bg-single

คนที่อยากยกเลิก MOU มากที่สุด คือฮุน เซน | คำ ผกา

31.08.2025

คำ ผกา

คนที่อยากยกเลิก MOU มากที่สุด

คือฮุน เซน

พรรคภูมิใจไทยเสนอให้มีการยกเลิก MOU43, 44 ก็ว่าประหลาดแล้ว

ประหลาดกว่านั้นคือ รังสิมันต์ โรม พรรคประชาชนก็เอากับเขาด้วย แก้เกี้ยวว่า ไม่ได้เห็นด้วยหรอกนะ แต่การเอาไปคุยในสภามันก็โปร่งใสดีไง

กัณวีร์ สืบแสง มาเหนือกว่าอีกบอกว่า ผมเห็นด้วยกับการมี MOU นี้ไม่อยากให้ยกเลิก แต่ควรเอาเรื่องนี้ไปคุยในสภา ประชาชนจะได้รู้ไงว่าทำไมเราถึงไม่อยากให้ยกเลิก

และสุดท้ายรายล่าสุด พรรคไทยสร้างไทยออกแถลงการณ์มายาวเหยียดว่าเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก MOU43, 44

ฉันนั่งอ่านปรากฏการณ์นี้ด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคไทยสร้างไทยทำการเมืองแบบนี้ฉันเข้าใจได้ เพราะไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขาจะทำ “การเมืองใหม่”

แต่เหตุไฉนพรรคประชาชน หรือคนแบบกัณวีร์ที่ “ขาย” แบรนด์ เป็นคนดีคนก้าวหน้าจะเอากับเขาด้วย

แถมยังโชว์เหนือกว่าอีกหนึ่งสเต็ปคือ “ไม่ได้อยากให้ยกเลิกน้า แต่เอามาคุยในสภา เพราะพวกฉันเน้นความโปร่งใสประชาธิปไตยที่สุดไงเล่า”

จากนั้นก็อาศัยความ “ไม่รู้” ของคนไทยส่วนมาก (ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกนะที่จะไม่รู้) สร้างคำอธิบายหรือพยายามพูดกำกวมให้คนเข้าใจว่า MOU จะทำให้เราเสียเปรียบ เสียดินแดน

จากนั้นก็ทิ้งช่องว่างให้สลิ่มเฟสหนึ่งมาเติมคำในช่องว่างให้ว่า อีพรรคเพื่อไทยมันขายชาติ

แพทองธาร ชินวัตร เตรียมประเคนทุกอย่างให้อังเคิล

เนี่ย! สอดรับกันไปหมด ในทางเอกมโนโทจินตนาการ ชาวเน็ตเอาไปตีฟูต่อ ด่าในติ๊กต็อก คนแก่เอาไปแชร์ในกรุ๊ปไลน์ชาวเกษียณ กรุ๊ปไลน์หมู่บ้าน ได้ข้อมูลมาจากกรุ๊ปไลน์เปิดเฟซบุ๊ก เห็นข่าวเรื่องนี้ เห็นหน้าคนพรรคเพื่อไทย เห็นเป็นใบหน้าของรัฐบาล ก็ไม่ต้องอ่านเนื้อข่าวอะไร เข้ามาด่า ขายชาติ ขายชาติ

ไม่ต่างอะไรจากชาวเน็ตที่เห็นบทความของคำ ผกาในมติชนออนไลน์ โดยไม่ต้องอ่านอะไรทั้งสิ้น สามารถกดพิมพ์ในคอมเมนต์ “อีแบกๆ” ต่อกันไปได้เป็นร้อยๆ คอมเมนต์

ด่าเสร็จไปเต้นติ๊กต็อกหรือไปโพสต์รูปพระรูป “สาธุๆๆๆๆ” กันต่อ

เราจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเมืองการต่างประเทศหรือไม่ในการทำความรู้จักกว่า MOU43, 44 ที่เราไปทำกับกัมพูชานั้นคืออะไร?

