล
เช่นนั้นเองท่วงท่าไม่ว่าจะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่าจะเป็น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เมื่อปรากฏผ่านทีเซอร์จึงมาก
ด้วยความเข้มและเอาจริงเอาจัง
เอาจริงเอาจังเมื่อมองผ่านใบหน้า นายรังสิมันต์ โรม และ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ จากพรรคก้าวไกล
กระบวนการของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจจึงมิได้เป็นเรื่องในแบบการสำแดงฝีมือในการเย็บปักถักร้อย นุ่มๆ นวลๆ ถ้อยทีถ้อยอาศัย
หรือดำเนินไปในบรรยากาศของการเชิญแขกมาร่วมในงานเลี้ยงที่อุดมไปด้วยอาการและโวหารหวานฉ่ำ
ตรงกันข้าม เป็นกระบวนการที่พรรคการเมืองหนึ่งร่วมกับอีก พรรคการเมืองเพื่อจัดทัพและเตรียมความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปฟาดกระหน่ำต่อเป้าหมายอย่างเข้มข้น
ตระเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบ นำเสนอแต่ละรูปธรรมเพื่อเน้นชี้ให้เห็นจุดอ่อนและความล้มเหลวของปรปักษ์ในทางการเมืองอย่างไมม่ปรานีปราศรัย
วัตถุประสงค์ก็คือ ฉายชี้ให้เห็นความบกพร่อง ฉายชี้ให้เห็น
ต้นตอและเหตุแห่งความเดือดร้อนที่ปรากฏไปทุกหย่อมย่าน
ในเมื่อเนื้อแท้ของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ดำรงอยู่เช่นนี้ ความจำเป็นในการสอยนั่งร้าน เพื่อ”เด็ดหัว”จึงต้อง ดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด จริงจัง
มิเช่นนั้นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังคงอยู่
มิเช่นนั้นความคิดที่จะ”ไปต่อ”ทั้งที่สร้างความเสียหายมาแล้วอย่างใหญ่หลวงก็ยังลุกโพลงอยู่ในองค์ประกอบรัฐบาล
หากไม่มีการ”บดขยี้”ก็ยากยิ่งที่จะ”ตอกฝาโลง”ได้ตามเป้า
