bg-single

เรื่องเล่า ร.ต.อ.เฉลิม สมัยเป็นตำรวจ “เป่านกหวีด” จนถูกย้าย

05.10.2023

หมายเหตุ : บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2556

 

เมื่อครั้งที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นสารวัตรแผนก 4 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ผมเป็นสารวัตรแผนก 3 กองเดียวกัน

แผนก 4 ได้ชื่อว่าเป็นแผนก “สอบสวนทั่วราชอาณาจักร” ส่วนแผนก 3 เป็นแผนกรถวิทยุสายตรวจและอารักขา เจ้าของฉายา “ฉลามบก” (ก็ทั่วราชอาณาจักรเหมือนกัน)

ผมกับ ร.ต.อ.เฉลิม ร่วมงานกันไม่มากเท่าไรนัก แผนกใครแผนกมัน แต่บางงานก็ร่วมกันตามเหตุการณ์ หรือคำสั่งผู้บังคับบัญชา และหลายครั้งเป็นการขอกำลังเสริมกัน ความไว้วางใจซึ่งกันและกันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับงานตำรวจ งานที่มีส่วนร่วมกันทำแต่ละครั้งมักจะเป็นงานใหญ่ (สำหรับผม) เสมอ เช่น ไปจับกุมคนร้ายเรียกค่าไถ่

อีกงานหนึ่งซึ่งผมได้เขียนเล่าไว้แล้วใน “มติชนสุดสัปดาห์” (เมื่อนานมาแล้ว) ก็คือ ปฏิบัติการจี้บังคับรถประจำทางไปรับตำรวจกองปราบปรามและคอมมานโดกลับจากถูกขบวนนักศึกษาและประชาชนปิดล้อม ในเหตุการณ์ “14 ตุลาคม 2516” ที่ผ่านฟ้า

แต่งานที่เปลี่ยนวิถีชีวิตราชการของผมคืองานจับบ่อนการพนันรายใหญ่กลางกรุง ซึ่งเป็นงานที่ ร.ต.อ.เฉลิม เป่านกหวีด และต่อมาก็เปลี่ยนเส้นทางราชการของ ร.ต.อ.เฉลิม ไปเป็นรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีตามลำดับ

การพนันเป็นอบายมุข สมัยก่อน (หรือเดี๋ยวนี้ก็เถอะ) ถือว่าเป็นแค่การบันเทิงชนิดหนึ่ง แต่เมื่อเติบโตขึ้นเป็นบ่อน เป็นเรื่องของผลประโยชน์มหาศาล ทีนี้ก็มีการปราม มีการปราบ และมีการส่งส่วย กลายเป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น คราวนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เป็นเรื่องคุณภาพของประชากรและความฉิบหายของชาติ

การใช้อิทธิพลและการทุจริต เขยิบขึ้นไปเป็นทำร้ายและฆ่า เกิดเป็นแก๊งหรือซุ้มที่หลายครั้งมีอิทธิพลเหนือตำรวจ บางครั้งก็กล่าวได้ว่า ผู้เล่นการพนันหลายคนกลายเป็นโจร ลักขโมย ไปถึงปล้น

ผู้ประกอบการมีตั้งแต่ติดคุก ตาย หมดตัว หลบหนีเจ้าหนี้ หรืออาญาบ้านเมือง แต่บ้างก็ร่ำรวย กลายเป็นคนมีอิทธิพลในสังคม เป็นเพื่อนนายพล เป็นผู้นำทางการเมือง เป็นสมาชิกสภา วุฒิสมาชิก และเป็นส่วนสำคัญของผู้บริหารประเทศ

สมัยที่ผมเป็นว่าที่ ร.ต.ต. อยู่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ผมเล่นการพนันไพ่ผสมสิบทรงเครื่องกับลูกบ้านในตลาดที่สนิทชิดเชื้อกัน ผมเลือนๆ ไปแล้วว่าทรงเครื่องอะไร หรืออะไรคือทรงเครื่อง จำได้ว่ามีไพ่โจ๊กเกอร์เป็นไวลด์คาร์ด ได้เสียกันมากบ้างน้อยบ้างตามดวง

ยอมรับว่าสนุกมากโดยไม่หวั่นกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่กลัวเสียหมดตูดด้วย เพราะผมนั่งหันหลังชนกับผู้บังคับกอง พ.ต.ท.วิจิตร เชาวลิต (เทียบเท่า สวญ.สน. ในเวลานั้น หรือเท่ากับผู้กำกับการในยุคนี้) หมดหน้าตักก็เอื้อมไปหยิบที่หน้าตักของท่านมา ท่านเล่นไพ่ตองกับผู้สูงอายุ และพูดติดตลกบ่อยๆ ว่า ถ้าท่านได้เป็นใหญ่เป็นโต จะออกกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุเล่นการพนันได้โดยอิสระ

เรารู้และตระหนักดีว่าผิด ผิดหลายอย่างหลายประการ จาระไนไม่หมด แต่เราคิดเข้าข้างตัวเองว่า อำเภอระโนดสมัยนั้นไม่มีสถานบันเทิงอะไรเลย ไม่มีกระทั่ง “ถนน” ฟ้าดินคงให้อภัย (ฮา)

แต่การพนันเป็นอบายมุข สาเหตุเกิดมาจากความโลภ ความเกียจคร้าน เห็นแก่ตัว ฯลฯ มากกว่า เพราะไม่มีสถานบันเทิง เวลาผมเดินทางไปราชการที่จังหวัด ผมไปพักค้างคืนที่บ้านหาดใหญ่เมืองสุดยอดบันเทิงของประเทศไม่แพ้กรุงเทพฯ ผมกับลูกน้องก็เข้าบ่อนใหญ่ของที่นั่น คือ “บ่อนกำนันวร” ทั้งที่มีสถานบันเทิงสารพัด

จนกระทั่งคืนหนึ่ง มีชายร่างใหญ่อ้วนพุงพลุ้ยกวักมือเรียกให้ผมไปหาตรงมุมที่ห่างจากวงพนันออกมาหน่อยหนึ่ง

“เข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้นะ แล้วอย่าเข้ามาอีก” เขาสั่งเสียงเหมือนคำรามเบาๆ ผมตัวชาแต่พยักหน้ารับ

เหตุทั้งหมดอยู่ในสายตาตำรวจลูกน้องผมที่เป็นเซียนพนัน พวกเขาทั้งสามคนกรากเข้ามา

“ไอ้นี่มันนักเลงนี่ มันว่าไง”

“เขาให้หมวดออกไปแล้วอย่าเข้ามาอีก”

“มันใหญ่พรือวะ”

“อาว์เรา…” ผมตัดบท

อึ้งกันไปครู่หนึ่ง “แล้วหมวดว่าไง”

“กลับ” ผมออกคำสั่ง

(อาว์ของผมชื่อ ซิ้ว วรชาติ ครั้งหนึ่ง น.ส.พ.ลงข่าวชก ลิงลม ศรสิงห์ แชมป์มวยไทยชื่อดังสมัยนั้น ในสนามมวยสงขลา ใครต่อใครสงสัยว่าอาว์ซิ้วชกนักมวยได้ไงทั้งอ้วนทั้งแก่ขนาดนั้น สอบถามกันไปมาได้ความว่าลิงลมไม่โต้ตอบเลย ไม่มีเสียงแอะอะไรด้วยซ้ำ)

มีนักเรียนรุ่นพี่ผมคนหนึ่งเป็นทหารยศจ่า ถูกรายงานว่าเข้าบ่อนกำนันวรมีภาพถ่ายยืนยัน สอบสวนกันแล้วพี่เขาก็ถูกปลดออกจากราชการ เลยกลายเป็นคนโตในวงการเมือง เป็น ส.ส. อยู่หลายสมัย

