bg-single

สติปัญญา ใช้ ‘งบ’ เพื่อประสิทธิภาพ | ธงทอง จันทรางศุ

03.09.2025

หลังลับแล มีอรุณรุ่ง | ธงทอง จันทรางศุ

สติปัญญา

ใช้ ‘งบ’ เพื่อประสิทธิภาพ

เวลานี้ใกล้จะถึงสิ้นปีงบประมาณเต็มทีแล้วเพราะปีงบประมาณของเมืองไทยเราไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม อย่างปีปฏิทินปกติ หากแต่เริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี แล้วไปจบปีงบประมาณในวันที่

30 กันยายนของปีถัดไป

เมื่อครั้งที่ผมยังอยู่ในราชการ ภารกิจเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษคือการใช้จ่ายเงินงบประมาณประเภทที่เรียกว่าเงินลงทุน พูดให้เข้าใจง่ายคือการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ โดยไม่เกี่ยวกับเงินใช้สอยหรือเงินค่าใช้จ่ายเพื่องานบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าน้ำค่าไฟ หรืออะไรต่อมิอะไรทำนองนั้น ซึ่งเป็นของที่ต้องใช้จ่ายโดยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

ตัวเลขโดยเฉลี่ยของงบประมาณแผ่นดินบอกให้เรารู้ว่า งบประมาณแผ่นดินที่เวลานี้มีวงเงินในแต่ละปีประมาณ 3 ล้านล้านบาท

ประมาณสองในสามของเงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่แน่นอนตายตัว เช่น ใช้หนี้เงินกู้ จ่ายเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างทั้งหลาย ค่าอุปกรณ์สำนักงาน และค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น

เหลืออีกเพียงหนึ่งในสามเป็นงบประมาณสำหรับสร้างตึกสร้างถนนสร้างสนามบิน ซื้อเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งซื้อเอฟ-16 หรือกริพเพนด้วย

งบประมาณส่วนนี้เรียกโดยรวมว่า งบลงทุน

เป็นหน้าที่ของรัฐบาลส่วนกลางและหัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายต้องใส่ใจเป็นพิเศษว่างบประมาณในส่วนที่เป็นงบลงทุนได้มีการใช้สอยตามเป้าหมายได้เพียงใด

ถ้ายิ่งสามารถใช้ให้ได้ใกล้เป้าหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าวิเศษมาก

แต่ถ้าน้อยลงไปกว่านั้นก็ต้องดูกันแล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น

ทำไมเราถึงต้องเร่งรัดงบลงทุนเล่า

ข้อนี้ตอบได้อย่างตรงไปตรงมาว่า ในประเทศไทยของเราใครจะมาเป็นคนที่มีเงินในกระเป๋าและจ่ายสตางค์มากเท่ากับกระทรวงการคลัง เป็นไม่มีอีกแล้ว เจ้าสัวคนไหนก็สู้ไม่ได้ สองสามเจ้าสัวมารวมกันยังไม่ได้เลย

ผมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ว่า สมมุติว่ากระทรวงใดกระทรวงหนึ่งได้รับงบประมาณสำหรับสร้างตึกหนึ่งหลัง ถึงเวลาที่ผู้รับเหมาส่งงานเป็นงวด กระทรวงนั้นก็ไปเบิกเงินมาจากกรมบัญชีกลางเพื่อจ่ายให้ผู้รับเหมาตามปริมาณงานที่ส่งมอบกันแล้ว

เงินที่ผู้รับเหมาได้รับไปไว้ในมือ เขาไม่ได้ถือไว้เฉยๆ หากแต่นำไปจ่ายให้บริษัทขายวัสดุก่อสร้าง จ่ายให้บริษัทขายซีเมนต์ จ่ายให้ผู้ใช้แรงงานที่มาเบิกปูนไปโบกตึกอยู่ทุกวัน จ่ายให้วิศวกร สถาปนิก และผู้ควบคุมงาน

ผู้ที่ได้รับเงินไปจากบริษัทรับเหมาก็นำเงินจำนวนนั้นไปจับจ่ายใช้สอยอีกทีหนึ่ง เป็นอย่างนี้ต่อเนื่องกันไปเป็นทอดๆ

แรงงานก่อสร้างได้เงินมาแล้วก็ไปซื้อลูกชิ้นปิ้ง

แม่ค้าลูกชิ้นปิ้งได้เงินไปก็ไปซื้อเนื้อที่ตลาดมาทำลูกชิ้น

แม่ค้าขายเนื้อที่ตลาดก็ซื้อเนื้อมาจากบริษัทขายเนื้อรายใหญ่

บริษัทขายเนื้อรายใหญ่ก็นำเงินที่ขายเนื้อได้ไปจ่ายค่าจ้างคนงาน จ่ายค่าอาหารสัตว์ ฯลฯ

วนเวียนกันอย่างนี้ต่อไปไม่รู้ว่าอีกกี่รอบ

ทุกรอบที่มีการรับการจ่ายเป็นธรรมดาที่จะมีภาษีเกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือที่เราเรียกว่า VAT ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่อัตราร้อยละเจ็ด