คำตอบคือไม่จำเป็นเลย เพียงแต่เราต้องลบอคติออกก่อนมานั่งอ่านนั่งฟังข้อเท็จจริงพื้นฐาน what when where why

ซึ่งฉันจะขอเขียนในรูปแบบที่คนสมัยนี้ชอบอ่านกัน นั่นคือ เขียนให้เป็นหัวข้อถามตอบง่ายๆ สั้นๆ

ถาม : ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนเกิดจากการที่ประเทศเพื่อนบ้านนิสัยไม่ได้ คอยแต่เคลมดินแดน แย่งดินแดนของเราไปใช่หรือไม่?

ตอบ : เราต้องแยกเรื่องการกำหนดเขตแดน คือ delimitation ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่สยาม อังกฤษ และฝรั่งเศส ตกลงกันเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว จนกลายมาเป็นประเทศไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และ มาเลเซียในปัจจุบัน (สมัยก่อนคือ สยาม อินโดไชน่า บริติชมลายา และบริติชเบอร์มา) ออกจากคำว่า ปักปันเขตแดนจริงหรือ demarcation

การปักปันเขตแดนจริงนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนทางเทคนิค ต้องใช้เวลาและยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด เช่น ไทยกับมาเลเซียแล้วเสร็จไป 99% ไทยกับลาวแล้วเสร็จ 90% กระบวนการนี้ยังต้องทำต่อเนื่อง อาจกินเวลาหลายสิบปี

สรุป กระบวนการปักปันเขตแดนทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ทำไปเรื่อยๆ

เมื่อเป็นเช่นนั้นประโยค “เสียดินแดน” จึงเป็นประโยคที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ พูดไปเรื่อย

เป็นประโยคที่มาจากหนังมาจากละคร มาจากการเขียนประวัติศาสตร์เพื่อสนองต่อนโยบายชาตินิยมบางยุคบางสมัย

คนไทยควรปลดแอกตัวเองออกจากคำว่า “เสียดินแดน” ได้แล้ว

เราจะเสียดินแดนได้ยังไงในเมื่อการปักปันเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จเลย

ที่สำคัญ ถ้ากระบวนการปักปันเขตแดนแล้วเสร็จมันต้องเอาเข้าสภา ได้รับความเห็นชอบ

ไม่ใช่ไปทำแผนที่มาแล้วประกาศเป็นกฎหมายได้เลย

ถาม : ใช้กลไกอะไรในการปักปันเขตแดนหรือ demarcation

ตอบ : เราใช้กลไกที่เรียกว่า JBC หรือ Joint Border Comittee ชื่อภาษาไทยคือ “คณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน” กลไกนี้ใช้กับทุกประเทศที่มีพรมแดนติดกัน และเป็นไปได้ด้วยดี ด้วยความราบรื่น ยกเว้นเมียนมาที่ล่าช้าเพราะมีปัญหาการเมืองภายใน

ถาม : ทำไมต้องมี MOU ในกรณีของกัมพูชา

ตอบ : เพราะมีข้อพิพาทในขณะที่กับประเทศอื่นเราไม่มีข้อพิพาท เช่น กรณีปราสาทเขาพระวิหาร เป็นต้น ดังนั้น การปักปันเขตแดนแบ่งออกเป็นการปักปันเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่เราไม่มีข้อพิพาทเรื่องพรมแดน กับการปักปันเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่เรามีข้อพิพาทเรื่องพรมแดน ซึ่งก็คือ กัมพูชา

ถาม : MOU43 คืออะไร?

ตอบ : MOU43 แม้จะเรียกว่าเป็น “บันทึกความเข้าใจ”

แต่ในทางกฎหมายระหว่างประเทศถือเป็นข้อตกลงมีผลผูกพันชัดเจนเพราะสองประเทศตกลงว่าจะปฏิบัติตามขั้นตอนร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเขตแดน เน้น bilateral mechanism หรือสองฝ่ายเจรจากัน ซึ่งเจตนารมณ์สูงสุดคือ การจัดทำแผนที่ใหม่ร่วมกัน – ย้ำ – การจัดทำแผนที่ใหม่ร่วมกัน (ไม่ใช่มาเถียงกันเรื่องแผนที่หนึ่งต่อเท่าไร) โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เพื่อยุติข้อพิพาทที่คาราคาซังมาในสมัยอาณานิคม

ถาม : MOU44 คืออะไร?

ตอบ : มันคือกรอบการตกลงที่กำหนดให้ไทยกับกัมพูชาต้องไปเจรจาเพื่อแก้ปัญหาการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปที่ทับซ้อนกันผ่านสิ่งที่เรียกว่า “คณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค” หรือ JTC ย่อมาจาก Joint Technical Committee บนกรอบการเจรจาว่า

ก. ทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจากันทั้งเรื่องแบ่งเขตทางทะเล

ข. ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาเรื่องการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันควบคู่กันไปในลักษณะที่ไม่อาจแบ่งแยกได้

สิ่งที่ต้องรู้เป็นพื้นฐานคือ MOU44 มิได้เป็นการยอมรับการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่สำคัญการเจรจานี้ยังเจรจากันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

ยังเจรจาไม่เสร็จจึงยังไม่มีการแบ่งเขตแดนทางทะเลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอย่างที่บอกข้างต้นว่า หากแล้วเสร็จได้เป็นแผนที่ใหม่ ต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาเห็นชอบเป็นกฎหมาย

นอกจากนี้ เราพึงทราบว่า MOU43, 44 นี้ทำบนความเห็นชอบของรัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540

ถาม : ปัญหาเรื่องเขตแดนล่าสุดระหว่างกัมพูชาคืออะไร?

ตอบ : ที่ผ่านมาไทยกับกัมพูชามีความคืบหน้าเรื่องการปักปันเขตแดนค่อนข้างช้าเพราะกัมพูชามักจะละเมิด MOU43 อยู่เนืองๆ มากบ้าง น้อยบ้าง ซึ่งประเทศไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประท้วงการละเมิดนี้มาโดยตลอด

ตัวอย่างของการละเมิด เช่น การเปลี่ยนแปลงลักษณะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปักปัน การขุดคูเลต การเอาชุมชนมารุกล้ำตั้งถิ่นฐาน ไปจนถึงการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

ถาม: กัมพูชาละเมิดแบบนี้เราจัดการอะไรได้บ้าง

ตอบ : การละเมิดนี้คือการไม่ปฏิบัติตามพันธะกรณีที่ให้ไว้กับกฎหมายระหว่างประเทศ และมีเจตนาอยากใช้กลไกอื่นนอกเหนือจากที่ตกลงกันเอาไว้

อ่านมาถึงตรงนี้ พอจะเห็นภาพหรือยังว่า การยกระดับการสู้รบที่ริเริ่มโดยฝ่ายกัมพูชาก่อนนั้นมีเป้าประสงค์เพื่อจะไม่ใช้กลไกเดิมตามที่กำหนดไว้ใน MOU ทั้งสองฉบับ พูดง่ายๆ คือจงใจทำสงครามเพื่อนำมาสู่การยกเลิก MOU43, 44

ชัดเจนมากว่า เป้าประสงค์ของฮุน เซน คืออยากยกเลิก MOU

คำถามของฉันคือ แล้วทำไมพรรคภูมิใจไทย โรม กัณวีร์ พรรคไทยสร้างไทย จึง “รับลูก” ฮุน เซน รับลูกสลิ่มเฟสหนึ่งในประเทศไทยมาจุดกระแสการยกเลิก MOU แม้จะอ้างว่าไม่ได้อยากยกเลิก แค่อยากให้เอาเข้าสภา แทนที่จะช่วยกันอธิบายว่า MOU นี้มีฟังก์ชั่นอะไรตามข้อเท็จจริง

และควรจะอธิบายด้วยซ้ำว่าคำว่า “เสียดินแดน” เป็นเพียงมายาคติ ควรเลิกเอาเรื่องพวกนี้มาใช้เพื่อ “การเมือง” ทำลายคู่แข่งได้แล้ว

เพราะราคาที่ต้องจ่ายคือ สันติภาพชายแดน ชีวิตของผู้คน และความเกลียดชังระหว่างสองชาติที่ไม่จำเป็นต้องมีแม้แต่น้อย

ถาม : ทำไมฮุน เซน อยากยกเลิก MOU43, 44

ตอบ: ไม่รู้ แต่ก็จะถามกลับว่า หาก MOU43, 44 ทำให้กัมพูชาได้เปรียบ ได้ดินแดน ฮุน เซน จะอยากยกเลิกทำไม?

การปะทะกันทางกำลังทหารที่เกิดขึ้นล่าสุด ชวนให้คิดว่ากัมพูชาต้องการอาศัยสถานการณ์สู้รบเพื่อนำเรื่องนี้ไปสู่เวทีโลก เพราะคิดว่าตนเองจะได้เปรียบบน “เรื่องเล่า” ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็ก และพยายามอย่างยิ่งที่จะให้กลไกการพูดคุยกันที่เคยมีเป็นหมัน พยายามนำเรื่องไปสู่กลไกอื่นๆ ที่ไม่ได้ตกลงกันเอาไว้

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยต้องยึด MOU43, 44 นี้เอาไว้ให้มั่นคง เพราะมันคือกลไกที่ฮุน เซน ต้องการทำลาย

เพราะมันเป็นกลไกที่ทำให้ฮุน เซน ไม่สามารถตุกติก นอกกติกา

หรือฉวยโอกาสทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นสงครามขนาดใหญ่

ดังนั้น การยกเลิก MOU จึงเข้าทางฮุน เซน เพราะฮุน เซน อยากใช้เวทีอื่น กลไกอื่นที่เขาคิดว่าเขาได้เปรียบ เช่น อาจจะเป็นศาลโลก เพราะเขาเคยชนะในกรณีเขาพระวิหารมาแล้ว การไปสนับสนุนให้ยกเลิก MOU43, 44 จึงเท่ากับการสนับสนุนฮุน เซน

คำถามของฉันคือ ใครก็ตามที่อยากให้ยกเลิก MOU คนคนนั้นก็คือผู้สนับสนุนฮุน เซน คือคนที่ต้องการให้เรื่องการปักปันเขตแดนของเราเสียเปรียบกัมพูชา

ใช่หรือไม่?

ถาม : ไปศาลโลกไม่ดีตรงไหน?

ตอบ : การปักปันเขตแดนเป็นเรื่องระหว่างสองประเทศที่จะตกลงกัน ประเทศที่อำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นใคร ทำไมอยู่ๆ จะเอาอำนาจการปักปันดินแดนของตนเองไปยกให้ “คนอื่น” เช่น ไปยกให้ศาลโลกที่ผู้พิพากษาเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าผู้พิพากษา ตุลาการที่ศาลโลกนั้นเขาจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติเรา ประเทศเรา

นี่เป็นคำถามเบสิกมาก

ดังนั้นกลไก JBC ที่เรามีอยู่คือกลไกที่ดีที่สุด พูดคุย ตกลงกัน

ในระหว่างที่ยังตกลงกันไม่เสร็จก็ทำมาค้าขายกัน บ้านติดกันจะเกลียดกันทำไม น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า เราค้าขายกับกัมพูชา ได้ดุลการค้ามหาศาล ทำไมเราต้องทิ้งประโยชน์ตรงนี้ไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ถาม : ไปศาลโลกแล้วจบไหม กรณีศึกษาอื่นบอกว่าไม่จบ ที่สำคัญหากศาลโลกตัดสินมาในทางที่ไม่เป็นคุณกับเรา เราจะทำยังไง? หรือหากเขาตัดสินในทางที่ไม่เป็นคุณกับกัมพูชา เราคิดหรือว่าคนกัมพูชาจะพอใจ ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลโลกจะออกมาทางไหนก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งโกรธ แค้น เสียใจ และอยากเอาคืน

ในที่สุดผลการตัดสินของศาลโลกนี่แหละจะกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีให้นักการเมืองของทั้งไทย ทั้งกัมพูชาเอามาห้ำหั่น ปลุกระดมความเกลียดชังต่อกันและกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สมมุติว่าศาลโลกตัดสินให้เป็นทางบวกกับไทย ฝ่ายค้านกัมพูชาก็ต้องเอาเรื่องนี้ไปตีฟู ดิสเครดิตฮุน เซน ว่าเห็นไหม ฮุน เซน ทำเราเสียดินแดน ประชาชนจะลุกฮือโกรธแค้น ฮุน เซน ก็อาจจะต้องสั่งปราบอย่างหนัก จากนั้นก็มีประชาชนกัมพูชาที่เริ่มแค้นฝังหุ่นประเทศไทย

ในทางกลับกัน ถ้าตัดสินแล้วประเทศไทยเสียให้กัมพูชา ฝ่ายค้านไทย สลิ่มไทยคงถล่มรัฐบาลยับเยิน ฉวยโอกาสนี้ไล่รัฐบาล ขนาดคลิปที่ฮุน เซน ละเมิดปล่อยออกมา ฝ่ายค้านไทยยังบอกว่า แพทองธารตายแล้วทางการเมือง นายกฯ ต้องลาออก

อีกโสดหนึ่งก็จะโหมกระพือความเกลียดชังต่อประเทศเพื่อนบ้าน รุมทำร้ายแรงงานต่างด้าว เป็นต้น

นี่เป็นเหตุผลว่า มันไม่มีอะไรจะดีไปกว่ากลไกการพูดคุย เจรจา และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาทำการปักปันเขตแดนบนข้อตกลงที่ทำร่วมกัน อันเรียกว่า MOU อันมีสถานะเป็น “สนธิสัญญา” ดังที่ฉันได้อธิบายไปข้างต้น

ยํ้า คนที่อยากยกเลิก MOU คือฮุน เซน

ส่วนนักการเมืองไทย สลิ่มไทยที่อยากยกเลิกนี่คือจะย้ายไปเป็นพสกนิกรของฮุน เซน เหรอ? ถึงอยากจะสนองความต้องการของเขาขนาดนั้น

เรื่องการปักปันเขตแดนเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ ให้เป็นกลไกการเจรจาที่มีกรมสนธิสัญญา กรมแผนที่ทหาร และผู้เชี่ยวชาญเขาไปเจรจาทำกันเถอะ

อย่ากลัวนักการเมืองเลย นักการเมืองอยู่แค่ 4 ปี แต่กระบวนการเจรจา กลไกการปักปันเขตแดนเป็นงานของข้าราชการที่ทำตลอดเวลา ทำต่อเนื่องไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล

ส่วนฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ถ้าเป็นคนสมัยใหม่ หัวก้าวหน้าอย่างที่โม้ ก็ช่วยกลับมาพูดเรื่องนี้ให้มัน “ก้าวหน้า” ด้วย

ไม่ใช่เอะอะ อมน้ำลายสลิ่มมาหวังขย่มรัฐบาลจนหน้ามืดตามัวเสียผู้เสียคนเสียจุดยืน

เสียผลประโยชน์ของประชาชนประเทศชาติจริงๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง
ศรีเทพไม่ได้เป็นแค่ ‘เมืองโบราณ’ อาจเป็นกุญแจเปลี่ยนวิธีมอง ประวัติศาสตร์ไทยทั้งระบบ
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (184)
E-DUANG | เมื่อเบื้องหน้า ไชยชนก ยศชนัน ปรากฏ เงาร่าง รักชนก ศรีนอก