ทางการให้เกียรติยกย่องเอาชื่อหรือนามสกุลไปตั้งเป็นชื่อถนน

เมื่อผมย้ายมากองปราบปราม ผมหนีการพนันไม่พ้น ผมเล่นไพ่รัมมี่ (พนันเอาทรัพย์สินกัน) กับนายตำรวจหลายท่านเป็นประจำชนิดติดงอมแงม ครั้งหนึ่งท่านรองถนอม พ.ต.อ.ถนอม หงส์ทอง รองผู้บังคับการกองปราบปราม “อัศวินเก๋งดำ” ซึ่งมาทำงานแต่เช้ามืดเกือบทุกวันเข้ามาทัก

“นี่เล่นกันตั้งแต่เมื่อวานนี่” ท่านหมายถึงว่าพวกเราอดนอนเก่ง ไม่ว่าอะไรมากกว่านั้น ภาพนายตำรวจเล่นรัมมี่ เล่นบิลเลียด (ผี) หรือสนุ้กเกอร์เป็นภาพปกติธรรมดา เวลาเตรียมพร้อมสโมสรจะคึกคักหนาแน่นทั้งคนเล่นคนดู

จึงบางหนบางทีเราเกรงใจผู้ใหญ่ เราจำต้องแอบเล่นตามห้องพักหรือที่แฟลต

อย่างไรก็ตาม เมื่อผมเป็นสารวัตรวิทยุมีลูกน้องราวสองร้อยคน ในที่สุด ผมก็เลิกเล่นการพนันทุกชนิด ไม่เล่นกระทั่งลอตเตอรี่รัฐบาล เพราะ พล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต ผู้บังคับการในสมัยนั้น เรียกไปเทศน์ด้วยความเมตตากรุณาและให้ผมสาบาน

แต่แม้จะไม่เล่นและจับลูกเดียวก็มีเรื่องได้ ถ้าเราไปจับเอาของแข็งเข้า

บ่อนที่เราไปจับเรียกกันว่า “บ่อนซอยพระนาง” ผมจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของ เพราะผมไม่ได้เจ็บจำอะไรเขา คนที่ผมเจ็บจำคือ “นาย” ของผมเอง เป็นนายอีกคนหนึ่งที่อยากลืมแต่สมองไม่ยอมลืม ก็คงจะเจ็บจำไปถึงปรโลกอย่างที่ท่านอังคารว่าไว้

ผมจำภาพได้ว่าบ่อนนั้นมันเหมือนค่ายคูรบสมัยโบราณ ประตูรั้วใหญ่มาก หลังกำแพงมีหอคอยสูง เราต้องใช้ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบเป็นทัพหน้า เหนื่อยกันนิดหน่อยแต่ไม่ยาก ผู้ประกอบการคล้ายย่ามใจ ไม่ได้ป้องกันเท่าไร

มันมายากตรงที่เขาเปิดเล่นกันอีกหลังจากนั้นไม่กี่วันเอง เมื่อผมไปรายงานนาย นายเปิดสมุดบันทึก ในนั้นมีรายชื่อบ่อนเกือบเต็มหน้า

“นี่ไง นี่ไง จับแล้วไง” นายจิ้มนิ้วกระแทกตรงบรรทัดหนึ่งอย่างหงุดหงิด

“ก็มันเล่นอีก ตอนนี้ก็ยังเล่น ลูกน้องผ่านเข้าไปเห็น” ผมพาเซ่อ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจคำพูด “จับแล้ว” นั้นจริงๆ สาบาน…ผมไม่รู้ว่าจับแล้วหมายถึง “ส่งแล้ว” และสมุดบันทึกนั่นเป็น “บัญชี” ส่วย

“ก็อย่าให้ลูกน้องแล่นรถไปแถวนั้นสิ” นายพูดหน้าตาเฉย

ผมอาจจะไม่ได้ถูกย้ายด้วยเรื่องนี้ แต่นายกับผมเหมือนเป็นศัตรูกันนับแต่นั้น ประจวบกับบังเอิญช่วงนั้นมีอุบัติเหตุ นายพูดข่มขู่ผมอย่างไม่เป็นธรรมจนผมสติแตก ลืมตัวเหยียบเก้าอี้ที่นายนั่ง “เอาไงก็เอากัน!”

