bg-single

เมื่อ ‘เสียงปืน’ เงียบลง | ปราปต์ บุนปาน

01.08.2025

ของดีมีอยู่ |ปราปต์ บุนปาน

“สงคราม” ระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ “เสียงประเภทหนึ่ง” ดังขึ้นมา จนแทบจะกลายเป็น “เสียงหลักเสียงเดียว” ในสังคม และกลบ “เสียงอื่นๆ” ไปจนหมดสิ้น

นั่นคือ “เสียงของอุดมการณ์ชาตินิยม” หรือ “เสียงของพลเรือนที่สมาทานความคิดแบบทหาร” (เสียยิ่งกว่าทหารจริงๆ)

นี่เป็นสภาพการณ์ที่พอเข้าใจได้ ว่า “สรรพเสียงที่ไร้ความหลากหลาย” ดังกล่าว ย่อมถือกำเนิดมาจากอารมณ์โกรธแค้นของผู้คนพลเมือง ซึ่งต้องรับทราบเรื่องเศร้าข่าวร้าย ว่ามีเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิตลงจากกำลังอาวุธของประเทศข้างเคียง

แต่คงมิใช่แนวโน้มที่ดีสักเท่าไร ที่สังคมหนึ่งๆ กำลังขับเคลื่อนตัวเองไปสู่การสู้รบโรมรันกับอริราชศัตรู ด้วยพลังของ “เสียงหลักเสียงเดียว” แบบนี้

หากสังคมไทยจำเป็นต้องมีโอกาสรับฟัง “เสียงอื่น” บ้าง

ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.)แถลงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตึกนารีสโมสร

การเปิดโต๊ะเจรจากันระหว่างผู้นำรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีแรงผลักดันจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งลงเอยด้วย “ข้อตกลงหยุดยิง”

ถือเป็นจังหวะห้วงเวลาสำคัญ ที่มีแนวโน้มจะทำให้ “เสียงปืน” จากกองทัพของทั้งสองประเทศเงียบสงัดลง (แม้ไม่ฉับพลันทันที) แล้วเปิดโอกาสให้ “เสียงอื่นๆ” ดังขึ้นมาแทน

ไม่ว่าจะเป็นเสียงประเมินว่า ถ้าไทยกับกัมพูชายังเดินหน้ารบกันไปเรื่อยๆ ผลกระทบหรือผลเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะมีมหาศาลขนาดไหน? (ซึ่ง “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ช่วยเตือนดังๆ ให้แล้ว)

เสียงประเมินว่า ไทยที่เคยเป็น “เบอร์ใหญ่” ของประชาคมอาเซียนเมื่อนานมาแล้ว จะมีตำแหน่งแห่งที่เช่นไรในภูมิภาคนี้ ภายหลังความขัดแย้งรอบนี้?

หรือไทยกับกัมพูชา ซึ่งมี “ภูมิกายา” ที่ต้องอยู่ติดกันไปตลอดกาล (ไม่ว่าทั้งสองประเทศจะถูกปกครองโดยใครหรือระบอบใด) จะมีความสัมพันธ์อย่างไรต่อไปในอนาคต?

ตลอดจนการพยายามหาคำตอบว่า เมื่อกองทัพได้รับความนิยมมากขึ้น คำถามต่อเนื่องคือประชาชนกำลังนิยมกองทัพในฐานะ “ทหารอาชีพ” ที่ป้องกันประเทศจากข้าศึกผู้รุกราน หรือนิยมกองทัพในฐานะ “ตัวแสดงทางการเมือง” ด้วย?

หากเป็นอย่างหลัง ดุลอำนาจทางการเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางไหน อย่างไร? ในขณะที่คะแนนนิยมของรัฐบาลเพื่อไทยกลับไม่กระเตื้องขึ้นเลยท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบ

ผู้อพยพ จังหวัดสุรินทร์

กระนั้นก็ดี ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าในทางยาว สังคมไทยจะพร้อมยกย่องเชิดชูประคับประคองหนุนเสริม “วีรบุรุษสงคราม” หรือ “อุดมการณ์/จิตวิญญาณที่นิยมสงคราม” ไปจนตลอดรอดฝั่ง

ประวัติศาสตร์บอกเราว่า แม้บางครั้ง “วีรบุรุษสงคราม” บางท่าน อาจมีวีรกรรมเก่งกล้าเปี่ยมสีสันในเรื่องเล่าพงศาวดาร ทว่า ผู้นำยุคสมัยถัดมากลับไม่ยอมสืบทอด “อุดมการณ์ทำสงคราม” ต่อเนื่องจากมหาบุรุษผู้นั้น

บางคราว “วีรบุรุษสงคราม” ที่ “กู้แผ่นดิน” คืนมาได้ ก็กลายเป็นผู้ล้มเหลวพ่ายแพ้ทางการเมือง ณ บั้นปลายชีวิต จนมีบทสรุปที่ไม่แน่ชัดคลุมเครือในหน้าประวัติศาสตร์

สำหรับอดีตระยะใกล้หน่อย ก็แทบไม่มี “ทหารเก่า” คนไหนคุยโวเสียงดังในช่วงปัจฉิมวัยว่า ตัวเองเคยไปรบในเวียดนาม คงเพราะเริ่มไม่แน่ใจว่านั่นเป็นวีรกรรมที่หาญกล้า หรือเป็นแค่กลไกเล็กๆ หน่วยหนึ่งในความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์-ภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่

หรือหลังจากนี้ ก็ไม่แน่ใจว่า “ประชาชนที่เชียร์กองทัพไทยให้ทำสงครามสั่งสอนกัมพูชา” จะสนับสนุนหรือคัดค้าน “การเกณฑ์ทหาร” เมื่อพวกเขาเริ่มตระหนักว่า ในบริบทความขัดแย้งปัจจุบัน มีทหารชั้นผู้น้อยที่ต้องสังเวยชีวิตจริงๆ เพราะการทำศึกสงครามกับเพื่อนบ้าน

พูดอีกแบบคือ “ทหารเกณฑ์” อาจไม่ได้มีชีวิตอยู่ในกรมกองหรือคอยรับใช้บ้านนายเพียงเท่านั้น แต่ต้องไปเสี่ยงภัยในสนามรบด้วย

ทหารไทยและทหารกัมพูชาพบกัน จันทบุรี

ท้ายสุด มี “อีกเสียงหนึ่ง” ที่น่าจะดังออกมา แต่พวกเรากลับไม่ได้ยินเสียงนี้เลยระหว่างเสียงสนั่นหวั่นไหวของอาวุธยุทโธปกรณ์ นั่นคือ “เสียงเตือน-เสียงดึงสติ” ผู้คนในสังคมจากนักบวชผู้ทรงศีลทางศาสนา โดยเฉพาะ “พุทธศาสนาเถรวาทไทย” ซึ่งกำลังประสบภาวะวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก

เสียงที่ควรเตือนศาสนิกชนทั้งหลายว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การทำสงคราม ใช้อาวุธประหัตประหารกัน คือ “อวิชชา” ซึ่งชักนำให้มนุษย์ที่ควรรักเมตตาต่อกัน หลงทางไปสู่วิถีแห่งการทำลายล้างเข่นฆ่ากัน

เหมือนเมื่อคราวที่ “พระอุบาลีคุณูปมาจารย์” (จันทร์ สิริจนฺโท) ครั้งยังเป็น “พระเทพโมลี” เคยกล้าเตือนสังคมสยามในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1

หวังว่า หลังจากนี้ เราคงได้ยิน “เสียงอื่นๆ” เหล่านั้นมากขึ้น เพราะนั่นคือเสียงที่จะนำพาสังคมไทยกลับคืนสู่วิถีปกติของ “ความเป็นสังคมพลเรือน”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘วัชระพล’ ลั่น! พืชสวนโลก คุ้มค่าดึง นทท.ได้กว่า 3.6 ล้านคน-กระตุ้นจีดีพี กว่า 20,000 ล้าน สร้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง
ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูปราคาน้ำมัน​ โดยใช้ราคาต้นทุนบวกกำไร, เก็บภาษีส่งออก​เมื่อน้ำมันตปท.​แพงไป, และลดหนี้กองทุนน้ำมันที่มากเกินไป​ ซึ่งกำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อปท.ไทย
‘รังสิมันต์’ จี้ DSI เอาผิดเว็บพนัน Shuffle ชี้หลักฐานเพียงพอดำเนินคดีแล้ว เผย 6 บัญชี Bitkub เงินหมุนกว่า 100 ล้าน จับตาขยายผลฟอกเงิน-เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
จากผับเถื่อน-ส่วยเจ้าหน้าที่ สู่ทางออก ‘ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์’ เปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีเข้ารัฐ
เดนตายในผ้าเหลือง | ไปตายเอาดาบหน้า
สรุปคดี ตุ๋นซัมเมอร์ภาษาจีน เท นร.ทิ้งสุวรรณภูมิ : แฉเล่ห์-โกงเงินเด็ก ซี 8 สพฐ.ร่วมขบวน
ธงทอง จันทรางศุ | เที่ยว ‘เซี่ยงไฮ้’ แบบมี ‘สาระ’ ‘โต’ ไม่ได้ ถ้าฉ้อราษฎร์บังหลวง
ชีวิต-เส้นทางรัก เนเน่ พรนับพัน – ไบร์ท วชิรวิชญ์ สู่วันสถานะโสด
ธงทอง จันทรางศุ ชวนคิดปฏิรูปราชการ เตือนใจ! ข้าราชการไม่ควรห้อมล้อมนักการเมือง
‘โมดี-ซานาเอะ’ กระชับพันธมิตรยุทธศาสตร์ กับนัยยะต่อไทยและอุษาคเนย์
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน ความเร็วสูง ทะลวง ภาพสะท้อน จาก ช่างภาพ
ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI