ต้องปรับตัวให้ได้ กับภาวะ ‘ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน’ | ธงทอง จันทรางศุ
หลังลับแล มีอรุณรุ่ง | ธงทอง จันทรางศุ
ต้องปรับตัวให้ได้
กับภาวะ ‘ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน’
ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายคงเคยได้ยินสำนวนที่ว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” ซึ่งเป็นความจริงของโลกที่เราต้องพบอยู่เสมอในชีวิตประจำวันของเรากันมาแล้ว
สำนวนดังกล่าวข้างต้นนอกจากจะใช้เป็นข้อเตือนใจเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์แต่ละคนแล้ว ถ้าเรามองภาพให้กว้างออกไปอีกสักหน่อย เรื่องของบ้านเมืองก็อยู่ในสถานะไม่แตกต่างกัน
ผมหมายความว่า ทุกประเทศ ทุกบ้านเมือง ต่างต้องพบกับภาวะของความเปลี่ยนแปลงที่มีทั้งสุขและทุกข์ระคนกันไป
บางประเทศโชคดีหน่อย นานปีทีหนความทุกข์แบบชัดเจนจึงจะปรากฏขึ้นสักครั้งหนึ่ง
แต่บางประเทศเมื่อเกิดความทุกข์ขึ้นแล้ว ความทุกข์นั้นก็ยาวนานและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอยู่ในเวลานี้ คือเหตุการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน และสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่นัวเนียเสียจนผมพูดไม่ถูกแล้วว่าใครรบกับใครบ้าง
ตั้งแต่ผมเกษียณอายุมาอย่างเต็มภาคภูมิเมื่อเดือนกันยายน ปี 2558 ถึงแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบแบบเต็มมืออย่างแต่ก่อน แต่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ผมก็ยังคงเฝ้าติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่สม่ำเสมอ
ยิ่งมีชีวิตอยู่ไปนานวันขึ้น ยิ่งเห็นได้ชัดทีเดียวว่า สำนวนที่ว่า ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน นั้น อยู่ไม่ห่างไกลตัวเราเลย
ดูแต่เพียงแค่ประมาณห้าปีที่ผ่านมา เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 ประชากรโลกต้องพบกับโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนที่ชื่อว่า “โรคโควิด-19” มีคนตายทั่วโลกนับจำนวนรวมกันแล้วได้กี่แสนคนหรือจะถึงล้านคนผมก็ไม่แน่ใจนัก
ในช่วงเวลานั้น ธุรกิจการบินที่เคยเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงและมีแนวโน้มเจริญเติบโตก้าวหน้า กลายเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
ผมยังจำได้ว่าเมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่สถานการณ์ยังไม่กลับคืนเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมมีความจำเป็นต้องเดินทางภายในประเทศด้วยเครื่องบินโดยสารที่มีให้บริการแบบจำกัดจำเขี่ย ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและที่สนามบินดอนเมืองแทบไม่มีเครื่องบินขึ้นลงเลย เครื่องบินของสายการบินไทยนับสิบเครื่องจอดนิ่งสนิทอยู่กับพื้น
บรรยากาศเหมือนกำลังใกล้จะมีสงครามล้างโลกหรืออะไรทำนองนั้นเลยทีเดียว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณห้าปี มาถึงวันนี้แล้ว มนุษย์ทั้งโลกก็ปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกันได้กับโรคโควิด-19 ในเวลาเดียวกันโรคโควิด-19 ก็ปรับตัวให้อยู่ร่วมกันกับมนุษย์โลกได้เหมือนกัน
ในเมื่อหนีกันไม่พ้นก็ต้องอยู่ด้วยกันไปอย่างนี้แหละ
เอ๊ะ! ฟังดูเหมือนไทยกับเขมรยังไงก็ไม่รู้
จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ในภาพกว้าง นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกต้องเร่งคิดวัคซีนขึ้นมาเพื่อป้องกันโรคดังกล่าวภายในเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ผมเองยังโดนเข้าไปหลายเข็มเลยครับ
แต่มาถึงตอนนี้ไม่มีใครจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้อีกแล้ว เพราะโรคที่ว่าได้กลายเป็นโรคประจำฤดูกาลหรือประจำถิ่นไปเสียแล้ว อารมณ์ประมาณว่าเหมือนไข้หวัดใหญ่ที่มีระบาดอยู่เป็นประจำทุกปี
เราเรียนรู้วิธีการที่จะรักษาโรคโควิด-19 ได้ดีขึ้น คนที่เป็นโรคนี้ถ้าไม่มีพื้นฐานเป็นคนเจ็บไข้ได้ป่วยมาแต่ก่อนก็วางใจได้ระดับหนึ่งว่าจะไม่ถึงล้มถึงตาย
นอกจากการสู้รบและการอยู่ร่วมกันกับโรคโควิด-19 โดยตรงแล้ว ผลที่ตามมาจากการระบาดของโรคคราวนั้นได้ทำให้หลายสิ่งหลายหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป
ธุรกิจบางอย่างล้มแล้วฟื้นกลับมาได้
ธุรกิจบางอย่างล้มแล้วหายไปจากโลกนี้เลย ขณะเดียวกันกับที่ธุรกิจบางอย่างเกิดและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยอาศัยความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นแรงหนุน
แม้กระทั่งวิถีชีวิตของคนธรรมดาสามัญอย่างผมก็ยังเปลี่ยนแปลงเลยครับ
เมื่อก่อนที่โรคโควิด-19 จะระบาด ไม่มีทางเสียล่ะครับที่จะให้ผมรู้จักคุ้นเคยกับการประชุมออนไลน์ แค่ฟังดูก็น่าหวาดกลัวเสียนี่กระไรแล้ว คนอายุปูนผมแล้วจะให้ไปทำอะไรกับเรื่องทำนองนี้
แล้วดูสิครับ! มาถึงวันนี้ผมกับการประชุมออนไลน์กลายเป็นเกลอกันไปเสียแล้ว
นี่เขียนหนังสือจบหน้านี้แล้ว บ่ายนี้มีประชุมออนไลน์อีกสามเรื่อง สบายมากครับ
นี่เราพูดย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา โลกและเมืองไทยยังเปลี่ยนแปลงมากถึงขนาดนี้
กล่าวเฉพาะปี 2568 ที่ผ่านมาได้เจ็ดแปดเดือน และกล่าวเฉพาะเมืองไทยของเรา มีสถานการณ์ที่เราต้องพบเผชิญและร่วมกันแก้ปัญหา ถาโถมเข้ามาแบบติดๆ กันอย่างน้อยสามเรื่อง
ลองขานชื่อดูไหมครับว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เราต้องดูแลจัดการ
เรื่องแรกเป็นเรื่องที่ส่อแววมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เริ่มตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐได้รับเลือกตั้ง โลกทั้งใบก็ต้องคอยลุ้นแล้วว่าประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐท่านนี้จะมาไม้ไหนกับชาวโลกบ้าง
และไม่ต้องคอยลุ้นกันนาน พอถึงเดือนมกราคมท่านเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ต้นเดือนเมษายนท่านก็ประกาศทีเดียวว่าท่านจะขึ้นภาษีขาเข้าของประเทศสหรัฐแบบเต็มเหยียดและเต็มหน้ากระดาน เพื่อให้ทุกคนอ่อนข้อและยอมเข้าไปเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้ากับสหรัฐ
เราซึ่งมีสินค้าส่งออกไปประเทศนี้เป็นมูลค่าถึงร้อยละ 18 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของประเทศไทย ก็ต้องใจคว่ำว่าผลการเจรจาอัตราภาษีรอบสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร
ในขณะที่ผมนั่งเขียนหนังสืออยู่นี้ ยังไม่ทราบผลการเจรจาต่อรองรอบสุดท้าย
แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม ผมเชื่อแน่ว่าจะส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของประเทศไทยหลายอย่าง
ส่งผลกระทบต่อภาคการตลาดในประเทศไทยของเรา เพราะสินค้าบางอย่างหลายชนิดจากสหรัฐจะเข้ามาสู่ตลาดของไทยเราเพิ่มมากขึ้น ฯลฯ
ผู้ผลิตชาวไทยทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม รวมตลอดถึงภาคธุรกิจการให้บริการคงต้องปรับตัวกันอย่างขนานใหญ่ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่มาเคาะประตูบ้านเราในครั้งนี้
สมมุตินะครับ สมมุติ
สมมุติว่าเราต้องเปิดประตูบ้านเราเพื่อยอมรับผลไม้กับสหรัฐให้เข้ามาขายในบ้านเราได้เพิ่มมากขึ้นด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที คนไทยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคนปลูกผลไม้ก็ดี หรือคนขายผลไม้ก็ดี ก็ต้องปรับตัวอยู่ให้ได้และอยู่ให้เป็นกับคู่แข่งใหม่นี้ให้จงได้
เหมือนกับที่ผมไม่เคยประชุมออนไลน์มาแต่ก่อน แต่มาถึงวันนี้ก็ต้องทำให้เป็นและคุ้นเคยกับการประชุมแบบนี้ให้ได้นั่นแหละครับ
ในขณะที่ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ใช่เลยครับ ผมหมายถึงเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือของเราอันเนื่องมาจากพายุที่ชื่อวิภา พร้อมกันนั้นก็ยังมีเรื่องการปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับเขมรตามมาติดๆ ด้วย
เรื่องน้ำท่วมทางภาคเหนือแถว จ.เชียงราย จ.น่าน หรือ จ.สุโขทัยนั้น ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ได้ยินกันอยู่เป็นประจำทุกปี แต่เพื่อนพ้องน้องพี่ที่อยู่ในหลายจังหวัดแถวนั้นส่งข่าวบอกว่า รอบนี้ปริมาณน้ำขึ้นสูงสุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว
วัดหนองบัว ที่ จ.น่าน ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ได้ เพราะผมเห็นแต่รูปที่น้ำท่วมเข้าไปถึงครึ่งโบสถ์แล้ว
เมื่อน้ำลดกลับคืนเป็นปกติ งานฟื้นฟูบูรณะติดตามมา และผมนึกเองว่าปัญหาอย่างนี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี การเตรียมการรับมือกับภัยธรรมชาติในระดับที่เราไม่คุ้นเคยมาแต่ก่อนต้องทำกันอย่างจริงจัง
มาอีกแล้วครับ ประเด็นที่ว่าจะย้ายจังหวัดหนีไปไหนให้พ้นพายุก็ทำไม่ได้ เวลาเดียวกันจะไปสั่งพายุว่าอย่ามายุ่งกับเราก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
นี่แปลว่าเราต้องรู้เท่าทันพายุ เตรียมรับมือกับพายุ การเตรียมการรับมือที่ว่านี้ ผมหมายความครอบคลุมไปทุกมิติ ตั้งแต่ระบบวิธีคิดของเรา การเตือนภัยล่วงหน้า เครื่องไม้เครื่องมือที่พรักพร้อม การฝึกซ้อมเตรียมตัวว่าจะอยู่กันอย่างไรเมื่อมีพายุเกิดขึ้น
มาถึงบรรทัดนี้ขอยืนยันว่า ที่พูดมาในย่อหน้าก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องการรับมือกับพายุทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกับเขมรครับ
ส่วนเรื่องเหตุการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับเขมรนั้น ผมเชื่อว่าทุกท่านติดตามความคืบหน้ามาทุกวินาทีอยู่แล้ว มาถึงชั่วโมงนี้ผมคงทำได้เพียงแสดงความเสียใจกับทุกความสูญเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตของทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทุกท่าน
พร้อมกันนี้ผมก็หวังว่าท่านที่ต้องอพยพลี้ภัยการสู้รบมาอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัยก็จะได้กลับบ้านไปอยู่ใต้ร่มไม้ชายคาของบ้านเราเองในเวลาไม่นานช้านะครับ
บ้านใครใครก็รัก จริงไหมครับ