นั่นหมายความต่อไปว่า ถ้าการใช้งบประมาณลงทุนของภาครัฐเป็นไปตามเป้าหมาย มีการทยอยจ่ายเงินร่วมหนึ่งล้านล้านบาทให้ครบในเวลา 12 เดือน ซึ่งคือหนึ่งในสามของงบประมาณทั้งหมดในแต่ละปี

เศรษฐกิจของประเทศก็จะหมุนเวียนดีขึ้น ชาวบ้านมีกินมีใช้

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้ภาษีย้อนกลับมาเข้ากระเป๋าสำหรับใช้จ่ายในงบประมาณปีต่อไป

เป็นวงเวียนมหัศจรรย์หมุนกันอย่างนี้เรื่อยไปไม่รู้จบ

ในเมื่อการใช้จ่ายงบประมาณลงทุนในแต่ละปีมีความสำคัญอย่างนี้ ผู้บริหารที่ดีจึงต้องไล่บี้ตัวเองและบีบคนอื่นที่เกี่ยวข้องให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปตามแผนงานให้จงได้

เมื่อครั้งที่ผมรับราชการในหน้าที่เลขาธิการสภาการศึกษา เมื่อปี 2551 ถึง 2554 หน่วยงานดังกล่าวได้รับงบประมาณบูรณะซ่อมแซมตึกที่เป็นอาคารเก่าสร้างมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแปลว่าอาคารมีอายุครึ่งศตวรรษแล้ว

การได้งบประมาณมาซ่อมแซมตึกคราวนั้นจึงต้องถือเป็นเรื่องสำคัญและจะทำให้เรามีที่ทำงานยืดยาวต่อไปในวันข้างหน้า

เมื่อพอรู้แล้วว่าเราจะได้รับจัดสรรงบงบประมาณจำนวนดังกล่าว แม้ยังไม่ถึงวันที่ 1 ตุลาคมซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณก็ตามที สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่มีผมเป็นผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนต้องจัดให้มีการประมูลราคาก่อสร้างซ่อมแซมตึกไว้ล่วงหน้าแล้ว

โดยมีเงื่อนไขเขียนไว้ในประกาศเรื่องประมูลว่า ผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้รับเหมาทำงานนี้จะลงนามในสัญญากับสำนักงานของเราได้ ต่อเมื่องบประมาณรายการนี้ผ่านการอนุมัติและอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้วเท่านั้น

ถ้าเกิดอุบัติเหตุประการใด งบประมาณรายการนี้ไม่อยู่ในกฎหมายงบประมาณ การเรียกประมูลและการประกาศว่าใครเป็นผู้รับเหมาที่จะได้รับงานก็เป็นอันว่าเลิกกันไป

ทําไมผมจึงต้องทำงานหรือเรียกให้มีการประมูลล่วงหน้าก่อนเริ่มต้นปีงบประมาณ คิดจะโกงกันหรืออย่างไร

หามิได้ครับ ท่านพี่น้องประชาชน

แต่ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะกระบวนการประมูลต้องใช้เวลาสองเดือนถึงสามเดือน ถ้าผมนั่งนิ่งเสีย แล้วเพิ่งจะออกประกาศชวนคนมาเสนอราคาประมูลซ่อมแซมตึกในช่วงต้นเดือนตุลาคม กว่าจะได้ผู้รับเหมาว่าใครเป็นใครก็ผ่านไปสามเดือนเสียแล้ว

เงินค่าก่อสร้างสองสามงวดแรกที่ทางราชการควรจะได้จ่ายให้กับผู้รับเหมาซึ่งเริ่มทำงานได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมก็จะล่าช้าไป

กว่าที่เงินก้อนแรกสำหรับค่าซ่อมแซมจะหมุนออกจากกระเป๋าทางราชการได้ก็ต้องเป็นเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์แล้ว

จำนวนรอบของเงินภาครัฐที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศจะลดรอบลง แทนที่จะหมุนได้หลายรอบ และแทนที่จะก่อให้เกิดภาษีกลับคืนมายังภาครัฐได้เป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ทุกอย่างจะล่าช้าและถดถอยไปหมด

ตัวชี้วัดในการปฏิบัติราชการของหัวหน้าหน่วยงานทั้งหลายเพื่อประเมินว่าท่านเหล่านั้นมีฝีมือเพียงใดหรือไม่ จึงดูในเรื่องความสามารถในการใช้จ่ายเงินงบประมาณได้ตามเป้าหมายด้วยหรือไม่ ประกอบกับการพิจารณาดูความสามารถในด้านอื่นด้วย

จริงอยู่ว่าเป้าหมายเราตั้งตัวเลขไว้ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้หน่วยราชการทั้งหลายแข็งขันในการใช้จ่ายงบประมาณ แถมมีขู่อีกด้วยว่า ถ้าใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามเป้าหมาย งบลงทุนในปีหน้าสำหรับหน่วยงานของคุณก็อาจไม่ได้รับการตอบสนองจากการจัดสรรงบประมาณเท่าที่คุณอยากได้

