bg-single

ร่วมต่อต้าน ‘ข่าวเท็จ’ | ธงทอง จันทรางศุ

17.09.2025

หลังลับแล มีอรุณรุ่ง | ธงทอง จันทรางศุ

ร่วมต่อต้าน ‘ข่าวเท็จ’

หน้าที่อย่างไม่เป็นทางการของผมทุกวันนี้ คือการตอบคำถามเพื่อนฝูงผู้คุ้นเคยและเขียน LINE มาถามว่า ข้อมูลเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่แชร์กันอยู่ใน LINE เป็นความจริงหรือไม่

ยิ่งในเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองเปราะบางหวั่นไหว หรือมีเหตุการณ์ที่น่ากังวลใจว่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในวงกว้าง คำถามแบบนี้ก็มาถี่หน่อย เป็นสัดส่วนไล่ตามกันกับข่าวปลอมหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Fake News ยิ่งมีความกังวลมาก ยิ่งมีความไม่ชัดเจนมาก ข่าวปลอมก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ผมมีหลักสังเกตของตัวเองว่า เพื่อเรียกร้องให้ข่าวปลอมหรือข้อมูลปลอมเหล่านี้ได้รับความสนใจและเป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น เรื่องปลอมทั้งหลายมักจะลงท้ายว่า “อ่านแล้วให้ช่วยกันแชร์ ด่วน!”

และข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เป็นข้อมูลข่าวสารที่มักไม่อาจระบุข้อมูลที่ชัดเจนได้ แต่พยายามให้มีความน่าเชื่อถือ โดยอ้างอิงหลักฐานอย่างโน้นอย่างนี้ แต่หลักฐานที่ว่านั้นล้วนแต่เป็นหลักฐานปากเปล่าทั้งสิ้นนะครับ

ยิ่งในเวลาที่ผ่านมาช่วงสองสามเดือนนี้ สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชากำลังเข้มข้น การเมืองก็กำลังร้อนแรง ทำให้คนเขียนข่าวปลอมข่าวเท็จสนุกมือเลยทีเดียว

ส่วนจะเขียนเอาสนุกเฉยๆ หรือมีโรคจิตนิดหน่อยเพราะมีความสนุกกับยอดแชร์ที่เพิ่มขึ้นทุกนาที หรืออาจจะร้ายไปกว่านั้น คือ ต้องการให้เกิดผลความหวั่นไหวในสังคม ทุกมุมเป็นไปได้ทั้งนั้น

แถมเด็ดยิ่งขึ้นไปกว่านั้น คือ ในบางกรณี ผู้เผยแพร่ข่าวปลอมตั้งใจจะหลอกกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะก็มี

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเร็ววันนี้ มีคลิปเรื่องหนึ่งเผยแพร่อยู่ในฝั่งกัมพูชา และแน่นอนว่าคลิปที่ว่านี้ก็ต้องกระโดดข้ามเข้ามาเผยแพร่ทางฝั่งไทยด้วย เพราะต่างฝ่ายต่างจ้องกันอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะพูดอะไรหรือดูคลิปอะไรบ้าง

คลิปที่ว่าฝั่งกัมพูชาอธิบายให้คนเขมรซึ่งเป็นผู้ชมกลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจว่า รัฐบาลไทยกำลังเข้าตาจนถึงกับต้องไล่จับชายฉกรรจ์ไปเป็นทหารเพื่อจะสู้กับเขมร

ส่วนภาพประกอบนั้นก็เป็นเหตุการณ์ยื้อยุดฉุดกระชากหรือชุลมุนกันอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ที่เมื่อสืบค้นไปแล้วก็จะพบว่าเป็นเหตุการณ์ทำแผนประทุษกรรมในคดีอาชญากรรมร้ายแรงเรื่องหนึ่งเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา

ภาพนั้นมีทั้งชายทั้งหญิงพยายามจะเข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายผู้ต้องหาซึ่งตำรวจต้องล้อมวงแล้วพาขึ้นรถ

ผู้แต่งเรื่องปลอมก็มีจินตนาการสูงส่งและบอกว่า นี่คือเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองของไทยกำลังจะพาชายฉกรรจ์ ที่เห็นเป็นศูนย์กลางของภาพขึ้นรถไปเป็นทหาร ในขณะที่ชาวบ้านพยายามช่วยกันป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่พาชายคนนี้ไปจากหมู่บ้าน

สุ้มเสียงอลหม่านที่พูดกันอยู่ในคลิปล้วนแต่เป็นภาษาไทย ซึ่งถ้าคนดูคลิปเป็นชาวกัมพูชาแล้วก็จะไม่มีทางเข้าใจได้เลยว่าพูดอะไรกัน

เพราะฉะนั้นเมื่อมีเสียงบรรยายของผู้ผลิตคลิปชาวเขมรบอกว่าเป็นภาพเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไทยกำลังจะพรากคนผู้เป็นชายออกจากหมู่บ้านไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อรบกับเขมร และชาวบ้านที่รุมล้อมอยู่ไม่ยินยอม

ทั้งเสียงทั้งภาพจึงลงตัวกับเรื่องพอดิบพอดี และพอดียิ่งไปกว่านั้น คือ แสนจะตรงใจผู้ชมเสียอีกอะไร เพราะดูแล้วเกิดความสะใจว่า ไทยกำลังใกล้จะถึงตาจนแล้ว ถึงขนาดต้องไปไล่จับคนมาเป็นทหาร ซึ่งเป็นความเท็จทั้งเพ

ถ้าผมเป็นคนเขมรเห็นคลิปแบบนี้ผมก็อยากแชร์ครับ แชร์แล้วสบายใจดีพิลึก

อีกตัวอย่างหนึ่ง ไม่ใช่คลิปที่มีภาพมีเสียงหากแต่เป็นข้อมูลชนิดเรียงความที่เผยแพร่อยู่ในระหว่างที่การเมืองกำลังฝุ่นตลบอยู่ในขณะนี้ ข้อความสำคัญคือมีการลำดับญาตินักการเมืองตระกูลหนึ่งของพรรคการเมืองที่กำลังอยู่ในความสนใจอย่างยิ่ง โดยบอกว่านักการเมืองไทยครอบครัวดังกล่าวเป็นญาติใกล้ชิดของสมเด็จฮุน เซน ทางฝ่ายเขมร

ใกล้ชิดขนาดเป็นลูกพี่ลูกน้องชั้นหนึ่งกันเลยทีเดียว

ข้อความนี้มีคนแชร์ออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบอะไรทั้งสิ้น จะเป็นเพราะแชร์แล้วสนุกดี หรือตรงกับความเชื่อที่แอบคิดไว้ในใจมานานแล้วก็ไม่รู้ เดือดร้อนถึงผู้ที่เป็นลูกหลานต้องมาสาธยายความลำดับญาติโดยตรงและโดยข้างเคียงว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับฮุน เซน แต่อย่างหนึ่งอย่างใด

เชื่อไหมครับ ในวันเวลาที่ยังไม่มีการแก้ข่าว เพียงชั่วเวลาหนึ่งวัน ผมได้รับข้อความลำดับญาติเท็จแบบนี้มาจากแหล่งต่างๆ ถึงสามคน

และที่น่าคิดคือ คนที่ส่งข้อความเท็จมาให้ผม โดยปกติแล้วก็เป็นคนที่หน้าตาแลดูน่าจะมีวิจารณญาณถี่ถ้วนอยู่ไม่ใช่น้อย

แต่นี่เกิดอะไรขึ้นกับท่านเหล่านั้นเล่า ท่านจึงมีความสุขกับการส่งข่าวเท็จได้ถึงขนาดนี้

ถ้ามีใครส่งอะไรที่ฟังดูแปลกมาให้เราดูหรือให้เราอ่าน ขอร้องเถิดครับ ถ้าเราไม่มั่นใจว่าเป็นความจริงหรือความเท็จอย่างไรแล้ว อย่าส่งต่อเลยครับ การแชร์หรือส่งต่อไปแต่ละครั้งเท่ากับเป็นการต่อลมหายใจของข่าวเท็จให้ยืนยาวยิ่งขึ้น หรือจะเปรียบว่าการให้อาหารเสริมกำลังกับผู้ร้ายก็เห็นจะเปรียบได้เหมือนกัน

หรือถ้าจะพูดให้เก๋ไก๋แบบวรรณคดีเปรียบเทียบก็อาจจะบอกได้ว่า เป็นการให้ปุ๋ย รดน้ำพรวนดินให้กับต้นไม้ที่ชื่อว่า ต้นข่าวเท็จ

การตรวจสอบว่าเรื่องส่งต่อกันมาในระบบ LINE เป็นความจริงหรือเท็จนั้น ทางราชการโดยกระทรวงดีอีก็มีศูนย์ตรวจสอบข่าวสารชนิดนี้ที่ท่านสามารถติดต่อใช้บริการได้ โดยไม่ต้องโทรศัพท์หรือ LINE มาถามผมว่า เรื่องที่เขาส่งต่อกันอยู่ในเวลานี้จริงหรือไม่จริง

ถามกันบ่อยเสียจนผมแทบจะต้องย้ายไปทำงานอยู่ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จของกระทรวงดีอีเสียแล้ว

นึกว่าได้เงินเดือนบ้างก็ยังดีกว่าตอบฟรีอย่างทุกวันนี้ ฮา!

แต่ถ้าจะกรุณาไม่ต้องถามมาที่ผม เราทุกคนอาจตรวจสอบข้อมูลที่มีผู้มีใจ (อ) กุศลส่งมาให้เราอ่านได้ว่าเป็นความจริงหรือความเท็จโดยอาศัยหลักง่ายๆ สองสามข้อดังต่อไปนี้

ข้อแรก ข่าวสำคัญขนาดที่ส่งมาให้เราอ่านด้วยความตื่นเต้นเคยปรากฏในสื่ออื่นนอกจาก LINE หรือข้อความที่ส่งกันเฉพาะกลุ่มหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องจริงและมีความสำคัญอย่างนี้แล้ว ที่ไหนเลยจะไม่เป็นข่าวในสื่อที่เป็นทางการต่างๆ ก่อนหน้านี้ ทำไมถึงต้องเป็นความลี้ลับรู้กันอยู่แต่เฉพาะในกลุ่ม LINE ของเราเท่านั้น เฉลียวใจคิดกันบ้างหรือไม่

ผมยกตัวอย่างเช่น ลำดับเครือญาตินักการเมืองที่ถูกปล่อยข่าวว่าเป็นญาติกับฮุน เซน ถ้าเป็นความจริงแท้แล้ว ป่านนี้นักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามหรือฝ่ายที่ไม่รักกันย่อมนำมาตั้งเป็นคำถามในที่สาธารณะนานแล้วครับ

การเมืองกำลังดุเด็ดเผ็ดมันนี้ ประเด็นที่ทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันถึงล้มตายแบบนี้ไม่มีใครมองข้ามไปหรอกครับ ถ้าสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการทำลายน้ำหนักของคู่ต่อสู้แล้วล่ะก็ เขาไม่ปล่อยไว้หรอกครับ

ถ้าไม่มีสื่อหลักหรือการรายงานเรื่องนี้ในช่องทางสาธารณะอย่างเป็นทางการ ให้เราเชื่อไว้ก่อนว่าเป็นเรื่องโกหกร้อยละ 99

ข้อสอง การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลมีความเด่นชัดและน่าเชื่อถือเพียงใด ลำพังการเขียนข้อความขึ้นลอยๆ เป็นคำพยานบอกเล่ามาจากไหนก็ไม่รู้ เราต้องใช้สติให้มากในการรับฟัง และต้องใช้สติเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณถ้าคิดจะส่งต่อให้คนอื่นอ่านด้วย

ถ้าในข้อความที่ส่งมาให้เรามีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลว่าได้มาจากที่นู่นที่นี่ หยุดคิด และถ้าเป็นไปได้ย้อนกลับไปตรวจสอบต้นทางว่า แหล่งต้นทางเขารายงานเรื่องนี้จริงหรือไม่ คนที่แต่งหรือสร้างข่าวเท็จหลายคนก็เก่งมากในการที่จะอ้างอิงแหล่งโน้นแหล่งนี้ โดยผู้ที่ถูกอ้างอิงไม่ได้รู้เห็นหรือไม่ได้เกี่ยวข้องเลย ถูกอ้างชื่อเสียอย่างนั้น

ข้อสามและเป็นข้อสุดท้าย ข้อความที่ได้รับจาก LINE หรือช่องทางสื่อสารโดยตรงแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหรือคิดจะส่งต่อ ข้อพิจารณาอย่างหนึ่ง คือ มีความสมเหตุสมผลหรือไม่เพียงใด แต่อย่างว่านะครับ คนแต่งเขาเท็จและคนส่งต่อมาให้เราอ่านเขาก็มักรู้ด้วยว่า จริตหรืออคติที่อยู่ในใจของเราเป็นอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องใดที่ตรงกับจริตหรือสมมุติฐานที่เรามีความมั่นใจอยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้สิน่า เราก็จะหลงเชื่อโดยอัตโนมัติ

เช่นเราเชื่อมานานแล้วว่า นายฮอนกฮูก ผู้นี้เป็นคนเลว จากนี้ไปใครส่งอะไรมาเพิ่มเติมให้เรารู้ว่านายฮอนกฮูกเลวจริงและเลวยิ่งขึ้นทุกวัน เราก็จะมีความสุขมากที่ได้อ่านข้อความแบบนั้น และมีความสุขจนถึงขีดสุดถ้าได้แชร์ข้อความนั้นต่อไป

โดยไม่พักต้องคำนึงว่าข้อความนั้นจริงหรือเท็จประการใด

หวังว่าเมื่อเรื่องที่เราพูดคุยกันอยู่นี้พิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จจะทำงานน้อยลง และผมก็จะทำงานเรื่องนี้น้อยลงเช่นเดียวกัน

ถึงแม้จะเป็นการตัดโอกาสตัวเองไม่ให้ได้ไปทำงานในศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดีอีก็ตาม

ผมยอมเสียสละครับ อิอิ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์