อาจารย์ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ทราบข่าวเรียกผมไปพบ “ผมขอแนะนำ…แต่คุณคงทำไม่ได้”

ผมรอฟังคำแนะนำและส่ายหัวดิกเมื่อท่านบอก “คุณผิด แสดงกิริยาแบบนั้น คุณต้องไปกราบขอโทษ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นรุ่นพี่ด้วย”

แล้วผมก็ถูกย้ายไปบาง เป็น สวป.บางพลัด ผมไข้ขึ้นสูง ได้แต่วิ่งพล่านไปหาใครต่อใครอย่างมึนงง

พล.ต.ต.บัญชา เนตินันทน์ ผู้บังคับการกองกำลังพล (เพื่อน นรต.12) บอกภรรยาผมว่า “มนัสไม่ผิดอะไรหรอก ข้อหาเกะกะเท่านั้นเอง ตามดวงต้องไปอยู่ริมน้ำอยู่แล้ว เอาหนังสือไปอ่านแล้วกัน” แล้วท่านก็ให้หนังสือพระมาเล่มหนึ่ง

พล.ต.ท.สล้าง บุนนาค รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม ก็วิ่งพล่านเหมือนกัน ลูกน้องแผนกผมคนหนึ่งเป็นรองสารวัตร นามสกุล เขมะสิงคิ เป็นบุตรชายรองแม่ทัพอากาศ รองฯ สล้างไปพบท่านให้พูดกับผู้ใหญ่ฝ่ายตำรวจ ก็ได้ความว่าผมถูกย้ายเพราะเอียงซ้ายอยู่หน่วยกำลังไม่ได้… ไปกันใหญ่

รองฯ สล้าง ไม่ยอมแพ้ พาผมไปพบ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ รองหัวหน้าคณะปฏิวัติ ท่านพูดโทรศัพท์กับอธิบดีกรมตำรวจ และให้เราฟังเครื่องพ่วงด้วย ได้ความว่าผมเป็นลูกน้องท่านเหมือนกัน ท่านสนับสนุนให้ผมอยู่นครบาล

ทางฝ่ายผมถ้าพูดภาษาชาวบ้านหยาบๆ ก็ว่า “ใบ้แดก”

อีกคนหนึ่งที่ผมไปหา ทำนองไปรับทุกข์และร่ำลาคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ห้องทำงานของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่เยื้องๆ กับห้องนาย เขาสมกับเป็นตำรวจ เฉลียวฉลาดทันคนทันเกม ลูกน้องรักจึงการข่าวดี เขารู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนายกับผมดี

เขาไม่ปริปากคอมเมนต์อะไร หมุนโทรศัพท์ไปที่หนึ่งซึ่งคงจะเป็นบ่อน พอติดแล้วเขาชูโทรศัพท์ไปห่างสุดแขนแล้วเป่านกหวีด

“เฮ้ย… เฮ้ย… สารวัตรมนัสเรียกแถวตำรวจแล้ว เลิกเดี๋ยวนี้นะ” เขากระซิบกระซาบเข้าไปในโทรศัพท์

ผมไม่รู้ว่า ร.ต.อ.เฉลิมหวังผลหรือเปล่า เชื่อว่าเขาคงไปจับบ่อนใดบ่อนหนึ่งใน “บัญชี” ของนายเข้า หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกย้ายไปไกลกว่าผม ไปทำหน้าที่ “จ่ายยา” ที่ตำรวจตระเวนชายแดน อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช

ต่อมาต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปเป็นรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กำกับและตัดต่อ
สุดารัตน์ ถามประชาชนจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบ คดีฮั้วเลือก สว.ได้ ?
เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS