เรื่องของคนเคยเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ | ปราปต์ บุนปาน
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
ใครที่เป็นคอนิยายจีนกำลังภายใน โดยเฉพาะ “ฤทธิ์มีดสั้น” ของ “โกวเล้ง” น่าจะรู้จักมักคุ้นกับ “ตำราวิจารณ์อาวุธ” ซึ่งเขียนโดย “แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง” เป็นอย่างดี
เพราะนั่นคือ “ตำราจัดอันดับยอดฝีมือ/ยอดอาวุธ” ในยุทธจักรนิยายเรื่อง “ฤทธิ์มีดสั้น”
สาระสำคัญของตำราเล่มดังกล่าว อยู่ตรงการระบุว่า “กระบองสมปรารถนา” ของ “ผู้เฒ่าแซ่ซุน” คือ ยอดอาวุธ/ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพ
โดยมี “ห่วงหงส์มังกร” ของประมุขพรรคเหรียญทอง “เซี่ยงกัวกิมฮ้ง” ตามมาเป็นอันดับสอง
ส่วนอันดับสาม คือ “มีดบินลี้น้อย” ของ “ลี้คิมฮวง” ตัวละครเอกในนิยายเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้อ่าน “ฤทธิ์มีดสั้น” ย่อมตระหนักได้ดีเช่นกัน ถึง “ความไม่ขลัง” หรือ “ความศักดิ์สิทธิ์น่าเชื่อถือ” ที่ค่อยๆ เสื่อมคลายลงของ “ตำราวิจารณ์อาวุธ” โดย “แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง”
อันเกิดขึ้นจากสองปัจจัยเหตุผลใหญ่ๆ
ประการแรกสุด ไปๆ มาๆ คนที่จัดอันดับยอดอาวุธ/ยอดฝีมืออย่าง “แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง” ก็ต้องตกตายลง ด้วยน้ำมือของยอดฝีมือที่ตนเองจัดอันดับเอาไว้
แถมยังมิใช่ “อันดับหนึ่ง-สอง” เสียด้วย หากเป็น “อันดับสาม” อย่าง “มีดบินของลี้น้อย”
นี่คือ “มรณกรรมของนักวิจารณ์” ซึ่งทำได้เพียงจัดเรียงลำดับยอดอาวุธ/ยอดฝีมือในยุทธภพ แต่มิอาจเป็น “ยอดฝีมือ” ได้ด้วยตัวเอง
ที่สำคัญกว่านั้น นิยายกำลังภายในของ “โกวเล้ง” ยังแสดงให้ผู้อ่านมองเห็นถึงพลวัตความเคลื่อนไหวความเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลให้อันดับยอดอาวุธ/ยอดฝีมือ ที่ “แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง” ผู้วายชนม์เคยจัดลำดับเอาไว้ ต้องผันแปรไป
เมื่อสุดท้าย “ผู้เฒ่าแซ่ซุน” ยอดฝีมือผู้ถือครองอาวุธยอดอันดับหนึ่งอย่าง “กระบองสมปรารถนา” ก็ต้องเสียชีวิตลง (แบบไม่เหลือซากศพ) ด้วยน้ำมือของ “เซี่ยงกัวกิมฮ้ง” ผู้ถือครองยอดอาวุธอันดับสอง
ก่อนที่เจ้าของอาวุธ “ห่วงหงส์มังกร” ผู้เชื่อว่าตนเองได้ผงาดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเรียบร้อยแล้ว จะสิ้นชีพลงเพราะความคม ความแม่นยำ ความรวดเร็วของยอดอาวุธอันดับสามคือ “มีดบิน” ของ “ลี้คิมฮวง”
ขณะเดียวกัน ก็มียอดฝีมืออันดับถัดลงไปใน “ตำราวิจารณ์อาวุธ” ที่ประสบความพ่ายแพ้ให้แก่นักสู้รุ่นใหม่ๆ ซึ่งเพิ่งปรากฏตัวในยุทธภพได้ไม่นาน จึงไม่อยู่ในการจัดอันดับโดย “แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง”
นี่คือสภาพการณ์ที่ “คนเคยเป็นเบอร์หนึ่งหรือเบอร์ต้นๆ” ไม่ใช่เบอร์หนึ่ง-เบอร์ต้นอีกต่อไป หากมีคลื่นลูกใหม่รุ่นหลังๆ ทยอยซัดสาดเข้ามาแทนที่

น่าสนใจว่า ทำไม “คนเคยเป็นอันดับหนึ่ง” อย่าง “ผู้เฒ่าแซ่ซุน” เจ้าของ “กระบองสมปรารถนา” จึงสูญเสียสถานภาพดังกล่าว กระทั่งต้องจบชีวิตลงด้วยอาวุธที่เคยอยู่ในอันดับต่ำกว่าตนเอง
“ผู้เฒ่าแซ่ซุน” นั้นร้างลาจากยุทธภพไปนาน ก่อนจะหวนคืนยุทธจักรอีกครั้งในฐานะ “นักเล่านิทาน” มิใช่ยอดฝีมือหรือยอดนักสู้
พูดง่ายๆ คือ ท่านผู้เฒ่าไม่เคยใช้ “วิชาฝีมือ” จริงๆ ของตนเอง มานานหลายปีแล้ว
ที่ “ไม่ลงมือ” มิได้หมายความว่าเพราะ “ไร้ผู้ต่อต้าน” แต่เป็นเพราะเมื่อเคยก้าวถึงจุดสุดยอด ก็เริ่มมีความวิตกหวาดกลัวขึ้นในใจ กลัวว่าคนอื่นจะไล่ตามทัน กลัวว่าพลังฝีมือของตนเองจะถดถอยลง จึงเริ่มหลบหนีจากความเป็นจริง ไม่ยอมประมือกับคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกัน แล้วท้ายสุด พลังฝีมือก็ถึงคราเสื่อมถอยลงจริงๆ
นี่จึงเป็นอนิจจลักษณะของ “คนเคยเป็นเบอร์หนึ่ง” ทั้งในและนอกยุทธจักร ทั้งในวรรณกรรมและโลกความจริง ซึ่งช่วยย้ำเตือนว่า ถ้า “คนเคยชนะ” เริ่มกักขังตัวเองในกรอบกรงความสำเร็จแบบเดิมๆ และปฏิเสธขัดฝืนความจริงที่เปลี่ยนแปลงไป
นั่นย่อมนำไปสู่ “ความพ่ายแพ้”
