E-DUANG : ภาพนักการเมือง เบื้องหน้า”นาย” ภาพ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก คนนั้น

คล้อยหลังกระบวนการที่ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ทรุดเข่าลงก้มกราบแทบเท้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อเดินทางไปตรวจราชการที่สมุทรปราการไม่นาน
ก็ปรากฏ”คลิป” นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หลั่งน้ำตาอย่างโศกาดูรระหว่างการให้สัมภาษณ์ จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
เป็นความเสียใจสุดซึ้งที่ไม่ได้ไปหา”นาย” ณ มหานครดูไบ
เพียงแต่ “นาย” ที่ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก เอ่ยถึงในห้วง แห่งการหลั่งน้ำตาครั้งนั้นเป็น”นาย”ที่ชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพำนักอยู่นครดูไบอันยิ่งใหญ่
หากใครติดตามดูอย่างต่อเนื่องก็เด่นชัดว่าเป็นคลิปอันแสดง ลักษณะมีการตัดต่ออย่างแน่นอน เพียงแต่เป้าหมายของการตัดต่อเพื่อแสดงให้เห็นจุดต่างเมื่อเปล่งคำว่า”นาย”
สะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ครั้งหนึ่ง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ก็เคยเรียก นายทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็น”นาย” ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังเป็นการเรียกอย่างซาบซึ้งประทับใจ
เป็นความซาบซึ้งประทับใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่เคยปรากฎผ่าน “กตัญญูทักษิณ”ของใครบางคน
คำถามก็คือ การปรากฏของ”คลิป”เช่นนี้ต้องการอะไร
แน่นอนเป้าหมายหลักต้องการ”เปลือย”ให้เห็นตัวตนอันเป็นของ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ออกมา ไม่ว่าจะมี”นาย”ชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เท่ากับนำเอาอาการ”หลั่งน้ำตา” กับอาการ”ก้มลงกราบ”แทบเท้ามาเป็นเครื่องมือ
แม้ว่าพื้นฐานเดิมของชื่อที่ใช้ในการแสดงคือ กรุง ศรีวิไล มาจากชื่อของตัวละครหนึ่งในนิยายบู๊ล้างผลาญของ”อรวรรณ” แต่เมื่อมาเป็นนักการเมืองเขาคือ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก
ความจัดเจนอย่างยอดเยี่ยมก่อนมาเป็น”นักการเมือง”คือความจัดเจนในฐานะของ”นักแสดง” นั่นก็ขึ้นอยู่กับบทที่ได้รับมอบหมายว่าเป็นอย่างไร
เป็นบทที่จำเป็นต้องหลั่งและกรีดน้ำตา หรือบทที่จำเป็นต้อง
ก้มลงกราบ ณ แทบเท้าของใครคนใดคนหนึ่ง
ไม่มีใครรู้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร คิดอย่างไรเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่หยาดออกมา ไม่มีใครรู้ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คิดอย่างไร เมื่อพบภาพการทรุดลงกราบ ณ เบื้องหน้า
กระนั้น สังคมย่อมรับรู้และตัดสินไปในทางใดทางหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่เคยเลือก นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด
เลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2566 น่าจะได้”คำตอบ”อย่างแน่ชัด
