‘ชะตากรรม’ และ ‘ทางตัน’ ของ ‘ผู้นำทางการเมือง’ | ปราปต์ บุนปาน
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
“ผู้นำทางการเมือง” โดยเฉพาะที่มาจากคนเป็น “นักการเมืองในระบบเลือกตั้ง” กำลังตกอยู่ในสภาวะอันยากลำบาก
ใครๆ ต่างก็รับรู้ได้ชัดเจน ผ่าน “โซเชียลมีเดีย” หรือ “ผลโพล” ว่า สังคมไทยกำลังเกิดวิกฤตศรัทธาต่อ “นักการเมือง” ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานตรงชายแดนและสถานการณ์ “สงครามที่เพิ่งสร้าง” ระหว่างไทยกับกัมพูชา
กระแสนิยมทหาร-กองทัพกำลังพุ่งสูง ส่วนผู้คนจำนวนมากในบ้านเมือง ก็มีอารมณ์ความรู้สึกชาตินิยมเข้มข้นขึ้น อนุรักษนิยมมากขึ้น เอียงขวาไปสุดทางมากขึ้น
กระทั่ง “แม่ทัพภาคที่สอง” ก็ได้รับความนิยม
“ผู้พันเบิร์ด” (ที่เป็นนายพลแล้ว) ก็ได้รับความเชื่อถือ
“ผู้กองอะตอม” ก็กลายเป็นวีรสตรีและเน็ตไอดอล
ส่วน “อินฟลูเอนเซอร์” ที่เกาะกระแสกองทัพ-สงคราม ก็ได้รับความเคารพยกย่องเชิดชู
มีเพียงแค่พวก “นักการเมือง” ที่ถูกประทับตราว่า “ไร้ความสามารถ” ถูกตั้งคำถามว่า “มีไว้ทำไม?” หรือ “รักชาติหรือเปล่า?” และถูกประเมินไปล่วงหน้าแล้วเรียบร้อยว่า “ทำอะไรก็ผิด”
จนไม่มีใครมองออกว่า “นักการเมืองทุกฝ่าย” จะพลิกเกมนี้หรือฟื้นฟูศรัทธาของตนเองกลับคืนมาได้อย่างไร

กระแส “แอนตี้นักการเมือง” ปกคลุมครอบงำสังคมการเมืองไทยร่วมสมัยเอาไว้อย่างแน่นหนาเบ็ดเสร็จ
แน่นหนาเบ็ดเสร็จเสียจน “เครื่องประหารชีวิตนักการเมือง” ประเภทเดิมๆ อาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้ “กระบวนการนิติสงคราม” ที่เคยทำหน้าที่ประหัตประหาร “นักการเมือง” และ “ผู้นำทางการเมือง” มานักต่อนัก จะหยุด “ปฏิบัติหน้าที่” ของตัวเอง หรือเมตตาต่อบุคคลเหล่านั้นมากขึ้น
ทว่า ในบริบท-สภาพการณ์ดังเช่นปัจจุบัน “ผู้นำทางการเมือง-นักการเมือง” ที่มาจากการเลือกตั้ง และ “รัฐบาลพลเรือน” จากพรรคการเมือง ก็ยังจะดำรงอยู่ และทำงานการเมืองได้อย่างลำบากยากเย็นอยู่ดี
เพราะกระแสวิกฤตศรัทธาและคะแนนนิยมที่เสื่อมทรุดลงเรื่อยๆ ได้ส่งผลให้ “อำนาจนำ” ของ “นักการเมืองพลเรือน” สูญสลายไป

แน่นอนว่า สถานการณ์บีบคั้นแบบนี้ ย่อมทำให้คนเป็น “ผู้นำทางการเมือง-นักการเมืองพลเรือน” แทบจะไม่สามารถกำหนดเกมการเมืองหรือดุลอำนาจทางการเมืองได้เลย
นั่นหมายความว่า พวกเขาไร้อำนาจที่จะ “นำสังคม” และ “นำประเทศ” ด้วย
ยิ่งกว่านั้น “ผู้นำทางการเมือง” บางคนอาจถึงขั้นกำหนด “ชะตากรรม” ของตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำ กล่าวคือ ไม่รู้ชัดว่าอนาคตทางการเมืองของตัวเอง (ในเงื้อมมือและการตัดสินใจของผู้อื่น) จะดำเนินไปหรือลงเอยเช่นไร
การกำหนด “ชะตาชีวิต” ของตนเองไม่ได้ ถือเป็นโศกนาฏกรรมขั้นสูงสุดของมนุษย์ทุกราย
ยิ่งมนุษย์ที่เป็น “ผู้นำทางการเมือง” แต่กลับไม่มีอำนาจจะลิขิตชีวิตของตน ยิ่งนับเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดสุดพรรณนา
นี่คือ “หนทางลีบเรียว” ของ “ผู้นำทางการเมือง-นักการเมืองไทย”
ที่แม้อาจจะเจอ “ทางโล่ง-ทางรอด” จาก “กระบวนการนิติสงคราม” แต่ท้ายสุด ก็อาจโซซัดโซเซไปเผชิญหน้ากับ “ทางตัน” ในบั้นปลายอยู่ดี