ก็ในเมื่อปีที่ผ่านมาคุณยังใช้เงินไม่เป็นเลย แล้วจะมาขอเงินอีกรอบหนึ่งเพื่อไปใช้เงินแบบเดิม อย่างนี้จะดีหรือ

ถ้าผมเป็นคนจัดสรรงบประมาณ ผมก็อยากให้งบประมาณกับส่วนราชการที่สามารถใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามกำหนดเวลา ซึ่งไม่มีผลแค่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่านั้น หากแต่หมายความรวมไปจนถึงการลงทุนนั้นๆ จะเกิดผลได้ตรงเวลาตามเป้าหมาย

เช่น มีตึกที่ซ่อมแล้วสำหรับข้าราชการนั่งทำงานด้วยความผาสุกสงบ

มีเครื่องมือแพทย์ที่ส่งตรงเวลาสำหรับมาดูแลรักษาคนไข้ทั้งหลาย

ถ้าเป็นเรื่องของการสร้างอาคารเรียน เมื่อสร้างเสร็จตรงเวลานักเรียนก็ได้เรียนหนังสือในอาคารหลังใหม่

ในอดีตที่ผ่านมา บางปีที่มีปัญหาสารพัดเกิดขึ้น ตัวเลขต่ำสุดของการใช้งบประมาณที่เรียกว่างบลงทุนเมื่อตอนสิ้นปีงบประมาณแล้ว อยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 หรือร้อยละ 60 กลางๆ

กว่าจะถึงวันเวลาที่ท่านทั้งหลายอ่านบทความเรื่องนี้ น่าจะจวนเจียนเดินหน้าเข้าสู่เดือนกันยายนแล้ว เหลือเวลาอีกเพียง 30 วันเศษที่จะเร่งรัดการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ถ้าใช้เงินไม่ทันวันที่ 30 กันยายน แต่มีการลงนามสัญญาผูกมัดกันไว้แล้ว ก็ยังพอยืดอายุการจ่ายเงินให้ยืดยาวไปตามสัญญาได้ ตามกระบวนการที่เรียกว่า “การกันเหลื่อมปี” แต่มีข้อแม้ว่าการดำเนินการเช่นว่านี้ต้องจ่ายเงินภายในเวลา 90 วันคือก่อนถึงวันสิ้นปีนะครับ

ต่อไปนี้เป็นรายงานข่าวที่ “เขาว่ากันว่า”

สําหรับงบประมาณปีที่ผ่านมาและกำลังจะจบปีลงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ งบลงทุนของกระทรวงใหญ่สามสี่กระทรวงยังใช้จ่ายไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย เขาบอกอีกต่อไปว่า แต่ละกระทรวงที่อยู่ในข่ายนี้ มีเงินที่ยังใช้ไม่ทันกำหนดอยู่อีกกระทรวงละเป็นหมื่นล้าน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้ากระทรวงต้องว่ากันไป ส่วนเมื่อถึงสิ้นเดือนกันยายนแล้วจะได้แค่ไหนก็ไม่รู้ได้ โปรดทำให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะครับ

ท่ามกลางการใช้จ่ายงบประมาณในเดือนสุดท้ายของทางราชการสำหรับปีงบประมาณ 2568 เมื่อไม่กี่วันมานี้มีข่าวเรื่อง แนวคิดที่จะมีการสร้างรั้วลวดหนามกั้นระหว่างไทยกับกัมพูชา มีการแจ้งขอรับบริจาครั้วที่ว่าจากคนไทย

ผมก็สงสัยเป็นกำลังว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องสำคัญระดับชาติแบบนี้ทำไมจึงต้องมาขอรับบริจาคกัน

ข่าวระลอกต่อมาให้คำตอบว่า ที่ต้องขอบริจาคเพราะเป็นทางลัดที่จะทำให้ได้ของมาใช้งานเร็วที่สุด ถ้าต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ มีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีโน้นนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ และอย่างช้าอาจเป็นแรมเดือนก็ได้

ผมว่าเราต้องมาคิดกันแล้วล่ะครับว่า ในสถานการณ์พิเศษบางสถานการณ์ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะทำให้รวดเร็วได้โดยข้าราชการไม่ต้องติดคุกด้วยวิธีการไหนบ้าง

สำหรับทัศนะของผมแล้ว กฎกติกาทั้งหลายมนุษย์เป็นคนเขียนขึ้นทั้งนั้น และมนุษย์ก็เป็นคนที่สามารถแก้ไขกฎกติกาเหล่านั้นให้เหมาะสมกับภาวการณ์ที่เป็นปัจจุบันได้

หรือว่าเราทุกคนตกเป็นทาสของกติกาที่เราเขียนขึ้นเองจนคิดไม่ออกแล้วว่าจะรักษาบ้านเมืองได้อย่างไร จะทำให้คนที่พลัดที่นาคาที่อยู่เพราะภัยจากการสู้รบและต้องมาอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ มีข้าวกินครบมื้อได้อย่างไร เพราะจะหันซ้ายหันขวาก็ติดกฎระเบียบไปเสียทั้งสิ้น

บริจาคข้าวของเงินทองกันมามากแล้ว อย่าให้ถึงกับต้องบริจาคสติปัญญาเลยครับ

ใจหายจัง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร