bg-single

‘การเมืองไทย’ (ไม่ได้) หมุนเป็นวงกลม? | ปราปต์ บุนปาน

07.08.2025

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

กระแสชาตินิยม (เลี้ยวขวา) ก็ดี กระแสนิยมทหาร-กองทัพ และแอนตี้นักการเมือง (ซึ่งบางส่วนก็ทำให้ตัวเองเสื่อมความนิยมลง แบบโทษใครอื่นไม่ได้) ก็ดี ตลอดจนความขัดแย้ง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากประเด็นเขตแดน-โบราณสถาน กับประเทศเพื่อนบ้านก็ดี

ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ประเทศไทยและการเมืองไทยเหมือนจะเดินหมุนเป็น “วงกลม” กลับไปสู่สถานการณ์หรือวิกฤตการณ์เดิมๆ ในทศวรรษ 2540-2550 อีกครั้ง

ในมุมมองของผม แม้สมมุติฐานว่าสังคมการเมืองไทยคล้ายกำลังหมุนย้อนกลับเป็น “วงกลม” จะพอฟังขึ้นอยู่บ้าง

แต่หากพิจารณารายละเอียดดีๆ พวกเราทุกคนก็อาจไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางประวัติศาสตร์ที่หมุนซ้ำทับรอยเดิมอย่างไม่รู้จบ เสียทีเดียว

ข้อโต้แย้งใหญ่สุด ก็คือ ถ้าตีความว่าประเทศไทยกำลังหมุนกลับเป็น “วงกลม” ไปสู่สถานการณ์เมื่อ 1-2 ทศวรรษก่อน นั่นย่อมหมายความว่า เราจะสามารถใช้ประสบการณ์จากช่วงปลายทศวรรษ 2540 ถึงตลอดทศวรรษ 2550 มาเป็น “กรอบการวิเคราะห์” หรือ “เครื่องมือแก้ไข” ปัญหาในปัจจุบันได้ทันที

ทว่า ในความเป็นจริง ทุกคนต่างตระหนักดีว่า เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมีเหตุ ปัจจัย บริบทหลายต่อหลายอย่างที่ไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว

อย่างน้อยที่สุด ประเทศไทยในช่วงสิบยี่สิบปีก่อน ก็ไม่ได้ตกอยู่ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างขั้วอำนาจสองขั้ว ที่เข้มข้นแหลมคมเหมือนในยุคปัจจุบัน

หรือหากประเมินด้วยเงื่อนไขภายใน สถาบันหลักต่างๆ ทางการเมือง สังคม วัฒนธรรมของไทย ณ ปลายทศวรรษ 2560 ก็อ่อนแอทรุดโทรมลงไปมาก และมีพลังในการเหนี่ยวรั้งศรัทธาของผู้คนน้อยลงกว่าเดิมชัดเจน (ดังกรณีล่าสุด คือ สถาบันศาสนา)

ในแง่หนึ่ง สังคมไทย ณ ทศวรรษ 2560 จึงเดินหน้าไปพบกับความท้าทายใหม่ๆ ซึ่งมีความผิดแผกแตกต่างจากชุดปัญหาเดิมๆ ที่พวกเรารู้จักคุ้นเคย

ข้อเสนอของผม ก็คือ สังคมการเมืองไทยได้เดินหน้ามาไกลถึงอีกหมุดหมายหนึ่งเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่การเดินไปข้างหน้ามิได้หมายถึงการมี “พัฒนาการ/วิวัฒนาการ” หรือการพานพบ “สิ่งแปลกใหม่” แค่ด้านเดียว

หากเรายังเลี่ยงไม่พ้น ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาเก่าๆ ใหญ่ๆ ที่ยังชำระสะสางไม่สำเร็จอีกหลายประการ ซึ่งดำรงอยู่อย่างปะปนซ้ำซ้อนกับปัญหาใหม่ๆ

ดังเช่นปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชา ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยเงื่อนไขเรื่องสมดุลอำนาจที่แปรเปลี่ยนไปในกลุ่มชนชั้นนำของทั้งประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ปัญหานี้ก็ยังถูกหล่อเลี้ยงด้วยอุดมการณ์ (เชื้อ) ชาตินิยม และอารมณ์ความรู้สึกเกลียดชังเพื่อนบ้าน ที่ฝังลึกเรื้อรังมายาวนานทั้งในสังคมไทยและประเทศข้างเคียง

ต่อให้ในปี 2568 ประเทศไทยมีรัฐบาลที่นำโดย “พรรคก้าวไกล” ตรงตามฉันทมติของประชาชนจากการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ.2566 แต่เราก็อาจจะหลีกหนีปัญหาชาตินิยมเอียงขวาเช่นนี้ไปไม่ได้

เพราะประชาชนจำนวนมากก็ยังเป็นประชาชนกลุ่มเดิม ซึ่งถูกปลูกฝังกล่อมเกลามาด้วยแนวคิดทางการเมือง-วัฒนธรรมกระแสหลักอย่างฝังแน่นซึมลึก

นอกจากนั้น “รัฐบาลก้าวไกล” ซึ่งมีอายุแค่ราวสองปี ก็คงยังไม่สามารถจำกัดบทบาททางการเมืองของกองทัพลงได้อย่างถึงรากถึงโคน และไม่สามารถป้องปรามกระบวนการทำงานของ “ไอโอไม่ทราบฝ่าย” ได้โดยเด็ดขาด

ย้อนไปในราว 5-10 ปีก่อน หลายคนคงคิดตรงกันว่า อาการชาตินิยมลักษณะที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยตอนนี้ น่าจะไปปะทุผ่านปัญหาความขัดแย้งเรื่องชาติพันธุ์-อุดมการณ์ในพื้นที่ “ชายแดนภาคใต้” ไม่ก็ปัญหา “ผู้อพยพจากเมียนมา” ทางชายแดนฝั่งตะวันตก โดยไม่คิดว่าหวยจะมาออกที่ “ชายแดนด้านกัมพูชา”

น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกว่า ขณะที่ความขัดแย้งกรณี “เขาพระวิหาร” ในทศวรรษ 2550 ถูกมัดรวมแน่นกับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบ “จำกัดวง” ของ “ม็อบเสื้อเหลือง” หรือ “คนชั้นกลางกรุงเทพฯ”

อาการ “เกลียดชังพวกเขมร” ในหมู่คนไทยระลอกนี้ กลับลุกลามแพร่กระจายไปทั่วทั้งประเทศและครอบคลุมประชากรทุกชนชั้นในสังคม

(นี่คือเครื่องยืนยันว่า ปัญหาที่เรากำลังประสบพบเจอมีความแตกต่างจากปัญหาเมื่อทศวรรษก่อน โดยบางฝ่ายอาจวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจในประเทศที่ตกต่ำลง และตำแหน่งแห่งที่ในประชาคมนานาชาติที่อ่อนด้อยลงของไทย ทำให้พวกเรามีวิธีคิดแบบ “ชาตินิยม” ที่กีดกันคนชาติอื่นๆ มากขึ้น)

แน่นอนว่า สังคมไทยยังคงซ่อนเร้น “ปัญหาใต้พรม” ไว้อีกมากมายหลายเรื่อง ยิ่ง “การเมืองดี” ไปกว่านี้ “การเมืองเคลื่อนหน้า” ไปไกลขึ้น “ปัญหาที่เคยถูกปกปิดเอาไว้” ก็จะยิ่งพวยพุ่งออกมาเต็มไปหมด

กระทั่งคนมีอำนาจ/ความชอบธรรมทางการเมืองในยุคสมัยนั้นๆ ก็อาจไม่มีศักยภาพมากพอ ที่จะรับมือหรือแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ไม่ต้องกล่าวถึงคนไร้อำนาจและขาดความชอบธรรมทางการเมือง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘วัชระพล’ ลั่น! พืชสวนโลก คุ้มค่าดึง นทท.ได้กว่า 3.6 ล้านคน-กระตุ้นจีดีพี กว่า 20,000 ล้าน สร้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง
ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูปราคาน้ำมัน​ โดยใช้ราคาต้นทุนบวกกำไร, เก็บภาษีส่งออก​เมื่อน้ำมันตปท.​แพงไป, และลดหนี้กองทุนน้ำมันที่มากเกินไป​ ซึ่งกำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อปท.ไทย
‘รังสิมันต์’ จี้ DSI เอาผิดเว็บพนัน Shuffle ชี้หลักฐานเพียงพอดำเนินคดีแล้ว เผย 6 บัญชี Bitkub เงินหมุนกว่า 100 ล้าน จับตาขยายผลฟอกเงิน-เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
จากผับเถื่อน-ส่วยเจ้าหน้าที่ สู่ทางออก ‘ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์’ เปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีเข้ารัฐ
เดนตายในผ้าเหลือง | ไปตายเอาดาบหน้า
สรุปคดี ตุ๋นซัมเมอร์ภาษาจีน เท นร.ทิ้งสุวรรณภูมิ : แฉเล่ห์-โกงเงินเด็ก ซี 8 สพฐ.ร่วมขบวน
ธงทอง จันทรางศุ | เที่ยว ‘เซี่ยงไฮ้’ แบบมี ‘สาระ’ ‘โต’ ไม่ได้ ถ้าฉ้อราษฎร์บังหลวง
ชีวิต-เส้นทางรัก เนเน่ พรนับพัน – ไบร์ท วชิรวิชญ์ สู่วันสถานะโสด
ธงทอง จันทรางศุ ชวนคิดปฏิรูปราชการ เตือนใจ! ข้าราชการไม่ควรห้อมล้อมนักการเมือง
‘โมดี-ซานาเอะ’ กระชับพันธมิตรยุทธศาสตร์ กับนัยยะต่อไทยและอุษาคเนย์
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน ความเร็วสูง ทะลวง ภาพสะท้อน จาก ช่างภาพ
ฮาวทู สมองไม่หด-ลืม จากการใช้ AI